ที่ประชุมสภาฯลงมติเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระแรก ไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยคะแนน 288 ต่อ 119 งดออกเสียง 86 รอเข้าสู่ขั้นตอนพิจารณาวาระ 2 ในชั้นคณะกรรมาธิการพิจารณาปรับลดงบประมาณรายจ่าย เพื่อให้เกิดความเหมาะสม และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไปแต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าการพิจารณาปรับลดงบประมาณในชั้นคณะกรรมาธิการ คือการเตรียมปฏิรูปโครงสร้างระบบงบประมาณอย่างจริงจังในอนาคต เพื่อป้องกันความล้มเหลวทางการคลังของประเทศในอีก 2–3 ปีข้างหน้า หากยังคงจัดทำงบประมาณตามโครงสร้างเดิม ที่ไม่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในระยะยาวนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่า งบประมาณรายจ่าย ปี 2570 ไม่สมบูรณ์แบบ ไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาประเทศ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องงบประมาณผูกพันมาหลายปี จำเป็นต้องลดการขาดดุลโดยเร็ว หากไม่ทำระบบโครงสร้างงบประมาณใหม่ ประเทศไทยจะเดินต่อไปไม่ได้การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประเทศระยะหลัง ประสบปัญหารายได้จัดเก็บสุทธิของภาครัฐกว่า 3 ล้านล้านบาท ถูกนำไปใช้ในส่วนของรายจ่ายประจำ อาทิ เงินเดือนและบำนาญข้าราชการ สวัสดิการภาครัฐ การชำระหนี้เงินกู้ จนไม่เหลือเงินเพียงพอที่นำไปใช้ในงบลงทุน เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเมื่อรายได้ปกติหมดไปกับรายจ่ายประจำ รัฐบาลจึงต้องเลือกวิธีกู้เงินหลายแสนล้านปีต่อปี นำมาเป็นค่าใช้จ่ายการลงทุนพัฒนาประเทศ กลายเป็นการสร้างภาระให้รัฐบาลต้องหาเงินมาจ่ายค่าดอกเบี้ย 3–4% ต่อปี เกิดภาวะหนี้พอก ต้องหาเงินมาจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นทุกปี จนหนี้สาธารณะประเทศใกล้แตะเพดาน 70%ล่าสุด หนี้สาธารณะของประเทศ ไทย อยู่ที่ 12.78 ล้านล้านบาท วงจรการกู้เงินสะสมกลายเป็นความเสี่ยงทางการคลัง ยิ่งหนี้สะสมมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งเหลือเงินพัฒนาประเทศน้อยลง เสี่ยงติดกับดักวินัยการคลัง อาจรุนแรงถึงขั้นต้องตัดลดงบสวัสดิการภาคประชาชน สร้างความกังวลต่อเสถียรภาพ และความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจถึงเวลาผ่าตัดใหญ่โครงสร้างงบประมาณ เร่งหารายได้เข้าประเทศ ควบคู่ไปกับการทำงบประมาณฐานศูนย์ เพื่อลดการขาดดุล ตัดลดโครงการซ้ำซ้อน หยุดพฤติกรรมการกู้เงินมา เพื่อแจกในระยะสั้น ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันรัดเข็มขัด รักษาวินัยการเงินการคลัง ก่อนที่ระบบการคลังของประเทศจะเผชิญทางตันในอีก 2–3 ปี ข้างหน้า.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม