ธนาคารโลก เพิ่งประกาศ ผลการจัดอันดับประเทศตามกลุ่มรายได้ (Gross National Income) สำหรับปี 2026— 2027 เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางความตึงเครียดของภูมิรัฐศาสตร์โลก และแรงกดดันทางเศรษฐกิจการค้าจากภาษีสหรัฐฯ แต่ที่น่าแปลกก็คือ ไม่มีประเทศไหนในโลกมีรายได้ลดลง กลับมี 6 ประเทศที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจนได้รับการเลื่อนชั้นรายได้ โดย 5 ใน 6 ประเทศที่ได้รับการเลื่อนชั้นรายได้ อยู่ในภูมิภาคเอเชีย สะท้อนให้เห็นว่า ภูมิภาคเอเชียยังมีแรงส่งทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะอยู่ในช่วงการชะลอตัวก็ตามวันเสาร์สบายๆวันนี้เราไปดูประเทศที่ได้รับการเลื่อนชั้นรายได้ในปีนี้กันนะครับวารสารการเงินธนาคาร เดือนสิงหาคม ได้รายงาน การจัดอันดับฐานะประเทศของธนาคารโลกปี 2026—2027 ซึ่งจะใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2027 ไว้ดังนี้ ธนาคารโลกได้จัดอันดับทั้งหมด 218 ประเทศ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ประเทศที่มีรายได้ต่ำ, ประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับล่าง, ประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูง, ประเทศที่มีรายได้สูง การจัดกลุ่มครั้งนี้ ใช้ข้อมูลรายได้ประชาชาติต่อหัว (GNI per capita) ของปี 2025 ประเทศไทยแม้จีดีพีจะโตต่ำต่อเนื่องมากว่าทศวรรษ แต่ยังถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “ประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง” มีรายได้ต่อหัวอยู่ที่ 8,105 ดอลลาร์ และเมื่อวันจันทร์ 17 ส.ค. สภาพัฒน์แถลงว่า รายได้ต่อหัวของคนไทยในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 269,643 บาทรายได้ต่อหัวตามนิยามของธนาคารโลกแบ่งไว้ดังนี้ประเทศที่มีรายได้สูง รายได้ต่อหัวอยู่ที่ 14,375 ดอลลาร์ขึ้นไปราว 480,000 บาท ประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง รายได้ต่อหัวอยู่ที่ 4,636-14,375 ดอลลาร์ ประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง รายได้ต่อหัวอยู่ที่ 1,176—4,635 ดอลลาร์ ประเทศรายได้ต่ำ รายได้ต่อหัวอยู่ที่ 1,175 ดอลลาร์หรือต่ำกว่า ปัจจุบันมีประเทศและเขตเศรษฐกิจที่มีรายได้ต่ำอยู่ 25 แห่ง ประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง 47 แห่ง ประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง 59 แห่ง และประเทศรายได้สูง 87 แห่งประเด็นที่น่าสนใจในปีนี้คือ มี 5 ประเทศในเอเชีย ที่ได้ขยับฐานะขึ้นเป็น “ประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง” ประกอบด้วย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา จอร์แดน และไมโครนีเซียเวียดนาม เพื่อนบ้านอาเซียนของไทย ถือว่ามาแรงแซงหน้าไทยไปหลายเรื่อง การเลื่อนชั้นของเวียดนามมาจากการส่งออกที่เติบโตกว่า 15% ต่อเนื่อง และ ปี 2024 จีดีพีเวียดนามเติบโต 7% ปี 2025 เติบโต 8% ส่งผลให้รายได้ต่อหัวเวียดนามเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 10% ทุกปี นับตั้งแต่ปี 2021—2025 จีดีพีปี 2026 ของเวียดนามคาดว่าจะอยู่ที่ 527,266ล้านดอลลาร์ (ไทยอยู่ที่ 579,996 ล้านดอลลาร์) รายได้ต่อหัวอยู่ที่ 5,115 ดอลลาร์ (ไทย 8,105 ดอลลาร์) แม้ยังห่างไทย แต่เวียดนามมีประชากร 102 ล้านคน ไทย 66 ล้านคนถ้าเทียบจีดีพีด้วยกำลังซื้อ วันนี้เวียดนามแซงหน้าไทยไปแล้ว PPP เวียดนามอยู่ที่ 2.025 ล้านล้านดอลลาร์ ไทยอยู่ที่ 1.964 ล้านล้านดอลลาร์ ปาดหน้าไปนิดเดียวเพื่อนบ้านอาเซียนอีกประเทศที่ได้รับการเลื่อนชั้นเทียบเท่าไทยก็คือ ฟิลิปปินส์ ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จีดีพีฟิลิปปินส์ขยายตัวเฉลี่ยปีละ 5.8% เป็นจีดีพีที่มาจากการบริโภคในครัวเรือน การลงทุนภาคบริการและอุตสาหกรรม ฟิลิปปินส์มีประชากรกว่า 114 ล้านคน ถือว่ามีตลาดในประเทศขนาดใหญ่ จีดีพีฟิลิปปินส์ปี 2026 คาดว่าจะอยู่ที่ 512,222 ล้านดอลลาร์ ใกล้ไทยเข้ามาทุกปี มีรายได้ต่อหัวที่ 4,443 ดอลลาร์ ยังต่ำกว่าไทยมาก เนื่องจากมีประชากรเยอะตัวหารก็เยอะประเทศไทย ติดอยู่ใน “กับดับประเทศรายได้ปานกลาง” มานานถึง 40 ปีแล้ว ตั้งแต่ ปี 2530 ที่ไทยขยับขึ้นเป็น “ประเทศรายได้ ปานกลางระดับล่าง” และใช้เวลานานถึง 24 ปี กว่าจะขยับขึ้นเป็น “ประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง” ในปี 2554 และฝันหวานจะเป็น “ประเทศรายได้สูง” ในปี 2580 อีก 11 ปีข้างหน้า แต่จีดีพี กลับโตต่ำแค่ปีละ 2%ถ้าจีดีพีไทยยังโตแค่นี้ กว่าจะไต่ขึ้นเป็นประเทศรายได้สูง 14,375 ดอลลาร์ต่อปี 11 ปีอาจจะไม่พอ ประเทศไทยต้องการ รัฐบาลที่เก่งกว่านี้อีก 10 เท่า จึงจะมีโอกาส.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม