คดีนาฬิกายืมเพื่อนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยืดเยื้อลากยาวมากว่า 8 ปี ฉากแรกจบแบบแฮปปี้ หลังจากที่ประชุมใหญ่ ป.ป.ช.ลงมติ 5 ต่อ 3 เสียงยกคำร้องคดีนาฬิกายืมเพื่อน เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาโดย ป.ป.ช.เสียงข้างมากเชื่อว่า ลุงป้อมได้ยืมนาฬิการิชาร์ดมิลมูลค่าหลายล้านบาทมาจากเพื่อนจริงแต่ฉากหลัง...จบแบบหักมุมเมื่อศาลอาญาคดีทุจริต พิพากษาจำคุก พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธาน ป.ป.ช. และ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. คนละ 3 ปีฐานร่วมกันปกปิดข้อมูลการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งศาลปกครองกลาง และศาลปกครองสูงสุดที่มีคำสั่งให้ ป.ป.ช. เปิดเผยเหตุผลที่ ป.ป.ช.มีมติเสียงข้างมากยกคำร้องคดีครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.อดีตรองนายกฯคนดัง“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าสังคมไทยยังคาใจว่าเหตุใด ป.ป.ช.จึงเชื่อหัวปักหัวปำว่า พล.อ.ประวิตร ยืมนาฬิกาเพื่อนมาใส่จริงๆ??ทำให้ “ลุงป้อม” ไม่มีความผิดฐานปกปิดบัญชีทรัพย์สินตาม ก.ม.ป.ป.ช.รีบตัดจบไปดื้อๆอย่างรวดเร็วทันใจแต่การตัดจบของ ป.ป.ช. กลับทำให้ปัญหาบานปลายเพราะมีคนมือคันไปขุดหลักฐานภาพถ่ายในวาระต่างๆของ พล.อ.ประวิตร พบว่าใส่นาฬิกาหรูยี่ห้อต่างๆถึง 25 เรือน(ซึ่งไม่ปรากฏในบัญชีทรัพย์สินที่ พล.อ.ประวิตร แจ้งต่อ ป.ป.ช.)ข้อสำคัญ ผู้ยิ่งใหญ่ “ระดับบิ๊กป้อม” ย่อมต้องมีนาฬิกาเป็นของตัวเองหลายเรือนไม่มีความจำเป็นต้องยืมนาฬิกาเพื่อนให้ชุลมุนวุ่นวายเมื่อมีข้อสงสัยประดังเข้ามาหลายประเด็นนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน จึงยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ขอให้เปิดเผยเหตุผลที่ ป.ป.ช.มีมติยกคำร้องคดีนาฬิกายืมเพื่อนของกรรมการ ป.ป.ช.ทุกคนขอให้เปิดเผยรายละเอียดสำนวนการสอบสวนของ ป.ป.ช.ให้ชัดเจนขอให้ ป.ป.ช.เปิดเผยซีเรียลนัมเบอร์ ของนาฬิกาหรูแต่ละเรือน เพื่อตรวจสอบย้อน หลังว่าใครเป็นเจ้าของนาฬิกาที่แท้จริง??ปรากฏว่า ป.ป.ช.อ้างว่าเปิดเผยข้อมูลไม่ได้ (เป็นความลับทางราชการ)นายวีระจึงยื่นฟ้อง ป.ป.ช. ทั้งคณะ ต่อศาลปกครองและศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งให้ ป.ป.ช.ต้องเปิดเผยข้อมูลคดีนาฬิกายืมเพื่อนอย่างครบถ้วนภายในวันที่ 11 สิงหาคม 2566แต่ ป.ป.ช.กลับไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองนายวีระจึงยื่นฟ้อง ป.ป.ช.ต่อศาลอาญาคดีทุจริตเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาสุดท้ายศาลอาญาคดีทุจริตได้พิพากษาลงโทษจำคุก พล.ต.อ.วัชรพล และ น.ส.สุภาคนละ 3 ปี โดยศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวกำหนดวงเงินประกันสี่แสนบาทระหว่างอุทธรณ์คดี“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่านี่เป็นคดีแรกที่ภาคประชาชนสามารถยื่นฟ้ององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจนทำให้อดีตประธาน ป.ป.ช.และกรรมการ ป.ป.ช.ถูกสั่งจำคุก 3 ปีคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตน่าจะเป็น “สัญญาณเตือนองค์กรอิสระชุดปัจจุบัน” ให้ใช้อำนาจหน้าที่ด้วยความสุจริตเที่ยงตรงโดยเฉพาะ ป.ป.ช. และ กกต. ต้องระมัดระวังการใช้อำนาจตัวเองให้จงหนักหากเตือนแล้วไม่ฟัง ระวังจะติดคุกนะโยม??"แม่ลูกจันทร์"คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม