ตำรวจ ปคบ.จับมือกรมปศุสัตว์ เปิดปฏิบัติการ “ตัดวงจรสารเร่งเนื้อแดง” ปูพรมตรวจค้น 16 จุด ใน 5 จังหวัด ทลายขบวนการใช้สารซัลบูตามอลในโคขุน ทำให้เนื้อแดงสวยแต่อันตราย ผลตรวจค้นพบโคขุนเกี่ยวข้อง 967 ตัว พร้อมยึดอาหารสัตว์ วัตถุดิบ และอุปกรณ์ รวมมูลค่ากว่า 32 ล้านบาท ซุ่มออกหมายบุกจับอดีตเซลส์รุ่นใหญ่ พร้อมหลักฐานเส้นทางการเงินหมุนเวียนไม่ถึงปีกว่า 80 ล้านบาท หลังเริ่มไหวตัวโอนเงินออกจากบัญชีกว่า 8 ล้านบาท เร่งขยายผลผู้เกี่ยวข้องและโรงงานผลิตสารเร่งเนื้อแดง เนื่องจากเป็นสารที่ใช้ทางการแพทย์กับผู้ป่วยโรคหอบหืดเท่านั้น แต่เป็นอันตรายต่อผู้มีปัญหาสุขภาพ ทั้งผู้ป่วยโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หญิงตั้งครรภ์ และเด็กตำรวจทลายเครือข่ายสารเร่งเนื้อแดง เปิดเผยขึ้นที่ห้องแถลงข่าว กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 ก.ย. นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.ท.ปฐมพงศ์ วชิรโชติกุล รอง ผกก.4 บก.ปคบ. ปฏิบัติราชการ กก.2 บก.ปคบ. และ พ.ต.อ.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ ผกก. (สอบสวน)รรท.ผกก.2 บก.ปคบ. แถลงผลการปฏิบัติการร่วมกับกรมปศุสัตว์สกัดวงจรสารเร่งเนื้อแดง พบโคที่เกี่ยวข้อง 967 ตัว ยึดของกลางรวมกว่า 32 ล้านบาท พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย เผยว่า ปัญหาสารเร่งเนื้อแดงในกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ เช่น ซัลบูตามอล ถือเป็นภัยอาจส่งต่อจากอาหารสัตว์ไปสู่โคขุนและตกค้างอยู่ในเนื้อสัตว์ที่ประชาชนนำไปบริโภค ผู้ลักลอบใช้สารดังกล่าวเพื่อสร้างกล้ามเนื้อและลดชั้นไขมันของโคขุนเพิ่มผลตอบแทนทางการค้า ปัญหาดังกล่าว บก.ปคบ.และกรมปศุสัตว์ร่วมกันเปิดปฏิบัติการเชิงรุกตัดวงจรสารเร่งเนื้อแดง ใช้ระยะเวลาสืบสวนและตรวจสอบกว่า 8 เดือน ตั้งแต่เดือน ก.พ.ถึงเดือน ก.ย. แกะรอยตั้งแต่ร้านจำหน่ายเนื้อสัตว์ ฟาร์มโค สถานที่ผลิตอาหารสัตว์ ตลอดจนผู้จัดหาสารเคมีต้นทาง“เจ้าหน้าที่ปูพรมตรวจค้นรวม 16 จุดใน 5 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ปทุมธานี จ.สระบุรี จ.สุพรรณบุรี จ.กาญจนบุรี และ จ.เพชรบุรี พบโคเนื้อเกี่ยวข้องรวม 967 ตัว พบสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในปัสสาวะโคและเนื้อโค นอกจากนี้ยังอายัดอาหารสัตว์ วัตถุดิบ พรีมิกซ์ และอุปกรณ์การผลิต รวมมูลค่ากว่า 32,366,240บาท ตรวจสอบเส้นทางการเงินพบเงินหมุนเวียนเข้าออกบัญชีผู้จัดจำหน่ายสารเคมีต้นทางกว่า 80,289,292 บาท” ผบช.ก.กล่าวด้าน พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล กล่าวว่า การปฏิบัติการเริ่มจากการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่าง บก.ปคบ.กับกรมปศุสัตว์ เจ้าหน้าที่ออกตรวจตามตลาดและสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ นำตัวอย่างเนื้อไปตรวจหาสารตกค้างที่เป็นสารต้องห้าม เมื่อพบสารเร่งเนื้อแดงจึงสืบสวนย้อนกลับไปยังแหล่งที่มา ทั้งโรงฆ่าสัตว์และฟาร์มเลี้ยงโค ขยายผลไปยังอาหารสัตว์และกระบวนการที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบหลายพื้นที่พบสารเร่งเนื้อแดงทั้งในเนื้อสัตว์ อาหารสัตว์ เครื่องผลิตอาหาร และตัวโคที่อยู่ในฟาร์มต้องสงสัยทำการอายัดพยานหลักฐานและขยายผล“หลังเข้าตรวจสอบในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลการสืบสวนทั้งเส้นทางการเงินและข้อมูลจากฟาร์มที่เกี่ยวข้องหลายแห่งให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่า ผู้ต้องหารายหนึ่งเป็นผู้จัดหาสาร รวมถึงอาหารที่มีส่วนผสมของสารเร่งเนื้อแดงที่ตรวจพบนำมาจำหน่ายให้ฟาร์ม ติดตามและตรวจสอบบุคคลดังกล่าวพบข้อมูลน่าสนใจว่า หลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. บุคคลดังกล่าวถ่ายโอนทรัพย์สินออกจากบัญชีตัวเองรวมกว่า 8 ล้านบาท จึงให้ความสำคัญและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม” ผบก.ปคบ.กล่าวพล.ต.ต.คงกฤชกล่าวต่อว่า ผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ยืนยันสารที่ตรวจพบคือ ซัลบูตามอล รวบรวมพยานหลักฐานจับกุมนายเอกชัย สมบูรณ์ อายุ 53 ปี ที่บ้านเลขที่ 95/66 หมู่ 2 ต.บางกระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม ตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ข้อหาผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อหาผลิตหรือขายอาหารสัตว์ที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ข้อหาใช้วัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์ และข้อหาขายยาแผนปัจจุบันประเภทอันตราย หรือซัลบูตามอลโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ต้องหาปฏิเสธ ประวัตินายเอกชัยเคยเป็นเซลส์อาหารสัตว์ตั้งแต่ปี 2539 แต่ปัจจุบันไม่ได้มีใบอนุญาตขายอาหารสัตว์พล.ต.ต.คงกฤชกล่าวด้วยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและขยายผลหาต้นตอสารดังกล่าว รวมถึงตรวจสอบว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องการนำสารออกมาจำหน่ายในวงการอาหารสัตว์ เนื่องจากเป็นสารที่นำไปใช้ทางการแพทย์สำหรับผู้มีอาการหอบหืด บริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตหรือจำหน่ายมีไม่มาก อยู่ระหว่างตรวจสอบด้านนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เจ้าหน้าที่ใช้เวลาทำงานเกือบ 1 ปี เป็นการสืบสวนถึงต้นตออย่างเป็นขั้นตอน เนื่องจากกระบวนการดังกล่าวมีขนาดใหญ่ ส่งผลกระทบต่อทั้งระบบเศรษฐกิจและผู้บริโภค สารเร่งเนื้อแดงเป็นสารที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ปัญหาสารเร่งเนื้อแดงเจ้าหน้าที่ดำเนินการในกลุ่มสุกรมาต่อเนื่อง จนปัญหาในส่วนดังกล่าวเบาบางลง จึงขยายการมาตรวจสอบกลุ่มโคเนื้อเป้าหมายใหม่ จะพยายามสืบสวนให้ถึงต้นตอว่าใครเกี่ยวข้องกระบวนการดังกล่าวเพราะสารเร่งเนื้อแดงเป็นอันตรายและกระทบต่อความเชื่อมั่นประเทศ ฐานะผู้ผลิตเนื้อสัตว์ที่ได้รับการยอมรับระดับโลกน.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ดำเนินการปราบปรามการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดงในภาคปศุสัตว์ หลังได้รับการร้องเรียนจากทั้งผู้บริโภคและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ พบเกษตรกรบางรายลักลอบใช้สารดังกล่าวประสานงานกับ บก.ปคบ.และชุดสารวัตรออกตรวจ เป็นทีมงานภายใต้ศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางการเกษตรและอาหารหรือศูนย์พระพิรุณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการตรวจสอบและปราบปรามการใช้สารเร่งเนื้อแดงอย่างต่อเนื่อง“เตือนผู้บริโภคและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ตระหนักถึงอันตรายจากการใช้สารเร่งเนื้อแดงซัลบูตามอลเป็นวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมอาหารสัตว์เด็ดขาด อาจตกค้างในเนื้อสัตว์และส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยเบาหวาน หญิงตั้งครรภ์ และเด็ก อาจทำให้เกิด อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ มือสั่น คลื่นไส้ อาเจียน และเวียนศีรษะ และอาจอันตรายถึงชีวิต ขอให้ผู้บริโภค และผู้ประกอบการตระหนักถึงอันตรายและหลีกเลี่ยงการใช้สารดังกล่าวเด็ดขาด” อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่