“พิพัฒน์” โบ้ยไม่เกี่ยวฮั้ว สว.อย่ามาโยงเครือญาติ ไม่กังวลฝ่ายค้านลากขึ้นเขียงซักฟอก “วรศิษฎ์” มั่นใจพ่อบริสุทธิ์ชี้แจงได้ “ภราดร” โวยมีธงจ้องยุบ ภท. บอกไม่ฉลาดพอไปคิดค้นระบบฮั้วยกพวงขนาดนั้น “นภินทร” โล่งลุยฟ้องกลับ “ยิ่งชีพ” “อนุทิน” ส่งทนายยื่นฟ้อง “ผอ.ไอลอว์” หมิ่นประมาทกล่าวหาเอี่ยวกระบวนการฮั้ว กลุ่ม 26 สว.กอดให้กำลังใจกัน “อลงกต” ยืดอกรับคำตัดสิน ลั่นไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย “วิวรรธน์” โอดประเทศนี้คนดีอยู่ยาก “มาร์ค” ถกทีมกฎหมาย ปชป. ฉะ กกต.เน้นคดีอาญาไม่เน้นคดีเลือกตั้ง ซัดพิรุธไม่ฟัน “เอกราช” ให้การเท็จ ช่วยผู้เสียหายฟ้อง กกต.ผิดมาตรา 157-69-172 ตามกฎหมาย 3 ฉบับ “ไอซ์” ยุส่ง 26 สว.สีน้ำเงินแฉให้ยับ เผยมติ กกต. 4 ต่อ 3 ส่งฟ้อง 26 สว. ขณะที่ 21 บิ๊ก ภท.รอดด้วยเสียง 5 ต่อ 2 เสียงเอกฉันท์เชือด “สรชาติ-สุบิน” รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่รอดพ้น ไม่ถูก กกต.ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาในคดีฮั้ว สว.ต่างออกมาแสดงความเห็นยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่แรก บางส่วนเดินหน้าแจ้งความดำเนินคดีนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ ข้อหาหมิ่นประมาท อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ แกนนำพรรค ภท.“พิพัฒน์” หัวโต๊ะถก ครม.แทน “อนุทิน”เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี เกียรติยศ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราช ดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ย. ทั้งนี้ มี ครม.แจ้งลาการประชุม 8 คน 1.นายอนุทิน 2.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง 3.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ 4.พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม 5.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ 6.นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ 7.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม 8.น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมโบ้ยไม่เกี่ยวฮั้ว สว.อย่าโยงเครือข่ายนายพิพัฒน์ ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติไม่ส่งฟ้องกรรมการบริหารพรรค ภท.คดีฮั้ว เลือก สว.ว่า ไม่ขอให้สัมภาษณ์เนื่องจากไม่เกี่ยวกัน เมื่อถามย้ำว่า มีหลายคนพยายามเชื่อมโยงว่าบุคคลที่อยู่ในรายชื่อที่ กกต.ส่งฟ้อง เป็นเครือข่าย นายพิพัฒน์ตอบว่า พรรค ภท.ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ สว. เราแบ่งแยกอย่างชัดเจน พวกเราเป็นคนการเมือง ต้องมีเพื่อนฝูงเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้ปฏิเสธว่าเราไม่รู้จักกัน แต่เราไปสนับสนุนหรือช่วยเหลือไม่ได้ แต่ฝ่ายค้านคงเดินหน้าต่อ แต่เป็นสิทธิของเขาไม่กังวลฝ่ายค้านลากเข้าสภาซักฟอกเมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับนายวรศิษฎ์ เลียง ประสิทธิ์ รมช.มหาดไทยหรือไม่ เนื่องจากมีรายชื่อนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ บิดาถูก กกต.ส่งฟ้องคดีฮั้ว สว. นายพิพัฒน์กล่าวว่า ไม่ได้เจอกัน เดี๋ยวคง จะคุยกัน ส่วนกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรค ภท.ยังไม่ได้คุยกัน นายกฯติดภารกิจ ไม่ได้กังวลว่าฝ่ายค้านยืนยันว่าจะนำคดีฮั้ว สว.ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ คุณอภิปรายมา เราต้องตอบความเป็นจริง เมื่อถามว่า หากพ้นเรื่องนี้รัฐบาลจะเดินหน้าราบรื่นใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ขอให้ไปถามนายกฯ“วรศิษฎ์” มั่นใจพ่อบริสุทธิ์แจงได้นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ได้พูดคุยกับคุณพ่อเมื่อวันที่ 14 ก.ย. เราเคารพผลการพิจารณาของ กกต. แต่ยังมั่นใจพร้อมไปพิสูจน์ในกระบวนการต่อไป มั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว เรื่องนี้มีระเบียบมีกติกา ขอดูรายละเอียด ว่า กกต.ว่าอย่างไร แต่ทางพฤตินัยเราชี้แจงได้ที่ไอลอว์เปิดหลักฐานคำให้การพยานรหัสที่ 16 นายเอกราช ช่างเหลา อดีต สส.ขอนแก่น พรรค ภท.อ้างว่าในการประชุมกรรมการบริหารพรรค ภท. มีส่วนเริ่มกระบวนการฮั้ว สว. เขานั่งอยู่ในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคหรือ เท่าที่จำได้พยานกลับคำให้การแล้ว แต่การประชุมกรรมการบริหารพรรคทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้กันอยู่แล้ว ไม่มีประเด็นนี้“นภินทร” โล่งยันลุยฟ้อง “ยิ่งชีพ”ด้านนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ แกนนำพรรค ภท.กล่าวว่า เป็นธรรมดาคนถูกกล่าวหา เมื่อ กกต.ยกคำร้องทุกคนดีใจ ต้อง โล่งเป็นธรรมดามนุษย์ กกต.ได้ใช้อำนาจตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญและตามระเบียบ พิจารณาหลักฐานอย่างรอบคอบ ให้ความเป็นธรรม ไม่คำนึงถึงแรงกดดัน ขอชื่นชม กกต.ที่ใช้อำนาจอย่างเที่ยงธรรม ส่วนคดียังเดินหน้าฟ้องอยู่ ยืนยันยังฟ้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ ส่วนนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ยังไม่มีประเด็นอะไรนอกเหนือ จากในสภาฯ“เจเศรษฐ์” ไม่รู้สึกอะไรไม่เอาคืนขณะที่นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทยกล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกอะไร คิดว่า กกต.พิจารณาไปตามหลักฐานมั่นใจในพยานหลักฐาน และมั่นใจว่าช่วงเวลาที่ถูกกล่าวหา อยู่ต่างประเทศไม่เข้าใจในพยานหลักฐานที่เขาพูดกันอยู่แล้ว พยายามอยู่ในจุดยืนที่ไม่ตอบโต้ เมื่อถามถึงกรณีภาคประชาชนเปิดข้อมูลออกมา จะดำเนินคดีทางกฎหมายหรือไม่ นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ ถือเป็นบุคคลสาธารณะ ให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน“ภราดร” ชี้ปม สว.พุ่งเป้ายุบ ภท.นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนัก นายกฯ กล่าวถึงกรณี ilaw เปิดเผยข้อมูลว่า นายเอกราช ช่างเหลา อดีต สส.ขอนแก่น พรรค ภท.พยานที่ 16/26 ซักทอดว่านายภราดรเป็นผู้ริเริ่มคิดค้นกระบวนการฮั้ว สว.ว่า ขอถือโอกาสบอกแบบตรงไปตรงมาว่า คงไม่ฉลาดที่จะคิดค้นระบบให้ได้มาซึ่ง สว.ทั้งหมดขนาดนั้น ยอมรับการตรวจสอบพร้อมเดินหน้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถ้าหาก กกต.มีมติ ตนพร้อมเข้าสู่กระบวนการ กกต.ทำหน้าที่บนข้อมูลและหลักฐาน ไม่ได้ยกฟ้องทั้งหมด สั่งฟ้อง 77 คน ถือว่า กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำใดๆ เป็นเรื่องของ 77 คนต้องไปต่อสู้คดีชั้นศาล ไม่เลือกปฏิบัติ เมื่อ กกต.วินิจฉัยไปแล้วควรเคารพตามกติกา แม้จะวินิจฉัยตรงใจหรือไม่ ขอตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการนี้ดิสเครดิตพรรค ภท. ตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อล้มล้างพรรค ภท.นำไปสู่การยุบพรรค หากมี กก.บห.คนใดคนหนึ่งมีอันเป็นไปจะนำไปสู่การยุบพรรคเป็นปรารถนาสูงสุดของเขา มันคือจุดเริ่มต้นตรงนี้ จุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดมาจากพยานที่ 16/26 และมีธงปักเอาไว้ว่าทำอย่างไรที่จะยุบพรรค ภท. ทุกอย่างเดินไปตามพยานที่ 16/26 ตั้งธงไว้แต่แรก ในนามพรรค ภท.จะแจ้งความ ilaw หรือไม่ คงต้องปรึกษาทีมกฎหมายและทนายของพรรคว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปยธ.สอบ พงส.ดีเอสไอข่มขู่พยานพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรมกล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ดีเอสไอข่มขู่พยานคดีฮั้ว สว.ว่า มีผู้มาร้องเรียน ที่กระทรวง จะตั้งคณะกรรมการและให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ตรวจสอบรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนทำสำนวน หลังพบว่ามีพยานบางปากกลับคำให้การ คงต้องรอคำวินิจฉัยของ กกต.และขั้นตอน กกต.ที่ยื่นคำร้องไปถึงศาลฎีกา จากนั้นดีเอสไอต้องดำเนินการต่อไป คงต้องทำควบคู่ไปกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีผู้ร้องพนักงานสอบสวนดีเอสไอไม่ให้ความเป็นธรรม ข่มขู่ ระยะเวลาน่าจะพร้อมกันพอดีโอ่ไม่หนักใจฮั้ว สว.แต่แรกที่รัฐสภา น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม โฆษกพรรค ภท. กล่าวว่า ภท.จะใช้คำว่าโล่งใจคงไม่ถูก ใช้คำว่าไม่หนักใจตั้งแต่แรก มั่นใจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและชี้แจงได้ชัดเจน เบื้องต้นยังไม่ได้พูดคุยในพรรค ส่วนที่มีชื่อนายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาฯ และนาย สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ บิดานายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ขอให้ได้ข้อสรุปอีกครั้ง เรื่องคดีปล่อยให้เป็นขั้นตอนกฎหมาย ส่วนที่สังคมไม่เชื่อผู้สมัคร สว.ไม่น่าทำได้เอง ต้องแยกให้ออกความเชื่อกับข้อมูลหลักฐาน อย่าใช้ความเชื่อชี้นำสังคม“หนู” ส่งทนายฟ้องหมิ่นฯ “ยิ่งชีพ”เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ศาลอาญา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ หัวหน้าพรรค ภท. มอบหมายนาย ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อพรรค ภท.ประธานฝ่ายกฎหมายพรรค ภท. ให้นายสิทธิโชค สิงหเสนี ทนายความ เป็นผู้แทนยื่นฟ้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณีพาดพิงว่าเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. นายสิทธิโชคกล่าวว่า นายยิ่งชีพให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 21 ก.ค.69 พาดพิงนายกฯ ที่เห็นว่าไม่ใช่ข้อเท็จจริง ต้องใช้สิทธิทางกฎหมาย ขอให้ศาลพิจารณาข้อความดังกล่าวเป็นจริงหรือเท็จ เจตนาสุจริตหรือไม่ ที่สื่อ มองว่าฟ้องหลัง กกต.มีมติ ไม่เกี่ยวข้องกัน ทีมทนายจัดทำร่างฟ้องไว้ก่อนแล้ว เพียงรอนายกฯจะมอบหมายให้ดำเนินการเมื่อใด คดีนี้ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายและไม่ใช่การฟ้องเพื่อปิดปากใคร ยื่นฟ้องในนาม นายกฯ ไม่ใช่ในนามพรรค ภท.ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง วันที่ 14 ธ.ค. เวลา 09.00 น.บช.ก.เร่งสอบเอกสารลับฮั้ว สว.หลุดเมื่อเวลา 11.00 น.ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 2 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.กล่าวถึงกรณี กกต.แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลรวม 6 ราย ฝ่าฝืนกฎหมายถ่ายภาพในหน่วยเลือกตั้ง เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งใหม่เมื่อวันที่ 22 ก.พ.69 ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตคันนายาว กรุงเทพฯ ว่า ขณะนี้ บช.ก.แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนมาดูแลคดีโดยเฉพาะ มอบหมายให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก.เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน กำลังเร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเร่งด่วน ส่วนล่าสุดที่ DSI และ กกต.เข้าแจ้งความผู้นำเอกสารสำนวนสอบสวนคดีฮั้ว สว.ที่มีชั้นความลับไปเผยแพร่ อยู่ในความรับผิดชอบกองบังคับการปราบปรามอยู่ระหว่างเร่งรัดสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษเช่นเดียวกัน“จุลพันธ์” บอกไม่ต้องกังขาท่าที พท.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึง เสถียรภาพรัฐบาลหลัง กกต.ไม่ส่งฟ้อง กก.บห.พรรค ภท.คดีฮั้ว สว.ว่า เสถียรภาพรัฐบาลมั่นคงขึ้นแน่นอน อย่างน้อยมีคำวินิจฉัยมาระดับหนึ่ง ตอนพรรค พท.เป็นแกนนำรัฐบาลขับเคลื่อนเต็มที่ วันนี้องค์กรอิสระมีคำวินิจฉัยมาแล้ว คนเห็นต่างคงมีช่องทางกฎหมายดำเนินการต่อได้ตามรัฐธรรมนูญ ใครมีบทบาทหน้าที่อย่างไรว่าตามนั้น ไม่มีอะไรน่ากังขา พรรค พท.ยึดผลประโยชน์ประชาชน วันที่เรามีหน้าที่รับผิดชอบเราทำเต็มที่ อำนาจหน้าที่เราไม่ได้อยู่จุดนั้น ต้องให้อิสระและให้ฝ่ายเกี่ยวข้องดำเนินการเต็มที่ เมื่อถามว่าพยานที่พาดพิงพรรคภท.เกิดขึ้นสมัยรัฐบาลพรรค พท.ต้องเคลียร์ใจกันหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไม่ต้องเคลียร์ใจ ไม่มี ประเด็นอะไรค้างคากัน คนที่มาให้การเข้าใจว่าไม่ใช่คนของพรรค พท.ด้วยซ้ำ แต่ละฝ่ายวิเคราะห์กันไป แต่เรื่องภายในรัฐบาลระหว่างพรรค พท.กับพรรค ภท. ไม่มีอะไรต้องพูดคุยกันประเด็นนี้ไม่ได้มีเงื่อนไขห้ามดึง กธ.ร่วม รบ.เมื่อถามว่าฝ่ายค้านยังยืนยันจะนำเรื่องฮั้วสว.ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจกังวลใจหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไม่กังวล ฝ่ายค้านยังเหลือสิทธิอภิปรายทั้งมาตรา 151 และ 152 ในสมัยประชุมนี้ หากจะยื่นมาพร้อมตอบ เมื่อถามว่าพรรค พท.มีเงื่อนไขหรือไม่หากนายกฯจะดึงพรรค กธ.ร่วมรัฐบาล นายจุลพันธ์กล่าวว่า พรรค พท.ไม่มีเงื่อนไขอะไรเพิ่มเติม สิ่งที่พูดคุยกันไปแล้วจบในวันนั้นและมั่นใจในกรอบที่คุยกันไว้ เราจะทำงานภายใต้อำนาจหน้าที่เต็มกำลัง ส่วนอื่นขึ้นอยู่กับพรรค ภท.มีสิทธิพิจารณาหรือตัดสินใจ เราไม่ได้ห้ามกัน กระบวนการเชื่อว่าให้เวลาตัดสิน อย่าเพิ่งไปด่วนสรุปหรือตั้งสมมติฐาน เมื่อถามต่อว่าหากพรรค กธ.มาจริงจะสั่นคลอนพรรค พท.หรือไม่ เพราะตอนนี้เสียงรัฐบาลแน่นอยู่แล้ว นายจุลพันธ์ย้อนว่า “ไม่ดีหรือครับ ยิ่งเยอะ”“โสภณ” ปัดตีกรอบห้ามซักฟอกฮั้ว สว.ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ กล่าวถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชน.ระบุประธานพยายามตีกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ให้พูดถึงประเด็นฮั้ว สว. ว่า ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ ยังไม่รู้ว่าจะยื่นอะไร อย่าทำให้มันสับสน เรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ได้พูดอะไรสักคำและยังไม่รู้เรื่องเลย เมื่อถามว่าหากยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วมีเรื่องคดีฮั้ว สว.จะพูดได้ใช่หรือไม่ นายโสภณกล่าวว่า เรื่องใดเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พูดได้หมดตามสิทธิสส.ตามรัฐธรรมนูญ มีข้อบังคับไว้ เมื่อถามว่า วันที่ 16 ก.ย.จะพิจารณารายงาน กกต. รวมถึงพิจารณาญัตติปัญหาชายแดนใต้ให้เสร็จสิ้นเลยใช่หรือไม่ นายโสภณตอบว่า เข้าวันที่ 16 ก.ย.เลยไม่เลื่อนแล้ว ให้จบๆไปพูดกันให้จบ ไม่เช่นนั้นจะคาราคาซัง“อลงกต” ยืดอกรับคำวินิจฉัย กกต.เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายอลงกต วรกี สว. 1 ใน 26 สว.ที่ถูก กกต.ส่งฟ้องศาลฎีกาคดีฮั้วสว.กล่าวว่า ยอมรับคำวินิจฉัย กกต.ขอให้เป็นไปตามกระบวนการชั้นศาล ไม่ใช่ความมั่นใจหรือไม่มั่นใจ แต่ย้ำว่าเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ยอมรับการตัดสินจะส่งกี่คนเป็นเรื่องของ กกต.ตามระเบียบกฎหมาย หากจะมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ให้เป็นไปตามอำนาจศาล ไม่ได้เป็นผู้สูงศักดิ์ อยู่ใต้คำวินิจฉัย กกต.อยู่แล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนสว.คนอื่นๆมีการปรับทุกข์ผูกมิตรคุยกันจะให้หัวเราะเขาหรือก็ต้องให้กำลังใจกัน ก่อนหน้านี้เคยถูกม็อบไล่ที่ จ.อุบลราชธานี ฟ้องแกนนำม็อบกลับไปหมดแล้ว ชีวิตนี้โดนสอบวินัย ม็อบไล่ แต่ทุกอย่างเคลียร์ไปตามกฎหมาย ทุกคนอยู่ใต้กฎหมายไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย“วิวรรธน์” โอดประเทศนี้คนดีอยู่ยากนายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สว. 1 ใน 26 สว.ที่ถูกส่งฟ้องศาลฎีกาคดีฮั้ว สว.กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคดีฮั้ว สว. ตนเป็น สว.เชียงใหม่ แต่ถูกพาดพิงมีเส้นเงินเกี่ยวข้องกับนายวิเชียร ชัยสถาพร อดีต สว.ลำพูนน้องชายที่พ้นตำแหน่ง สว. เพราะผิดแจ้งเท็จคุณสมบัติผู้สมัคร สว. แต่ กกต.ไปจับโยงสำนวนคดีของคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 เชื่อมโยงคำให้การของพยานชื่อ “อาทร” ใส่ร้ายตนและน้องชายจ่ายเงินให้พยานรายนี้นำไปจ่ายให้ผู้สมัคร สว.รายอื่นล็อบบี้คะแนน ถ้าน้องชายทำผิดถามว่าพี่ชายต้องผิดด้วยหรือ พร้อมไปชี้แจงต่อศาลฎีกาว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเส้นเงินใดๆ ที่ผ่านมา กกต.ไม่เคยเรียกไปชี้แจงข้อกล่าวหาเรื่องนี้ ยังงงอยู่ว่ามาเกี่ยวข้องได้อย่างไร เล่นการเมืองมากเกินไป น้อยใจที่คนดีอยู่ยากในประเทศนี้ มั่นใจว่าศาลพร้อมให้ความยุติธรรม“นิพนธ์” โต้ไม่ได้ทำผิดคดีฮั้ว สว.นายนิพนธ์ เอกวานิช สว.กล่าวว่า ไม่กังวลจะรอดู กกต.แจ้งข้อหาอะไร แต่ยืนยันไม่ได้ทำผิด เคยชี้แจงไปแล้ว เมื่อถามว่ามีรายงานว่ามีเส้นเงินถึงยืนยันหรือไม่ว่าไม่จริง นายนิพนธ์ไม่ได้ตอบพร้อมโบกมือและเดินจากไป ขณะที่ น.ส.อัจฉรพรรณ หอมรส สว.กล่าวว่า ไม่กังวลที่ถูก กกต.ส่งฟ้องต่อศาลฎีกา เมื่อถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าไม่มีความผิดตามที่ถูกกล่าวหาและเคยชี้แจงไปแล้วหรือไม่ น.ส.อัจฉรพรรณตอบว่า “มีแล้วค่ะ” เมื่อถามว่าเมื่อช่วงเช้ามี สว.เดินเข้าไปกอดให้กำลังใจกันหรือไม่ น.ส.อัจฉรพรรณตอบว่า กอดกันทุกวันอยู่แล้ว เมื่อถามย้ำว่า จะแยกการต่อสู้คดี ไม่รวมกลุ่มกันสู้คดีใช่หรือไม่ น.ส.อัจฉรพรรณกล่าวว่า “ใช่ค่ะ”นายสมหมาย ศรีจันทร์ สว.กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยเรื่องคดีกับ สว.คนอื่น หารือแนวทางต่อสู้คดี ยอมรับผลคดีผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร แต่ สว.ยังทำหน้าที่อยู่ หากศาลรับคำร้องและมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จะส่งผลต่อการทำงาน เรามาตามรัฐธรรมนูญ ต้องทำตามรัฐธรรมนูญสว.สวมกอดให้กำลังใจกันผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมวุฒิสภาวันที่ 15 ก.ย. หลังจากที่ กกต.มีมติสั่งฟ้อง สว. 26 คนคดีฮั้ว สว. ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาคดีต่อไป ในการประชุม สว.บรรยากาศเป็นไปตามปกติ 26 สว.ยังคงเข้าร่วมการประชุมวุฒิสภา อาทิ น.ส.อัจฉรพรรณ หอมรส นายนิพนธ์ เอกวานิช นายสุเทพ สังข์วิเศษ นายอลงกต วรกี นายสมศักดิ์ จันทร์แก้ว บางช่วงมีเพื่อน สว.เข้าไปสวมกอดให้กำลังใจ น.ส.อัจฉราพรรณที่ถูก กกต.ส่งฟ้องคดีฮั้ว สว.เผยมติ กกต.ส่งฟ้อง 26 สว.มติ 4 ต่อ 3ผู้สื่อข่าวรายงานจาก กกต.ว่า มีรายงานว่าผลการลงมติ กกต.ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหารายบุคคลทั้ง 427 คน 7 ข้อกล่าวหา เสียง กกต.ที่ลงมติส่วนใหญ่เป็นเสียงข้างมาก มีทั้ง 4 ต่อ 3 5 ต่อ 2 6 ต่อ 1 มีไม่กี่รายที่เป็นมติเอกฉันท์ โดยมติสั่งฟ้อง สว. 26 ราย ข้อกล่าวหาที่ 3-7 ฝ่าฝืนระเบียบแนะนำตัวผู้สมัครจนถึงการให้หรือสัญญาจะให้ทรัพย์สินจูงใจการลงคะแนน การจัดเลี้ยง เรียกรับตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. 60 มาตรา 77 (1) (3) นอกจากนี้ยังมีข้อกล่าวหาเรียกรับหรือยอมรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการสมัคร สว.ตามมาตรา 79 และผู้มีสิทธิเลือกเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการลงคะแนน ตามมาตรา 81 เป็นมติเสียงข้างมาก 4 ต่อ 3 เสียง21 ผู้ถูกกล่าวหา ภท.รอด 5 ต่อ 2ขณะที่ข้อกล่าวหาที่ 1 และ 2 ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. 2560 มาตรา 76 วรรคหนึ่ง และวรรคสองที่กำหนดห้ามกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นใดในพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองช่วยเหลือให้ผู้สมัครผู้ใดได้รับเลือกเป็น สว. หรือทำให้ผู้สมัครผู้ใดไม่ได้รับเลือก และผู้สมัครยินยอมให้พรรคการเมืองสนับสนุน มีกรรมการบริหารพรรค สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพรรค ภท.ถูกร้องรวม 21 ราย และ กกต.มีมติไม่สั่งฟ้องทั้งหมดเป็นเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เสียง เสียงข้างน้อยคือนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และนายชาย นครชัย ส่วนที่ กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์ อาทิ นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม กลุ่มที่ 13 (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสาร การสร้างสรรค์นวัตกรรม) จ.หนองบัวลำภู ตามสำนวนของคณะที่ 26 พบหลักฐานเส้นทางการเงินและแชตไลน์กับนายสุบิน ศักดา อยู่ในกลุ่มบุคคลอื่น นายสุบินเป็นผู้ช่วย ส.พิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรค ภท. ที่พบหลักฐานเส้นทางโอนเงินให้นายวรพจน์ ตั้งพันธุ์เพียร น.ส.นิสิตา หมั่นไชย ที่ถูก กกต.สั่งฟ้องด้วย“สิทธิโชติ” ชี้หลักฐานโยงพรรคเดียวชัดเมื่อเวลา 17.40 น.ที่สำนักงาน กกต.นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.ให้สัมภาษณ์ว่า ข้อกล่าวหาที่ 1-2 บุคคลในพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรค สส. มติไม่ได้เป็นเอกฉันท์ไม่ใช่มติ 5 ต่อ 2 ทั้งหมด มีเสียงข้างมาก ข้างน้อย มีความต่างอยู่ ตนและนายชาย นครชัย กกต. เป็นเสียงข้างน้อย เห็นว่าพยานหลักฐานค่อนข้างที่จะเชื่อได้ ต้องมองบริบทว่าการกระทำไม่ได้ทำที่จุดเดียว แต่กระจายไปทั้งประเทศ ที่จับได้ไล่ทันมีอยู่บางจุด กระบวนการใน จ.นครศรีธรรมราช ภูเก็ต หนองบัวลำภู อุทัยธานี นครสวรรค์ สุโขทัย มีการประชุมแต่ละโรงแรมจัดทำโพย โพยที่จับได้มี 12 โพย ระบุหมายเลขเขียนเอาไว้ คนได้คะแนนสูงสุด 7 อันดับแรกอยู่ใน 12 หมายเลข เกิดจากกลุ่มที่มาทำโพยกันและถูกลงโทษด้วย แสดงให้เห็นว่าการทำโพยนั้นทุจริตการเลือกตั้งและอาจนำไปสู่การยื่นฟ้องอาญา หากเข้าข่ายกระทำผิดมาตรา 77 (1) ถ้าเรามองอย่างนี้ทุกพื้นที่ล้วนเกี่ยวข้องกับพรรคเดียว ไม่มีพรรคอื่นเข้ามาแทรกเลย ทุกคนล้วนเป็นสมาชิกพรรคหรือเกี่ยวกับพรรค เมื่อจัดทำโพยเสร็จไปสอดคล้องกับพยานที่กลับคำให้การ ตนไม่ได้เชื่อว่าคนนี้พูด ตัวคนจะมีน้ำหนักเชื่อถือหรือไม่ แต่เชื่อถือว่าคำพูดของเขาได้รับการปฏิบัติและเกิดขึ้นจริงตามคำพูดหรือไม่ไม่เชื่อพยานมากบารมีถูกขู่กลับคำให้การนายสิทธิโชติกล่าวว่า ส่วนเบอร์โทรศัพท์และเส้นเงิน พยานปากนี้ให้การติดต่อใครจากพรรคนี้ ทั้งสมาชิกพรรคหรือกรรมการบริหารพรรค หรือ สส.มีเงื่อนงำเชื่อมโยงกันอยู่ พอตรวจสำนวนเจอว่าเชื่อมโยงกันจริง หลังประกาศผลนัดประชุม สว.ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ วันที่ 21 และคนที่อยู่ในพรรคนั้นมาร่วมประชุม พยานเป็นเลขาฯ สส.เป็นถึงหน้าห้องรัฐมนตรีและมาเป็น สว.มาเป็นพยานให้ กกต.ว่าวันที่ 21 มีนัดประชุม สว.ใหม่กำหนดบุคคลที่จะทำหน้าที่ประธานและรองประธานวุฒิสภา มีการเก็บโทรศัพท์และพบคนสำคัญของพรรคเดินออกมา อาจจะพบถึงหัวหน้าพรรคด้วยซ้ำ แต่เผอิญหัวหน้าพรรคอาจอยู่คนละห้อง ไม่ได้อยู่ในห้องที่เก็บโทรศัพท์ พฤติการณ์เหล่านี้ รวมถึงมีโทรศัพท์ติดต่อกันของรัฐมนตรีบางคนภายหลังหรือช่วงเวลาเลือกมันสอดคล้องกันไปหมด เห็นว่าสนับสนุนให้ทำโพยฮั้วแต่ละจังหวัดตามที่พยานให้การ ยังมีพยานอีกปากชื่อนายดิเรกให้การสอดคล้อง ตรงกับพยานที่ 16/26 เป็น 2 คนแล้ว พยานที่กลับคำให้การไม่น่ากลับคำด้วยการถูกข่มขู่ มีบารมีเป็น สส. ตอนให้การยังเป็นสส.ใครจะข่มขู่เขา อีกคนที่กลับคำให้การเป็นพ่อตาหัวหน้าพรรคระดับสำคัญ ใครจะกล้าข่มขู่ และข้อเท็จจริงมีมายื่นหนังสือกลับคำให้การ ตอนนั้นตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 แล้ว คาดว่าเป็นวันที่ 30 ต.ค.68 ห่างจากช่วงให้การนานมาก ข้อพิรุธทั้งปวงฟังประกอบทุกสิ่งมองช้างทั้งตัวแล้ว เราจะรู้ว่าช้างตัวจริงอยู่ตรงนี้ ที่เหลือปลีกย่อยก็ผิดไปปชป.ฉะ กกต.เน้นอาญาไม่เน้นคดี ลต.เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีการประชุมคณะกรรมการฝ่ายกฎหมายพรรคชุดใหญ่ มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. เป็นประธาน ต่อมานายอภิสิทธิ์แถลงว่า วันที่ 14 ก.ย.เป็นแค่จุดเริ่มต้นคดีฮั้ว สว. มติ กกต.ส่งฟ้องแค่ 77 คนน้อยกว่าข้อสรุปคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ที่เสนอส่งฟ้อง 229 ราย ไม่ครอบคลุมทุกกลุ่ม ยังส่งฟ้องน้อยกว่าความเห็นนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ด้วย น่าสังเกตมติ กกต.พยายามใช้มาตรฐานโยงเกี่ยวข้องกับคดีอาญาเป็นหลัก ทั้งที่อำนาจ กกต.ครอบคลุมทั้งคดีอาญาและคดีเลือกตั้ง แค่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย กกต.ส่งฟ้องคดีต่อศาลฎีกาคดีเลือกตั้งได้ ตามมาตรฐานการพิจารณาคดีเลือกตั้งของ กกต.ในอดีต ส่วนพรรคที่เกี่ยวข้อง กกต.พูดถึงแค่ว่าถูกพาดพิงจากพยาน ทั้งที่จริงต้องพิจารณาจากภาพรวม ที่มีพฤติกรรมการกระทำเป็นขบวนการ นัดประชุมในที่ต่างๆชัดเจนมากกว่า แยกเป็นการกระทำส่วนบุคคล และน่าพิรุธว่าก่อนหน้านี้หลายคนที่ กกต.ส่งฟ้อง อ้างว่าเป็นบุคคลอื่นก็เป็นคนที่อยู่ในพรรคเดียวกันทั้งหมด ข้อกล่าวหาที่ 3-7 ล้วนเป็นผู้มีพฤติกรรมเดียวกันทั้งหมด กกต.ไม่ได้เอามาพิจารณาว่าคนวางแผนทั้งกระบวนการเป็นใครซัดพิรุธไม่ฟัน “เอกราช” ให้การเท็จนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อีกพิรุธข้อการกลับคำให้การของนายเอกราช ช่างเหล่า อดีต สส.ขอนแก่น พรรค ภท. ขณะนั้นอ้างถูกข่มขู่จากชายนิรนาม ทำไม กกต.ไม่เสาะแสวงหาข้อเท็จจริงคือใคร และที่นายเอกราชย้ายไปสังกัดพรรค กธ. อ้างว่าพรรค ภท.และพรรค กธ.ขัดแย้งกันไม่ตรงข้อเท็จจริง ปัจจุบันไม่ขัดแย้งอะไรกัน เดิมนายเอกราชเป็นผู้ถูกกล่าวหาคดีนี้แต่ถูกกันเป็นพยาน ต่อมากลับคำให้การ สถานะกลับไปเป็นผู้ถูกกล่าวหา ทำไม กกต.ไม่ดำเนินคดีใดๆ ฐานเป็นพยานเท็จ ขอให้ กกต.เปิดคำวินิจัยส่วนตัวอย่างละเอียดให้สังคมรับทราบ จากรายชื่อส่งฟ้องส่วนใหญ่เป็นบุคลากรในพรรค แต่ไม่ถูกจัดเป็นกลุ่ม กก.บห.อาจไม่ได้อยู่ในตำแหน่งแล้ว แต่นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีต สส.พรรค ภท.แม้ไม่ได้เป็น สส.ช่วงเลือก สว. ขณะนั้นยังเป็นเลขานุการ รมว.มหาดไทยคือนายอนุทิน ชาญวีรกูลจ่อเอาผิด กกต.ม.157 ม.69 ม.172นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า เมื่อชี้มูลกระทำผิด พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง สว.มาตรา 77 เป็นความผิดอาญาอยู่ในการสอบสวนของดีเอสไอต้องเดินหน้าต่อไป ดีเอสไอส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดฟ้องคดีฮั้ว สว.ไป 8 คน แต่อัยการถามกลับทำไมส่งฟ้องแค่ 8 คนทั้งที่ผู้กล่าวหามีมากกว่า 100 คน ตามความผิดอั้งยี่และฟอกเงิน ต้องสอบสวนต่อไป สอดรับกระแสข่าวจะโยกย้ายเจ้าหน้าที่ผู้ทำคดีนี้่ จะติดตามไม่ให้รัฐบาลแทรกแซงดีเอสไอ ขอให้ กกต.ส่งข้อมูลสำนวนไต่สวนทั้งหมดให้ศาล หากมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 77 คน กกต.ต้องดำเนินการต่อ ไม่อาจตัดจบแค่ 77 คน พรรคจะรวบรวมผู้เสียหาย ช่วยเหลือทางกฎหมายดำเนินการกับ กกต.ทั้งความผิดตาม พ.ร.ป.กกต.มาตรา 69 ป.วิอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 172 ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางให้เร็วที่สุด“ไอซ์” ยุ สว.ที่โดน กกต.ส่งฟ้องแฉให้ยับวันเดียวกัน น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน (ปชน.)โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับคดีเลือก สว.ว่า ถ้าฉันเป็น 1 ใน สว.สีน้ำเงินที่โดน กกต.ส่งฟ้อง ฉันจะแฉให้ยับ ตอนรวมหัวโกงก็โกงมาด้วยกัน แล้วทำไมวันนี้พวกตัวการใหญ่รอดหมดแต่ฉันไม่รอด ถ้าต้องติดคุกก็อย่าไปกันเหงาๆ หากคนใดคนนึงต้องลงนรกอย่าลืมลากที่เหลือลงไปด้วย ต่อมาเวลา 14.00 น. น.ส.รักชนกโพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต. ประจำสำนักนายกฯ ระบุไม่ฉลาดขนาดที่จะไปคิดระบบที่ทำให้ได้มาซึ่ง สว.ทั้งหมดว่า คนเค้าไม่ได้ชื่นชมว่าไอ้พวกที่อยู่เบื้องหลังการโกง สว.ฉลาด คนเค้าด่าว่าเลวระยำ แต่ไม่ใช่คุณภราดรก็แล้วไป“โสภณ” ยันโครงสร้างสภาฯแข็งแรงที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯกล่าวถึงกรณีฝ้าเพดานโรงอาหารชั้น B2 พังถล่มว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ย.เจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง มาตรวจสอบพบโครงสร้างแข็งแรง จุดเกิดเหตุเป็นร่องแอร์ ฝ้าใช้สมาร์ทบอร์ด สัปดาห์ที่ผ่านมาประชุมต่อเนื่องเปิดแอร์ไว้ เมื่อปิดแอร์ทำให้หยดน้ำควบแน่นจากท่อแอร์หยดลงมาตรงฝ้า ฝ้าบวมตรงท่อแอร์และหัวสกรูเล็กมีโอกาสหลุด เจ้าหน้าที่แนะนำให้ใช้หัวสกรูใหญ่แทนในแนวท่อแอร์จะดูแลเพิ่มเติมตามคำแนะนำ ส่วนจุดอื่นที่ไม่ได้อยู่ในร่องความชื้นไม่มีปัญหา มาตรฐานความปลอดภัยทุกอาคารเมื่อสร้างระยะหนึ่งแล้วต้องปรับปรุงซ่อมแซมตามอายุการใช้งานให้ปลอดภัย ขอให้มั่นใจได้ ส่วนข้อวิจารณ์ว่าสภาหมดประกันอาคารแล้วไม่เกี่ยวกัน อย่าเอาไปผูกกัน ขอให้เชื่อมั่น 100% อย่ากังวลเกินเหตุล้างบางนอมินี–ทุนเทา–สแกมเมอร์เมื่อเวลา 14.15 น. ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมร่วมระหว่างกระทรวงมหาดไทย (มท.) กับกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) แก้ปัญหานอมินี ทุนเทา และสแกมเมอร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย มอบหมายนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย แถลงว่า ได้หารือนอกรอบถึงวิธีการทำงาน นอกจากนอมินียังมีเคสอื่นที่ มท. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) หรือกระทรวงพาณิชย์ดำเนินการอยู่ เอาปัญหามาคุยกันแต่ละหน่วยงาน จะเชิญกระทรวงแรงงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) อาจรวมถึงกระทรวงการคลัง ต้องดูฐานภาษีบริษัทต่างๆ เข้าร่วมประชุมด้วย มีช่องทางหลังบ้านระดับผู้บริหาร ส่งข้อมูลในกลุ่มไลน์ประสานงานเร็วขึ้น การเอาประเทศ เอาแผ่นดินไทยคืนที่ทำอยู่โดยเฉพาะจับนอมินี การถือครองที่ดิน อยากเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดผงะ 1.1 หมื่นบริษัทนอมินีถือครองที่ดินนายพลพีร์กล่าวว่า แต่ละหน่วยงานแชร์ตัวเลขและสรุปว่าที่ดินที่ถือครองโดยบริษัทต่างชาติที่ถือหุ้นส่วนมากกว่าคนไทยที่ผิดกฎหมายมีอยู่ราว 2,200 บริษัท บริษัทต้องสงสัยอาจเปลี่ยนผู้ถือหุ้นหรือเปลี่ยนเลขบัญชีมีกว่า 11,000 บริษัท มูลค่าเบื้องต้นเช็กเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 6.5 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันอยู่ที่ 8.5 หมื่นล้านบาท จะนำเสนอนายกฯ ส่วนกรมที่ดินจะเร่งรัดสืบสวนทุกบริษัทที่ถือครองที่ดินและบังคับจำหน่ายต่อไป ส่วนอีกหมื่นกว่าบริษัท ตร. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน และกรมการปกครองจะร่วมกันสืบสวนและชี้ให้ชัดว่าเป็นบริษัทผิดหรือถูก เป็นนอมินีหรือไม่ จะได้ดำเนินคดีและจำหน่ายต่อไป ต้องจบภายในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ ส่วน 2,200 บริษัทถือว่าชัดแล้ว อีกหมื่นกว่าบริษัทต้องให้เสร็จภายในสิ้นเดือน ก.ย.เช่นกัน เมื่อถามถึงกระบวนการลงโทษต้องเนรเทศออกไปหรือไม่ นายพลพีร์ตอบว่า การครอบครองที่ดินอาจไม่เข้าข่าย และไม่ได้ต้องการใช้ทุกโอกาส ไม่ได้ใช้พร่ำเพรื่อ ถ้าต่างชาติมีพฤติกรรมผิดกฎหมาย หรือมีคำตัดสินจากศาลต่างๆแล้วจะเข้าข่ายโดยทันทีกต.เคลียร์พื้นที่ทะเลไทย–กัมพูชาวันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เปิดถ้อยแถลงของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.กต.ในการประชุมครั้งแรกกับคณะกรรมาธิการประนอมระหว่างไทยกับกัมพูชา ภายใต้อนุสัญญา UNCLOS ที่สิงคโปร์ว่า ครั้งนี้มาด้วยเป้าหมายชัดเจนแสวงหาทางออกกำหนดเขตทางทะเล เพื่อทำให้ไทยและกัมพูชาก้าวไปข้างหน้าได้ในฐานะเพื่อนบ้าน ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศอยู่ในช่วงเวลาที่ท้าทาย ไทยมุ่งมั่นผลักดันให้หารือพูดคุยและมีแนวทางปฏิบัติได้จริง ตามที่ผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายยืนยัน แต่กัมพูชายังพยายามกล่าวร้ายไทยตามเวทีต่างๆเล่นบทผู้ถูกกระทำ สร้างภาพว่ามีความชอบธรรม และปลุกกระแสความรู้สึกของสาธารณชน เพิ่มความตึงเครียด ทำให้ฟื้นฟูความสัมพันธ์เป็นไปได้ยาก ภารกิจเบื้องหน้าจำเป็นต้องใช้ความเข้าใจให้ถูกต้อง เริ่มเจรจาเรื่องเขตทางทะเล ไม่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยเหนือดินแดนทางบก รวมถึงเกาะกูดและปฏิเสธเส้นเขตไหลทวีปที่กัมพูชาอ้างสิทธิฝ่ายเดียวเมื่อปี 2515 เชื่อมั่นว่าด้วยการแนะนำของคณะ กมธ.ทั้ง 2 ฝ่ายจะบรรลุผลลัพธ์แบ่งเขตทางทะเลอย่างเที่ยงธรรม ใช้ได้จริงและยั่งยืนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่