ลัดฟ้าอยู่แดนน้ำหอม ประเทศฝรั่งเศส นำทีมรัฐบาล-เอกชน ไปเจรจาการค้า “ไทย—ฝรั่งเศส” “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย รอกระทบไหล่ เอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กระชับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศ ครบรอบ 170 ปี และเพิ่มเติมการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เพื่อผลักดันการค้า การลงทุน การพลังงานวางโปรแกรมเชิญชวนคณะนักธุรกิจต่างแดนมาลงทุนโครงการขนาดใหญ่ในประเทศไทยพ่วงไปกับการหารือผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก ผลักดันบทบาทวัฒนธรรมไทยในเวทีโลก ขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่สายตานานาประเทศปักหมุดยาว 7 วัน แบกภารกิจครบวงจร ทั้งเจรจาการค้า การลงทุน การเผยแพร่มรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมไทย ต่อยอดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจเชิงรุกหลบฉากบรรยากาศร้อนทางการเมืองไทยที่อยู่ในโหมดฟาดฟันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลัง “นายกฯหนู” ชิงจุดพลุพรรคแรก ยื่นแก้รัฐธรรมนูญรอบใหม่ต่อประธานรัฐสภา ชงแก้ไขมาตรา 256 เปิดทางตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ลุยยกร่างกติกาประเทศฉบับใหม่เคลมผลงานคิกออฟแก้รัฐธรรมนูญ เล่นเกมเร็วตัดหน้าพรรคประชาชนไม่ให้ผูกขาดการแก้รัฐธรรมนูญฝ่ายเดียว ลบข้อครหาเมิน 21 ล้านเสียงประชามติหวังใช้พิมพ์เขียวรัฐธรรมนูญพรรคภูมิใจไทยเป็นร่างหลักในการพิจารณา แบ่งโควตาเลือก ส.ส.ร. 100 คน ตามจำนวน สส.แต่ละพรรคการเมือง และ สว.โอกาสเป็นใจเข้าทางค่ายน้ำเงินได้กุมเสียงข้างมากใน ส.ส.ร. ตามฐานเสียง สส.หนาแน่น มี สส. 192 เสียง สว.ในมือราว 140-150 เสียง ไม่รวมเครือข่ายพรรคเล็กพรรคน้อยที่เป็นพันธมิตรเพียบพร้อมไปด้วยเครือข่ายการเมือง ใช้ชิงความได้เปรียบตั้งแต่การส่งคนลงสมัคร ส.ส.ร. ระดับพื้นที่ ไปจนถึงการโหวตชี้ขาดในรัฐสภา เส้นทางสดใสตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำสถานการณ์ส่อเค้าได้เป็นคนคุมทิศทางยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับสีน้ำเงินขั้นตอนการเลือก ส.ส.ร.เสี่ยงซ่อนรูปค่ายกลบล็อกโหวต ซ้ำรอยการฮั้วเลือก สว. ได้เครือข่ายการเมืองเป็นผู้เขียนกติกาฉบับใหม่ แม้จะคลายกฎเหล็ก ลดเสียง สว.ร่วมเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญเหลือ 1 ใน 4 หรือ 50 คน แต่ยังยากที่จะแหกด่านวาระ 1 และ 3 หากไม่มี สว.สีน้ำเงินสนับสนุนอำนาจชี้ชะตาการแก้รัฐธรรมนูญยังติดแหง็กด่านอรหันต์วุฒิสภาถึงแม้ฝ่ายค้านจะยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญประกบกี่ร่าง คงได้แค่แสดงจุดยืนทางอุดมการณ์ แต่ไม่สามารถเบียดสู้พลังระบอบสีน้ำเงินได้ เพราะตกเป็นรองตามกลไกเสียงข้างมากแนวโน้มรัฐธรรมนูญใหม่เป็นเกมกระชับอำนาจพลัสๆ เน้นรักษาเสถียรภาพทางการเมืองมากกว่าแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างประเทศในทางตรงข้าม หากร่างรัฐธรรมนูญใหม่เจอโหวตคว่ำในสภาหรือในชั้นประชามติ ก็ต้องวนลูปกลับมาใช้ของเก่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่เป็นคุณกับพรรคภูมิใจไทย ได้ใช้กลไกอำนาจ สว. องค์กรอิสระเป็นหลังพิงต่อไปเหลี่ยมเขี้ยวลากดินพรรคภูมิใจไทยวางหมากแบบไร้ความเสี่ยง ไม่ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะใช้ร่างใหม่หรือร่างเก่า ก็กินรวบทั้งขึ้นและล่อง เป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบเกมอำนาจอยู่ดีค่ายเซาะกราวอ่านเกมขาด งัดกลยุทธ์คุมการเมืองอยู่หมัดปิดช่องเพลี่ยงพล้ำเกมอำนาจตรงกันข้ามกับมิติการบริหารบ้านเมือง แก้ความเดือดร้อนประชาชน ที่อ่อนปวกเปียกถึงจะกุมอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร แต่ไม่ช่วยสร้างแต้มต่อการบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นที่ยอมรับจากประชาชนในวงกว้างถูกตั้งคำถามหนัก การบริหารภาวะวิกฤติ ทั้งวิกฤติพลังงาน ถูกครหาอุ้มทุนใหญ่ ปล่อยน้ำมันแพงกระทบปากท้องประชาชน ราคาสินค้าพุ่งพรวด ต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไล่แจกเงินคนไทย ทวงคืนความเชื่อมั่นประโยครวยไม่ไหวแล้วโดนนำไปขยายผล อำกันสนุกปากหนำซ้ำยังมีช็อตทำความรู้สึกประชาชนขุ่นเคือง กรณีเมินปราบโกง หลัง “นายกฯหนู” พลั้งปากขู่ฟ้องคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่เปิดผลโพลทุจริตเรียกรับสินบนของหน่วยงานภาครัฐ จนต้องรีบแก้ตัว ตั้งคณะกรรมการประสานงาน เพื่อต่อต้านการทุจริต กลบเกลื่อนข้อผิดพลาดต่อเนื่องด้วยวลี “มึงรู้จักกูน้อยไป” ของรัฐมนตรีคนดังที่ตอบโต้คำถามนักข่าว ต้องไล่ขอโทษเคลียร์ใจอุตลุดสารพัดเรื่องราวกระหน่ำกระแทกอารมณ์ประชาชน ฉุดภาพลักษณ์รัฐบาลติดลบเพิ่มขึ้น ถึงจะคุมอำนาจในสภา แต่ไม่ได้แปลว่าจะคุมศรัทธานอกสภาได้สอบตกการบริหารอารมณ์ประชาชนต่อเนื่อง อาจทำให้รัฐบาลพังเร็วกว่าที่คิด!!!ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม