ทำงาน ทำงาน เป็นช่วงเวลาสำคัญที่พรรคฝ่ายค้านจะต้องทำงานให้หนัก นั่นคือการตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาล โดยเฉพาะเงินกู้ 4 แสนล้าน ที่เพิ่งได้มาสดๆร้อนๆ อย่าให้ผิดวัตถุประสงค์หรือโกงกินกันถือว่าเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่รัฐบาลจะต้องนำไปใช้ในโครงการต่างๆหากฝ่ายค้านทำหน้าที่อย่างเข้มข้นก็จะต้องปิดทางได้เพื่อเป็นการป้องกันที่ดีที่สุดในสภา กมธ.งบประมาณก็ทำหน้าที่ตรวจสอบว่างบประมาณแต่ละกระทรวงนั้นนำไปทำอะไรบ้าง ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่หากไม่เหมาะสมก็ต้องตัดต้องปรุงแต่งกันใหม่ให้เหมาะสมที่กำลังจะหมกเม็ดก็ดึงออกมา อย่าปล่อยให้ลอยนวลออกไปเวลานี้ต้องยอมรับว่างบประมาณของรัฐบาลนั้นน้อยมากจึงมีการวางแผนปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ต่างไปจากเดิมเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงไม่ดันทุรังเหมือนที่ผ่านมาเพราะมีแต่จะทำให้ลึกเข้าไปเรื่อยๆจนแก้ไขไม่ได้กลายเป็นภาระไม่สิ้นสุดวันนี้รัฐบาลได้งบจากเงินกู้ราว 2 แสนล้านบาท วัตถุประสงค์บอกไว้ว่าจะนำไปปฏิรูปพลังงานทั้งระบบหน้าที่ของฝ่ายค้านคือติดตามว่านำเงินไปทำตามนั้นหรือไม่เพราะมิฉะนั้นอาจจะมีการสวมรอยเอาเงินไปใช้อย่างอื่นโดยตั้งงบขึ้นมามั่วไปด้วย เพราะแต่ละหน่วยงานต่างก็ต้องการเงินทั้งนั้นพูดง่ายๆว่าถือโอกาสที่กำลังมั่วกันอย่างนี้อีกส่วนหนึ่งที่พูดถึงกันมากคือ เงินนอกงบประมาณที่แต่ละหน่วยงานต่างก็เก็บเอาไว้โดยไม่ได้แพร่งพรายให้สังคมรับรู้ฝ่ายค้านจึงต้องเกาะติดอย่างเข้มข้นเพราะวงเงินมากพอสมควรพอที่จะนำไปทำอะไรก็ได้หากไม่มีการตรวจสอบนอกจากการตรวจสอบเรื่องการทุจริตอันเป็นหน้าที่โดยตรงของฝ่ายค้านแล้ว การตรวจสอบว่าจะเอาเงินไปใช้ทำอะไรก็สำคัญไม่แพ้กัน!เพราะหากได้พบก่อนและมีการทักท้วงก็เท่ากับว่าเป็นการเปิดโปงให้สังคมรับรู้ ทำให้ต้องยกเลิกหรือหยุดการกระทำนั้นๆนั่นคือวิธีการแก้ไขปัญหานอกจากจับโกงโดยตรงแล้วยังต้องเปิดโปงก่อนที่จะนำไปดำเนินการความจริง ฝ่ายค้านชุดนี้ก็มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเรื่องงบประมาณ การเงินการคลัง การนำเงินไปใช้จ่ายจึงไม่น่าจะตรวจสอบยากขอเพียงให้ทำจริงๆ เกาะให้ติดก็ดูสิว่ามันจะกล้าหรือไม่?“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม