น.1 แถลง “รองจ๋อ” บุกจับโปรแกรมเมอร์หนุ่มเวียดนาม โยงแก๊งซุกยาไอซ์กระปุกมะขามเปียก จ้างสาวไทยหิ้วไปญี่ปุ่น คาคอนโดย่านสาทร หลังพบกดเงินจากบัญชีคนไทยที่จับกุมไปก่อนหน้า ยึดคอมพิวเตอร์ 3 เครื่อง เสื้อผ้าวันใส่ไปกดเงินและเงินสดไทย เวียดนาม เขมร จำนวนหนึ่ง ส่วนในคอมพิวเตอร์พบข้อมูลหลัง บ้านของเว็บพนันกว่า 20 เว็บไซต์ ส่วนเจ้าตัวปฏิเสธลั่นอ้างทำงานให้บอสจีน เทรดทอง และหุ้น ไม่เกี่ยวยาเสพติด ส่วนเงินที่ถอนอ้างเป็นค่าดูแลระบบ ตำรวจไม่สนเร่งสาวเครือข่ายที่เหลือกรณีมีขบวนการเครือข่ายค้ายาข้ามชาติแก๊งชาวเวียดนามว่าจ้าง น.ส.พัชรนันท์ บรมเกษมสุข อายุ 43 ปี อาชีพรับหิ้วสินค้าจากประเทศไทยไปประเทศญี่ปุ่น และหิ้วสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาในประเทศไทย คิดราคากิโลกรัมละ 450 บาท โดยว่าจ้างหิ้วสินค้าซุกยาไอซ์เป็นห่อรวม 6 ก้อน รวมหนักกว่า 2 กก. ยัดกระปุกมะขามเปียกไปประเทศญี่ปุ่น แต่ น.ส.พัชรนันท์เอะใจตรวจสอบพบยาไอซ์นำเรื่องเข้าแจ้งความ ต่อมา พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ในฐานะ รอง ผอ.ศอ.ปส.บช.น. นำกำลังจับกุมนายสมพงษ์ แก้วผาดี อายุ 50 ปี เจ้าของบัญชีโอนเงินค่าจ้างให้หิ้วของได้ที่ จ.นครนายก เมื่อวันที่ 16 ก.ค. โดยอ้างว่าเคยให้แฟนสาวชาวเวียดนามใช้บัญชีนี้ความคืบหน้าล่าสุดที่ สน.บางยี่ขัน เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 ก.ค. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. (รับผิดชอบยาเสพติด) พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. และ พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7 เข้าสอบปากคำนายเหงียน ตัน คอง อายุ 37 ปี ชาวเวียดนาม ตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชันที่ จ.573/2569 ข้อหากระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จับกุมได้พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง ซิมโทรศัพท์ เงินเวียดนาม 1,180,000 ดอง เงินกัมพูชา 210,000 เรียล และเงินไทย 23,060 บาท เสื้อและกระเป๋าที่ใช้วันที่ก่อเหตุ ที่ห้องพักคอนโดแห่งหนึ่ง ถ.สาทรเหนือ ต.สีลม อ.บางรัก กทม. เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 26 ก.ค. เบื้องต้นให้การปฏิเสธ ระบุว่าทำงานให้บอสจีนที่ดูไบ เป็นโปรแกรมเมอร์ เทรดทอง และหุ้น ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดต่อมาเวลา 11.00 น. พล.ต.ท.สยามเปิดเผยหลังสอบปากคำนายเหงียน ตัน คอง นานเกือบ 30 นาที ว่า จากเหตุการณ์ยาไอซ์ซุกในกระปุกมะขามเปียกเตรียมส่งออกญี่ปุ่น สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. (รับผิดชอบยาเสพติด) จัดชุดสืบสวนศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.) ร่วมกับสืบนครบาล สืบ 7 และ สน.บางยี่ขัน เข้าตรวจสอบของกลางและเร่งสืบสวนขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้องและเครือข่าย กระทั่งจับกุมนายสมพงษ์ แก้วผาดี อายุ 50 ปี คนไทย 1 ในขบวนการเป็นเจ้าของบัญชีหลายเล่มที่ใช้โอนเงินในการส่งพัสดุยาไอซ์ 2 กก.ฝากนักหิ้วข้ามชาติ ก่อนขยายผลออกหมายจับผู้ต้องหาชาวเวียดนามอีก 3 ราย และจับกุม นายเหงียน ตัน คอง อายุ 37 ปี ชาวเวียดนามทำหน้าที่โปรแกรมเมอร์และกดเงินสดผบช.น.กล่าวอีกว่า ผู้ถูกจับเป็นผู้กดเงินออกจากบัญชีที่เกี่ยวข้องของนายสมพงษ์ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้า 9,500 บาท เมื่อวันที่ 14 ก.ค.69 เวลา 14.00 น. จากนั้นได้บินกลับโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เวลา 17.00 น.วันเดียวกัน แนวทางการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหานี้จบวิศวะด้านคอมพิวเตอร์ที่ประเทศเวียดนาม เป็นโปรแกรมเมอร์และแอดมินให้เว็บพนันกว่า 20 เว็บไซต์ และเป็นผู้กดเงินออกจากบัญชีนายสมพงษ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเฝ้าคุมผู้ต้องหาซึ่งเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยบ่อยครั้ง กระทั่งจับกุมได้พล.ต.ท.สยามเผยต่ออีกว่า ผลการตรวจสอบคอมพิวเตอร์ของกลาง พบว่าผู้ต้องหามีความรู้เรื่องการเขียนโปรแกรม โดยเจ้าตัวให้การว่าเป็นโปรแกรม เมอร์ฟรีแลนซ์ พบโปรแกรมที่รันในเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นระบบหลังบ้านวิเคราะห์เว็บไซต์ SEO Search Engine Optimization ตรวจพบเว็บไซต์พนันออนไลน์ของประเทศเวียดนาม 20 เว็บไซต์ เชื่อได้ว่าผู้ต้องหาเป็นโปรแกรมเมอร์ที่ดูแลระบบเว็บไซต์พนันออนไลน์ ส่วนเงินที่ถอนไปนั้น ผู้ต้องหาอ้างว่า เป็นค่าจ้างในการดูแลระบบผบช.น.กล่าวต่ออีกว่า คดีนี้กลุ่มชาวเวียดนาม ใช้บัญชีม้าไทยในการจ่ายค่าจ้างหิ้ว จากการสืบสวนร่องรอยเป็นรูปแบบของขบวนการของกลุ่มคนร้ายมีดังนี้ คนร้ายที่ 1 นายสมพงษ์บัญชีม้าที่ถูกชาวเวียดนามใช้บัญชีโอนเงินให้กับผู้รับจ้างหิ้วของไปญี่ปุ่นหลายบัญชี (จับกุมแล้ว) คนร้ายที่ 2 เป็นชาวเวียดนามแอดมิน และกดเงินค่ายาเสพติด (ถูกจับกุม) คนร้ายที่ 3 เป็นชายต่างประเทศที่ติดต่อกับไรเดอร์รับของเอาไปฝากไว้ที่คอนโดย่านปิ่นเกล้า ซึ่งไม่ใช่ที่พักของตนจริง และคนร้ายที่ 4 เป็นชาวต่างประเทศที่โอนเงินเข้าบัญชีนายสมพงษ์ ก่อนและหลังการจ่ายเงินให้กับผู้รับจ้างหิ้ว คือคนที่ถือเอทีเอ็มหรือแอปพลิเคชันแบงก์ของนายสมพงษ์ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสาร และการประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานรัฐ โปรดใช้ความระมัดระวัง และความรอบคอบในการรับฝากของหรือส่งสินค้าไปยังต่างประเทศ หากเกิดความสงสัยในสิ่งของหรือพัสดุที่ฝากส่ง ต้องรีบแจ้ง จนท. เข้าตรวจสอบทันทีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่