“อนุทิน” ท้าทาย “ไอลอว์” เชิญเปิดข้อมูลฮั้ว สว.ตามสบาย โวยิ่งตีเสถียรภาพยิ่งแน่น อ้างไป “พูลแมน” ทุกวันเช้าจดค่ำ แค่จิบกาแฟ เย้ยพวกไล่บี้ “น่ารำคาญ-สมเพช” “พิพัฒน์” ฉุนจัดจ่อฟ้องโยงลูกสาวมีเอี่ยว ปิดรอยร้าวนัดกระชับมิตร “ครูใหญ่” “ภราดร” ปัดฟ้องปิดปาก “ยิ่งชีพ” “รุทธพล” แย้ม อัยการส่งสำนวนคืนดีเอสไอแล้ว “สุขสมรวย” เยาะ “ไอติม” ใช้ข้อมูลเก่า 2 ปีก่อน “ทนายอั๋น” ไม่มั่นใจ กกต.ชี้ช่องส่งศาล รธน.ฟัน “พริษฐ์” จี้ตรวจวงจรปิด “หนู” ไปพูลแมน บ่อยเกิน ครม.ไฟเขียวยืดอุทธรณ์บัตรคนจน ปลัดคลัง ย้ำแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง “ไหม” ฉะออกเกณฑ์ไม่เห็นหัวชาวบ้าน ฟันธงแผนปฏิรูปราชการเหลว ไม่เป็นท่า นายกฯอึกอักบ้าน-คอนโดหรู หายจาก บัญชี “การดี” ไล่บี้ทบทวน TH-AI Passportนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ท้าทายผู้จัดการไอลอว์เชิญเปิดข้อมูลฮั้ว สว.ได้เลย ยืนยันไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล กลับยิ่ง ทำให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมเยาะเย้ยพวกไล่บี้ตรวจสอบเรื่องนี้ “น่ารำคาญ-สมเพช” ขณะที่รัฐมนตรีในขั้วสีน้ำเงินประกาศเดินหน้าฟ้องร้องคนที่นำข้อมูลมาเปิดเผยแน่นอน“อนุทิน” ท้า “ไอลอว์” เปิดข้อมูลฮั้วเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ก.ค. ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องการฟ้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) กรณีออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับรายชื่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว.ว่า เรื่องการฟ้องเป็นสิทธิของทุกคน เมื่อถามว่าทางไอลอว์เตรียมเปิดเผยข้อมูลเพิ่ม นายอนุทินกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “เอาเลยๆ”โวยิ่งตีเสถียรภาพรัฐบาลยิ่งแน่นต่อมาเวลา 11.30 น. นายอนุทินกล่าวหลังการประชุม ครม. ถึงประเด็นคดีฮั้ว สว. กระทบเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ว่า เสถียรภาพรัฐบาลยิ่งแน่นขึ้น เพราะมั่นใจซึ่งกันและกันว่าเราไม่ได้ทำ สว.เป็นกลไกหนึ่งในระบอบรัฐสภา ไม่มีความจำเป็นที่รัฐบาลจะไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ต่างคนต่างให้เกียรติกัน ว่าไปตามกฎหมาย เมื่อถามว่าที่ผ่านมาไม่มีหน่วยงานใดเชิญไปให้ข้อมูลเลยใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่าไม่มี แต่เคยให้การเป็นลายลักษณ์อักษรมาปีกว่าแล้ว เมื่อถามย้ำว่าดำเนินการยื่นฟ้องนายยิ่งชีพไปหรือยัง นายอนุทินตอบว่า ให้ทนายความไปหาข้อมูลประกอบคำฟ้องอยู่ เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยต้องตั้งวอร์รูมรับมือเรื่องนี้หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ไม่มีวอร์รูม ในเมื่อเราไม่เกี่ยวข้องจะไปตั้งทำไม พรรคภูมิใจไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยได้ออกหนังสือแจ้งเตือนไปยังสมาชิกพรรคทุกคน ห้ามเกี่ยวข้องใดๆไป “พูลแมน” ทุกวันแต่ไม่มีกอไผ่ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อมูลว่ามีการรวมตัวกันที่โรงแรมพูลแมน พูดคุยเรื่องฮั้ว สว. นายอนุทิน ตอบว่า อย่าถามว่าไปโรงแรมพูลแมน อยู่ตรงนั้นมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อถามว่ามีการเชื่อมโยงถึงวันที่ผู้สมัคร สว.ไปรวมตัวกัน นายอนุทินตอบว่า ต้องไปถาม ทำไมเขาไปโรงแรมพูลแมนวันนั้น และมีวันไหนที่ตนไม่ไป วันนั้นก็ทักทุกคนเพราะส่วนใหญ่จะนั่งดื่มกาแฟที่ล็อบบี้อยู่ที่พูลแมนเช้าจดค่ำทุกวัน คนเป็นหมื่นเป็นพันคนมีแต่คนเข้ามาขอถ่ายภาพด้วย ก็ให้ถ่ายทุกคน แต่ไม่เคยเข้าไปขอใคร เมื่อถามย้ำว่าทราบหรือไม่ว่ามีการรวมตัวกัน นายอนุทินตอบว่า ไม่ทราบ เมื่อถามว่าได้ทักทายกับคนที่ไปเป็น สว.หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “เพียบ โรงแรมนี้เหมือนสมัยก่อนแถวพญาไท ราชเทวี เป็นที่รวมตัวของผู้คน” เมื่อถามว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่าตรงนั้นไม่มีกอไผ่เย้ยพวกไล่บี้ “น่ารำคาญ–สมเพช”เมื่อถามว่ามีการเชื่อมอดีตที่ปรึกษาพันคดีฮั้ว สว. นายอนุทินย้อนถามว่า ใคร อดีตที่ปรึกษาคนไหน ขอให้เอ่ยชื่อ หากเป็นที่ปรึกษาต้องมาลาออกกับตน และหากมีใครมาลาออกไปลง สส. สว. ถือเป็นเรื่องปกติ หากไม่ออกก็ขาดคุณสมบัติ เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็น และส่วนใหญ่ไม่ดึง ถือว่าหากใจคิดออกแล้วก็ไม่อยากทำงานแล้ว เมื่อถามว่ากังวลใจหรือไม่จะมีคนไปร้องเรียนจนนำไปสู่การยุบพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินตอบว่า “ถามว่ากังวลหรือไม่ในเมื่อไม่ได้ทำอะไรจะไปกังวลทำไม รำคาญหรือไม่ รำคาญ” เมื่อถามว่ารำคาญมากหรือไม่และรำคาญแบบไหน นายอนุทินหัวเราะในลำคอก่อนกล่าวว่า “สมเพช สมเพช”“พิพัฒน์” จ่อฟ้องโยงลูกสาวเอี่ยวนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคภูมิใจไทย ตอบคำถามผู้สื่อข่าว “ครูใหญ่” ได้ให้คำปรึกษากรณีแกนนำพรรค ภท.หลายคนถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.หรือไม่ว่า ก่อนหน้านั้นไม่เคยมีชื่อ แต่รอบนี้ยังงงอยู่ ยืนยันไม่ได้เข้าไปยุ่งหรือเกี่ยวข้อง และยังกล่าวอ้างถึงลูกสาวที่เป็นพนักงานบริษัท เขาไม่เคยมายุ่งการเมือง ต้องไปถามคนที่ให้ข่าว ไปเอาข่าวเท็จมาจากไหน เตรียมหารือกับทีมทนายว่าจะดำเนินการอะไรได้บ้าง หากต้องแจ้งความก็ต้องทำ ฉะนั้นเวลาพูดควรคัดกรอง ไม่ใช่อยากนึกจะพูดอะไรก็พูด หรือใครมากระซิบอะไรก็พูด ไปพาดพิงถึงลูกสาว เขาเป็นแค่พนักงานบริษัทไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย ขออย่าเหมารวมหมดปิดรอยร้าวกระชับมิตร “ครูใหญ่”นายพิพัฒน์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวความไม่ลงรอยระหว่าง 2 น. 1 พ. คือนายเนวิน ชิดชอบ “ครูใหญ่บุรีรัมย์” นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรค ภท. และนายพิพัฒน์ว่า มีความพยายามสร้างความแตกแยก ขออย่ากังวล พวกเราเป็นพรรคการเมืองที่พร้อมเสมอ มองว่าเป็นเรื่องของผู้ไม่หวังดี เมื่อถามว่าส่งผลกับเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ นายพิพัฒน์ตอบว่า ไม่แน่ใจ แต่ในพรรค ภท.ไม่มีปัญหาแน่นอน เห็นมีข่าวมา 2-3 วัน แล้วมีการดิสเครดิต วันที่ 31 ก.ค.นี้ ตนและครูใหญ่จะไปทำบุญร่วมกันที่ จ.นครศรีธรรมราช ถ้าไม่คุยกันจะไปด้วยกันได้อย่างไร และวันที่ 1 ส.ค. จะไปแข่งฟุตบอลกระชับมิตร จ.บุรีรัมย์กับ จ.ปัตตานี “ครูใหญ่ในฐานะคร่ำหวอดการเมือง มีอะไรก็จะให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา ตั้งแต่ที่มีข่าวยังไม่ได้พูดคุยกับครูใหญ่ แต่มีโทรศัพท์คุยกัน”“ภราดร” ฟ้องแน่ผู้จัดการไอลอว์นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเดินหน้าฟ้องร้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการไอลอว์ ว่า ฟ้องแน่นอน จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง เมื่อถามว่านายยิ่งชีพร่วมเสวนากับวิปฝ่ายค้าน กิจกรรม “ครบรอบ 2 ปี เลือกสว.-เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว.(ภาค 2)” มีการย้ำถึง รัฐมนตรี นายภราดรตอบว่า เรื่องเก่าทั้งนั้น เมื่อถามว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่อยากให้มีการฟ้องปิดปาก นายภราดรตอบว่า ไม่ใช่การฟ้องปิดปาก ไม่ใช่เสียหายเฉพาะตัวแต่เสียหายไปถึงพรรค จำเป็นต้องเดินหน้า ส่วนการฟ้องบุคคลอื่นยังไม่ได้หารืออัยการส่งสำนวนคืนดีเอสไอแล้วพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ทางอัยการส่งสำนวนคดีฮั้ว สว. มาให้กรม สอบสวน คดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องส่งสำนวนให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กต.) หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่า กกต.พิจารณาอยู่แล้ว“สุขสมรวย” เยาะ“ไอติม” ข้อมูลเก่านางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีมีการพาดพิงพัวพันกับคดีฮั้ว สว.ว่า คลิปที่นำมาเสนอเป็นคลิปจัดงานที่ จ.อำนาจเจริญ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว รณรงค์ใส่ผ้าขาวม้า มีการไลฟ์สดตลอดทั้งงาน การเมืองฝ่ายตรงข้ามนำประเด็นนี้ไปร้องต่อ กกต. ยืนยันไม่เคยจัดเลี้ยง และ กกต.ไม่เคยเรียกสอบ ที่ผ่านมาเคยแจ้งความหมิ่นประมาท ศาลพิพากษาและสั่งให้รอลงอาญา ฝากถึงฝ่ายค้านหากจะเอาข้อมูลอะไรออกสื่อฯขอให้ตรวจสอบให้ดีก่อน ไม่ใช่เอาข้อมูลเก่ามาพูดให้คนอื่น เสียหาย เมื่อถามย้ำว่าที่ผ่านมาไม่เคยถูกเรียกไปชี้แจงเลยใช่หรือไม่ นางสุขสมรวยตอบว่า เคยรับหนังสือในฐานะผู้ถูกกล่าวหาจากอนุกรรมการชุดที่ 26 แต่ไม่ได้บอกว่าให้แก้ประเด็นไหน บอกแค่ความผิด 1-5 จึงตอบหนังสือไปว่าไม่ได้ทำผิดตามนั้น ส่วนการจัดเลี้ยงสอบกันแล้วก็จบกันภายใน กกต.จังหวัด ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ช้าไปหน่อยเอาข้อมูลที่เขาพิสูจน์จบไปแล้ว 2 ปีมาพูด ส่วนนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการไอลอว์ หากมีข้อมูลก็ไปแจ้งที่ กกต. และดีเอสไอได้กกต.ให้เชื่อมั่นไม่มีใครแทรกแซงกระทั่งเวลา 17.20 น. สำนักงาน กกต. ออกเอกสารชี้แจงกรณีคดีฮั้ว สว.ว่า สำนวนคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมายจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ ครอบคลุมข้อเท็จจริงทุกประเด็นให้เสร็จภายในสิ้นเดือน ส.ค. จากนั้นจะนัดประชุมเพื่อลงมติต่อไป ย้ำว่า กกต.มิใช่พนักงานไต่สวน แต่มีหน้าที่พิจารณาสำนวนจากข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ โดยใช้ดุลพินิจอย่างอิสระ รอบคอบ และเป็นกลาง เพื่อให้การวินิจฉัยอยู่บนพื้นฐานของพยานหลักฐานและข้อกฎหมายเท่านั้น การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.เป็นไปโดยอิสระ ไม่มีบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใดสามารถชี้นำ แทรกแซง หรือกดดันการใช้ดุลพินิจได้ ทุกขั้นตอนยึดมั่นในหลักความเป็นธรรม โปร่งใส และรับผิดชอบ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่น จะดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความรอบคอบ เพื่อให้ผลการวินิจฉัยเป็นที่ยอมรับ และสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งและการบังคับใช้กฎหมายของประเทศ“สุริยะ” ฟุ้งรัฐบาลทำผลงานเข้าเป้านายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงเสถียรภาพรัฐบาลท่ามกลางการถูกตรวจสอบคดีฮั้วสว.อย่างหนักจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะพรรคแกนนำภูมิใจไทยว่าเชื่อมั่นว่าช่วงที่ผ่านมารัฐบาลบริหารประเทศเป็นไปตามเป้าหมาย ประเด็นการฮั้ว สว.เป็นเรื่องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณา เมื่อถามว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ยาวหรือไม่ เนื่องจากจะมีการฟ้องร้องกันหลังจากนี้ นายสุริยะตอบว่า พรรคภูมิใจไทยน่าจะตอบได้“ทนายอั๋น” ชี้ช่องยื่นศาล รธน.ฟันช่วงสายที่รัฐสภา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋นบุรีรัมย์ ยื่นหลักฐานคดีฮั้วเลือก สว. ให้ น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน นายภัทรพงศ์กล่าวว่าในฐานะภาคประชาชนที่ติดตามเรื่องนี้มา 2 ปี เห็นว่ามีพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงพฤติกรรมกลุ่มฮั้ว สว. อาจเข้าข่ายการกระทำล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ หรือขัดประมวลกฎหมายอาญา ประเด็นความมั่นคงของชาติ หากรอ กกต.ดำเนินการอาจสายเกินไป จึงมายื่นเรื่องให้พรรคประชาชนส่งเรื่องต่อสำนักงานอัยการสูงสุด เสนอศาลรัฐธรรมนูญเอาผิดพฤติการณ์ฮั้ว สว. ตั้งแต่ระดับคนของรัฐบาล สว. และคนที่อยู่นอกสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 น.ส.พนิดากล่าวว่า ฝากให้ กกต.ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ตามกรอบเวลา กกต.ต้องสรุปสำนวนคดีนี้ภายในเดือน ก.ย. แต่ได้ข่าวว่าอาจเคาะมติช่วงต้นเดือน ส.ค. ฝ่ายค้านก็ทำงานแข่งกับเวลาเช่นกัน พยานท่านใดมีหลักฐานภาพ หรือมีวิดีโอที่อยากสื่อสารต่อสาธารณะสามารถส่งมาได้ที่วิปฝ่ายค้าน“พริษฐ์” จี้สอบ “หนู” ไปพูลแมนบ่อยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า วันนี้ต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่ถามนายกฯเรื่องไปโรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ ตามข้อกล่าวหาหรือไม่ ทำให้เห็นว่านายกฯพยายามเบี่ยงประเด็น ตอบกว้างๆว่า “ไปโรงแรมพูลแมนเป็นประจำ ทักทุกคนที่เจอ” เชื่อว่าประเด็นนี้หน่วยงานตรวจสอบอย่าง กกต. หรือดีเอสไอ ตรวจสอบได้ไม่ยาก เช่น 1.ขอตรวจสอบคลิปกล้องวงจรปิดโรงแรมพูลแมนว่า วันที่ 21 ก.ค.2567 (หรือวันอื่น) มีใครเข้า-ออกโรงแรมบ้าง 2.ตรวจสอบตำแหน่งมือถือผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง วันที่ 21 ก.ค.2567 (หรือวันอื่น) ว่าอยู่ในสถานที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกันหรือไม่ เห็นนายกฯย้ำหลายครั้งว่าไปโรงแรมพูลแมนบ่อยมาก อยากเห็นนายกฯมาสภาบ่อยแบบนี้บ้าง เพื่อมาตอบกระทู้และข้อซักถามฝ่ายค้านตอก “สุขสมรวย” ยังตอบไม่เคลียร์นายพริษฐ์ยังโพสต์ระบุถึงนางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯว่า ยังไม่ทำให้สิ้นข้อสงสัย 1.กรณีจัดเลี้ยงที่ทำการพรรคภูมิใจไทย จ.อำนาจเจริญ วันที่ 18 พ.ค.2567 (2 วันก่อนเปิดรับสมัคร สว.) ที่หลายคนยังสงสัยว่าอาจเชื่อมโยงเครือข่ายผู้สมัคร สว. เพราะ 4 คนในงานกลายเป็นผู้สมัคร สว.อย่างน้อย 3 คนในงานถูกตั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการประจำตัว สว.อำนาจเจริญ 2.กรณีนางสุพรรณษา วันทนียกุล (น้องสะใภ้) ตกรอบระดับจังหวัด พยายามสื่อว่าหากเกี่ยวข้องจริงน้องสะใภ้คงไม่ตกรอบ แต่การตกรอบไม่ได้ยืนยันว่าเกี่ยวข้องหรือไม่กับขบวนการที่ถูกกล่าวหา อำนาจเจริญเป็นจังหวัดเล็ก มีประชากรลำดับที่ 65 จาก 77 จังหวัด แต่มี สว.ถึง 5 คน 3.งานจัดเลี้ยงวันที่ 18 พ.ค.2567 มีคนร้องไปที่ กกต. แต่ไม่เคยถูก กกต.เรียกไปสอบ เข้าใจว่าเรื่องนี้ยุติไปแล้ว เรื่องร้องเรียนงานเลี้ยงดังกล่าวจบลงแล้วหรือไม่ เป็นคนละข้อกล่าวหากับขบวนการโกง สว. 4.ยืนยันได้หรือไม่ว่าไม่เคยสั่งการทีมงานโอนเงินให้ผู้สมัคร สว.ในเวลาใกล้เคียงการเลือก สว. สังคมกังวล กกต.กำลังจะมีมติใน 1 เดือนนี้ เพื่อตัดตอนให้ท่านและบุคคลในพรรคไปไม่ถึงศาลครม.ไฟเขียวยืดอุทธรณ์บัตรคนจนวันเดียวกัน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม แถลงหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบเลื่อนกำหนดยื่นอุทธรณ์ กรณีผู้ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดิมสิ้นสุด 31 ก.ค. เป็นวันที่ 31 ส.ค. นอกจากนี้กระทรวงการคลังขอให้ขยายเวลาใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจนถึงวันที่ 30 ก.ย. ส่วนผู้ถือบัตรเดิมสามารถใช้สิทธิได้ต่อ ส่วนผู้ที่ผ่านคัดเลือกสำหรับชุดใหม่ เริ่มใช้สิทธิพร้อมกันวันที่ 1 ต.ค. การที่รัฐบาลทบทวนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ คนที่ไม่ได้อาจไม่พอใจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือกลุ่มคนที่ไม่ได้บัตรมาก่อน ภายใต้การบริหารจัดการโปร่งใส สิทธิที่ควรได้อยู่กับใคร จำนวนเท่าไหร่ ไม่ใช่ประเด็น รัฐบาลต้องดำเนินการให้เพียงพอ ตรงกับบุคคลที่จะได้รับสิทธิ ส่วนรถจักรยานยนต์ที่มีอายุใช้งานเกิน 15 ปี รถยนต์ที่มีอายุเกิน 20 ปี ถือว่ามูลค่าต่ำ ไม่นำมาเป็นเกณฑ์ตัดสิทธิ เว้นแต่เป็นรถคลาสสิกที่มีมูลค่าสูง เป็นต้นปลัดคลังย้ำแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ครม.มีมติคือ 1.คนกลุ่มเดิมที่ถือบัตรอยู่ใช้สิทธิได้ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2.คนกลุ่มใหม่ใช้สิทธิได้ วันที่ 1 ต.ค. ขยายยื่นทบทวนสิทธิถึงวันที่ 31 ส.ค. และยื่นเอกสารได้ถึงวันที่ 20 ก.ย. ขณะเดียวกันได้ จัดตั้ง One Stop Service เพิ่มความสะดวกในการยื่นอุทธรณ์ให้ประชาชน วันนี้คนที่ไม่ผ่านการลงทะเบียนรอบนี้ 9.3 ล้านคน แบ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ผ่าน กลุ่มที่คิดว่าผ่าน แต่ข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน ทำให้เสียสิทธิขอทบทวนสิทธิ และกลุ่มที่ 3 ที่ถูกเอาชื่อไปใช้ หรือจดทะเบียนบริษัท ครอบครองทรัพย์สิน ที่ดิน ยานพาหนะ เกณฑ์นักศึกษา ที่มีการพบนอมินี ต้องกรองอีกที ส่วนประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์จากเงื่อนไขบัญชีหลักทรัพย์บางประเภท แต่เป็นบัญชีที่ไม่ได้ใช้งานจริง เช่น เปิดบัญชีในช่วงที่มีโปรโมชัน หรือได้รับของสมนาคุณจากบางบริษัท ขอให้ดำเนินการปิดบัญชีดังกล่าว และยื่นทบทวนสิทธิ หากข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ส่วนกรณีนักเรียน นักศึกษานอกระบบ รวมถึงผู้ที่ติดเงื่อนไขด้านยานพาหนะ กระทรวงการคลังจะนำข้อมูลกลับมาพิจารณาอีกครั้ง พร้อมย้ำให้ประชาชนที่พบว่าข้อมูลไม่ถูกต้องกับความเป็นจริง กดยื่นทบทวนสิทธิ เพื่อให้ภาครัฐตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลต่อไปเปิดให้ผู้ไม่แน่ใจยื่นทบทวนสิทธิซ้ำนายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิผ่านแอปเป๋าตัง ทางรัฐ เว็บไซต์กรมการปกครอง ธนาคารทั้ง 5 แห่ง ที่กำหนดให้ตรวจสอบสิทธิ โดยเน้นย้ำให้แต่ละอำเภอประชาสัมพันธ์เป็นวงกว้าง กรมการปกครองได้แจ้งให้อำเภอจัดตั้งหน่วยเพื่ออำนวยความสะดวก ให้แก่ประชาชนผู้ที่เดินทางมาติดต่อราชการไม่สะดวก สำหรับการยืนยันตัวตน e-KYC ด้วยนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการ ในเรื่องของรถ มีประเด็นรถที่ไม่ได้ใช้ รถสูญหาย เป็นต้น ส่วนนักศึกษา กระทรวงศึกษาธิการกำลังเร่งทำข้อมูล หากไม่แน่ใจขอให้ยื่นทบทวนสิทธิเข้ามา“ไหม” ฉะออกเกณฑ์ไม่เห็นหัวประชาชนน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า การเสนอแก้ไขหลักเกณฑ์สิทธิบัตรคนจนต่อที่ประชุม ครม. เป็นการคืนสิทธิชั่วคราวในช่วง 2 เดือนนี้ เพื่อแก้ปัญหาที่ยังต้องรอการอุทธรณ์ ยังไม่แน่ใจว่าจะมีการติดปลายนวมทบทวนหลักเกณฑ์อื่นอีกหรือไม่ เพราะประชาชนเจอหลักเกณฑ์ที่ไม่สะท้อนความเดือดร้อนจริง ทั้งเรื่องหนี้สิน ประกันชีวิตที่ลูกซื้อให้พ่อแม่ ต้องทบทวนหรือไม่ ถ้าจะทบทวนต้องไปเข้าคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการ กระบวนการน่าจะลากยาวไปอีก แต่เนื่องจากขยายเวลาอุทธรณ์ อาจทำให้พอมีเวลาแก้ปัญหาที่อีนุงตุงนังอยู่ตอนนี้ ที่ผ่านมาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์หลายรอบ เนื่องจากหลักเกณฑ์เริ่มต้นไม่รอบคอบ ไม่เห็นหัวประชาชน พอเจอกระแสต้านก็กลับไปแก้ซ้ำไปซ้ำมา เป็นความผิดพลาด ไม่คิดให้ละเอียดรอบคอบ ไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนประชาชนจริงๆฟันธงแผนปฏิรูปราชการล้มเหลวน.ส.ศิริกัญญายังกล่าวถึงกรณีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เสนอแนวทางการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ อาจยุบบางหน่วยงานที่มีความซ้ำซ้อนว่า ไม่ควรออกมาพูดทีละหน่วยงาน ต้องการเห็นรองนายกฯกางวิธีคิดทั้งหมด ทบทวนภารกิจหน่วยงานก่อนทำเออร์ลี่รีไทร์ หน่วยงานราชการทั้งหมดควรทบทวนภารกิจครั้งใหญ่ว่ายังมีภารกิจจำเป็นแบบเดิมหรือไม่ หรือทบทวนภารกิจใหม่ทั้งหมด จะได้รู้ว่าต้องยุบควบรวมหน่วยงานใด ค่อยไปสู่กระบวนการเออร์ลี่รีไทร์ในรูปแบบที่ไม่ใช่ให้สมัครใจทั้งหมด แต่บุคคลที่ไปต่อกับหน่วยงานไม่ได้ ต้องออกด้วย สำหรับคนที่อายุเกิน 50 ปี อาจดึงดูดได้บ้าง แต่เมื่อกำหนดช่วงอายุ 40-49 ปีเข้าโครงการได้ ให้ชดเชยสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน คงไม่มีใครอยากเข้าโครงการ เพราะข้าราชการที่อายุต่ำกว่า 50 ปี ออกตอนนี้จะไม่ได้รับบำนาญ สุดท้ายไม่น่ามีข้าราชการสนใจ คาดว่าเป็นโครงการที่ล้มเหลว สุดท้ายไม่ได้ผล ที่นายปกรณ์ตั้งเป้าว่าจะลดจำนวนข้าราชการจาก 3 ล้านคน เหลือ 2 ล้านคน จะเอาจากที่ไหน เมื่อโครงการเออร์ลี่รีไทร์ไม่น่าดึงดูดเลย“ปกรณ์” ออกตัวยุบหน่วยต้องใช้เวลานายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการยุบหน่วยงานซ้ำซ้อนที่จะเริ่มในเดือน ก.ย. โดยประเดิมที่สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) รวมไปถึงสำนักงานขับเคลื่อนการ ปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ว่า ยังไม่ได้ยุบ กำลังศึกษาอยู่ นอกจาก ป.ย.ป. และธนาคารที่ดินยังมีองค์การมหาชนอีก 3-4 แห่ง ที่ไม่ผ่านการประเมินมาหลายปียังไม่มีการยุบหน่วยงานสักที ส่วนรายชื่อองค์การมหาชนนั้น ขอให้ไปสอบถามกับเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จะทำให้ดีที่สุด ไม่ให้กระทบข้าราชการในหน่วยงาน ต้องดูแลในองค์การมหาชน มี 2-3 ทางเลือก เช่น การย้ายไปอยู่หน่วยงานอื่น ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ และกระบวนการทั้งหมดคาดว่าต้องใช้เวลานานนายกฯอึกอักบ้าน–คอนโดหรูหายนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สินล่าสุด ไม่ปรากฏบ้านพักตากอากาศ ที่ อ.ปากช่อง จ.นคร ราชสีมา ราคา 20.5 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 2 แห่งที่กรุงเทพฯและ จ.เชียงใหม่ อยู่ในบัญชีทรัพย์สินว่า “ไม่ปรากฏ แสดงว่าไม่มี” ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าแล้วมันหายไปไหน นายอนุทินตอบว่า “ไม่ได้หาย ไม่รู้ ผมแจ้งบัญชีทรัพย์สินมากี่ครั้งแล้ว แล้วมันเคยมีหรือไม่” ผู้สื่อข่าวตอบกลับว่า เคยมีตอนยื่นบัญชีสมัยรัฐบาล น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร นายอนุทินรีบตอบว่า “ไม่ใช่ ไม่น่าใช่ ถ้ามีก็ต้องขายอย่างถูกต้อง ผมมีคนทําบัญชีทรัพย์สินให้อย่างถูกต้อง มันทําเองไม่ได้ มันเยอะ ให้คนทําให้แล้วผมคอยตรวจสอบ” เมื่อถามว่าถ้าไม่อยู่ก็แสดงว่าขายแล้วใช่หรือไม่ นายกฯตอบว่า เอามาให้ดูก่อนว่าไม่อยู่ หรือเปล่า พร้อมกับหัวเราะและชี้มือกล่าวไปที่ผู้สื่อข่าวว่า อย่ามาพูดเปล่าๆ ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าเป็นห้องชุดวอเตอร์ฟอร์ดพาร์ค คอนโดมิเนียมที่กรุงเทพ นายอนุทินตะโกนขึ้นว่า “วอเตอร์ฟอร์ดที่ไหน ฉันยก ให้เมียคนแรก (นางสนองนุช วัฒนวรางกูร) ไง เป็นส่วนหนึ่งของ “Sentiment” และยังยํ้าอีกรอบว่า “Divorce Sentiment (ข้อตกลงการหย่าร้าง)” ผู้สื่อข่าวถามยํ้าถึงคอนโดมิเนียมที่เชียงใหม่ นายกฯตอบตัดบทว่า “อันนั้นไม่มี”“อนุทิน” เยือนอินโดนีเซีย 3-4 ส.ค.น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า นายกฯแจ้งต่อที่ประชุมครม.ก่อนเข้าสู่วาระว่า ระหว่างวันที่ 3-4 ส.ค. มีกำหนด เดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ และ ครม.ได้เห็นชอบร่างแผนความเป็นหุ้นส่วนทาง ยุทธศาสตร์ไทย-อินโดนีเซีย พ.ศ.2569-2573 ครอบคลุมความร่วมมือด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม และมีกำหนดลงนามโดย รมว.ต่างประเทศของสองประเทศ นายอนุทินมอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการเยือนครั้งนี้อย่างเต็มที่ ให้ส่งประเด็นที่ต้องการผลักดันหรือหารือกับฝ่ายอินโดนีเซีย รวมถึงปัญหาอุปสรรคที่ต้องการยกระดับสู่การหารือระดับผู้นำ พร้อมกันนี้นายอนุทิน ได้กล่าวถึงกรณีสหรัฐอเมริกาประกาศใช้อัตราภาษีร้อยละ 12.5 ต่อประเทศไทยโดยย้ำว่า ทุกหน่วยงานไม่ควรมองเพียงตัวเลขอัตราภาษี แต่ต้องเร่งแก้ไขปัจจัยเสี่ยงที่สหรัฐฯให้ความสำคัญ“การดี” บี้ทบทวน TH–AI Passportที่บริเวณด้านหน้ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะ เข้ายื่นหนังสือเปิดผนึก ถึงนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี นางการดีกล่าวว่า พรรค ปชป.ขอให้ทบทวนและพิจารณาดำเนินการแก้ไข หรือยกเลิกโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) ที่ใช้เงินงบประมาณสูงถึง 1,621 ล้านบาท อยากเห็นนวัตกรรมของไทยเติบโตอย่างมีทิศทาง จึงนำเสนอข้อสังเกตสำคัญ 5 ประเด็น ให้กระทรวงนำไปพิจารณาปรับแก้ คือ 1.ข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใสและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง กระบวนการอนุมัติโครงการที่เร่งรัดผิดปกติ มีการแก้ไขเงื่อนไขสำคัญใน TOR ช่วงรัฐบาลรักษาการ สุ่มเสี่ยงเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับจ้างกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเฉพาะ 2.ความไม่คุ้มค่าและคุณภาพระบบที่ต่ำกว่ามาตรฐานฟรีทั่วไป จากการทดสอบประสิทธิภาพระบบจริงพบว่า ระบบโปรแกรม Generative AI (Ai Pass) มีคุณภาพต่ำกว่าโปรแกรม Generative AI ฟรี ที่มีให้ใช้งานทั่วไปในปัจจุบัน เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการของหน่วยงานอื่น เช่น OKMD ที่ใช้งบประมาณเพียง 2.4 ล้านบาท แต่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ใกล้เคียงกัน ย่อมสะท้อนชัดเจนว่าเงิน 1,621 ล้านบาทในโครงการนี้ ไม่คุ้มค่าขอยุติไม่คุ้มค่าเอื้อประโยชน์บางกลุ่มนางการดีกล่าวว่า 3.ความไม่โปร่งใสในเกณฑ์การจ่ายเงินตามการใช้งานจริง ยังขาดความชัดเจนในเกณฑ์การนับจำนวน Token และความหมายของ Active User ที่ชัดเจน 4.การขัดต่อเงื่อนไข TOR และกระทบต่ออธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) ที่ข้อมูลจะถูกส่งไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและอธิปไตยทางข้อมูลของประเทศในระยะยาว และ 5.การขาดตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ที่ชัดเจน โครงการระดับพันล้านบาทกลับไม่มีเป้าหมายและตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ที่วัดผลได้จริง ในการ “ยกระดับทักษะ AI ของคนไทย” การลงทุนครั้งนี้จึงขาดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน การยกเลิกโครงการสามารถทำได้ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐมาตรา 97 ทุกบาททุกสตางค์ต้องถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด เพื่ออนาคตเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ของคนไทยอย่างแท้จริงอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่