การเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เกิดจากการ ก่อการร้ายของคนร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นปัญหาความมั่นคงซ้ำซากของประเทศไทย ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าคนร้ายเป็นคน กลุ่มไหน มีฝ่ายไหน ประเทศไหน มีใครให้การสนับสนุน จาก ปัญหา แยกดินแดน กลายเป็นเรื่องของผลประโยชน์ ที่ซับซ้อนลับลวงพราง ที่ทุกฝ่าย ทั้งนักการเมือง ฝ่ายบริหาร เจ้าหน้าที่รัฐ และฝ่ายความมั่นคง ไม่มีใครกล้าพูดความจริง เพราะฉะนั้น ความซ้ำซ้อนของผลประโยชน์ ที่พยายามหยิบยกว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงกลายเป็นเส้นผมบังภูเขา ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาไฟใต้ได้สะเด็ดน้ำ การออกมาเหยียบเบรกของ รมว.กลาโหม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ในการใช้ประโยคคำว่า ไล่ล่า ของเสนาธิการทหารบก พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เห็นจุดอ่อนของปัญหาไฟใต้ชัดเจนคงไม่ต้องอธิบายอะไรให้เมื่อยตุ้ม รัฐบาลที่พยายามจะเอาจริงเอาจังแก้ปัญหาไฟใต้ สุดท้ายไฟกลับลามมาไหม้ตัวเองทุกราย ยกตัวอย่าง รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เจอวิบากกรรมจากการปราบปรามผู้ก่อการร้ายภาคใต้จนอ่วมอรทัย ใช้ทั้งพระเดชพระคุณ ขอความร่วมมือโดยตรงไปที่ตำรวจสันติบาลมาเลเซียให้ช่วยจับกุมผู้ก่อการร้ายโดยตรง แต่ต้องคว้าน้ำเหลว ทุกครั้ง จนเป็นที่ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมมาเลเซียที่มีชายแดนติดกันแค่คืบจึงไม่เคยมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น มาเกิดเฉพาะฝั่งไทยฝั่งเดียว การก่อเหตุก็เป็นเชิงสัญลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ ครู ฝ่ายปกครอง ผู้พิพากษา และพระสงฆ์ เท่านั้นในอดีตการตั้ง ผบ.ทบ. ที่รับผิดชอบความมั่นคงของประเทศอาสาจะลงไปแก้ไขไฟใต้ให้โดยเฉพาะ สุดท้ายแทนที่จะแก้ปัญหาไฟใต้ กลายเป็นคนนำกำลังเข้ายึดอำนาจรัฐบาลเสียฉิบ โครงการเมกะโปรเจกต์ในภาคใต้ไม่สามารถดำเนินการได้ ติดปัญหาเดียวคือปัญหาความมั่นคง ทั้งๆที่ถ้าภาคใต้ของไทยสามารถพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ คิดดู พื้นที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ติดทะเลสองฝั่ง เป็นศูนย์กลางของกลุ่มประเทศอาเซียนที่ถูกยกให้เป็นแผ่นดินทองหรือสุวรรณภูมิ ประเทศไทยจะรุ่งโรจน์โชติช่วงขนาดไหนจนถึงวันนี้เรายังต้อง จมปลักอยู่กับปัญหาเดิมๆ การปรับโครงสร้างหน่วยงานความมั่นคง ศอ.บต. ส่วนหน้า ส่วนกลาง หรือกระทั่ง กอ.รมน. ก็ยังแตะไม่ได้ แค่ขู่ว่าจะยุบ กอ.รมน.เท่านั้นแหละ เป็นเรื่องสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดภาคใต้ ต่อเนื่องมาถึง 22 ปี เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบกว่า 23,000 ครั้ง เกิดความสูญเสีย กว่า 21,800 ราย เฉพาะปี 2569 เกิดเหตุการณ์ลอบสังหารเจ้าหน้าที่ คาร์บอมบ์ ลอบสังหารบุคคลสำคัญ เช่น การลอบยิง ฟัครุดดีน บอตอ อดีต สว. และ สส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ จะส่วนตัวหรือพัวพันกับผลประโยชน์ทางการเมือง เป็นอีกเรื่อง การสร้างความหวาดกลัวโดยการใช้ความรุนแรง ในภาคใต้เป็นยุทธวิธีที่คนร้ายและคนที่ฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ใช้เป็นกลยุทธ์ก่อความไม่สงบ ที่ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนก็ไม่กล้าแตะเพราะมีเรื่องของผลประโยชน์อยู่เบื้องหลัง ทั้งฝ่ายเขาและฝ่ายเรา ทำให้ความสงบสุขกับอธิปไตยกลายเป็นเส้นขนานไปฉิบ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม