เมื่อพลิกปฏิทินมาถึงเดือนพฤษภาคม กลิ่นอายของฤดูฝน เสียงฟ้าคะนองจะเริ่มดังถี่ขึ้น พร้อมกับบรรยากาศการเมืองและสังคม ไทยที่มักคุกรุ่นขึ้นมาในช่วงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันที่ 1 พฤษภาคม วันแรงงานแห่ง ชาติ หรือวันกรรมกร ที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้เกียรติแก่ฟันเฟืองส่วนสำคัญ ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยภาพคุ้นชินชวนตั้งคำถามในทุกๆปี เราจะเห็นการรวมตัวของกลุ่มสหภาพ แรงงาน การเดินขบวนเรียกร้องสิทธิ และคำสัญญาจากปากผู้บริหารประเทศเกี่ยวกับการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ หรือสวัสดิการที่ดีขึ้น แต่เมื่อพ้นเดือนนี้ไป คำสัญญาลมๆแล้งๆ กลับจางหาย ทิ้งไว้เพียงคำถามตัวโตคุณภาพ ชีวิตแรงงานไทยยกระดับขึ้นได้จริงหรือเป็นเพียงพิธีกรรมประจำปี จัดขึ้นเพื่อปลอบประโลมใจ สร้างความย้อน แย้งอย่างรุนแรงเพราะในขณะที่หน่วยงานภาครัฐตีปี๊บเฉลิมฉลองวันหยุดแรงงาน แต่อีกหลายล้านชีวิต แรงงานนอกระบบ แรงงาน แพลตฟอร์ม ลูกจ้างรายวันกลับไม่เคยสัมผัสวันหยุดอย่างแท้จริง ที่แย่กว่านั้นการหยุดงาน 1 วัน อาจหมายถึงรายได้ที่หายไปเรื่องการเข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน ยังคงเป็นกำแพงสูงที่กั้นระหว่างแรงงานกับคำว่ากินดีอยู่ดี ผู้มีอำนาจต้องไม่ดูถูกพลังของประชาชนและผู้ใช้แรงงาน ซึ่งมีอานุภาพ ไม่น้อยหากมีการรวมตัวกันทวงถามหาความ ยุติธรรม โดยการสั่งสอนผู้มีอำนาจไม่ได้มีแค่การเดินขบวนขับไล่ แต่ยังมีวันพิพากษา ในคูหาเลือกตั้งอีกด้วยต้องกระตุกเตือนดังๆว่าแรงงานไม่ใช่แค่ตัวเลขในระบบเศรษฐกิจ แต่คือชีวิต คือพ่อแม่ และคือพลเมือง ที่สมควรได้รับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม หากเราอยากให้พฤษภาคมเป็นเดือนที่น่ายินดีอย่างแท้จริง สิ่งที่สำคัญกว่าการจัดงานอีเวนต์แล้วตัดริบบิ้นหน้าชื่นตาบานอยู่ที่แค่กระทรวง คือ การมีนโยบายที่กินได้ขยายสิทธิประกันสังคมให้ครอบ คลุม และการปรับค่าจ้างให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากผลกระทบราคาพลังงาน ยุคสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง อย่าตระหนักรู้กันแค่ในหนึ่งวันของเดือนพฤษภาคม แล้ววันที่เหลือก็เก็บทั้งคำสัญญา รวมถึงนโยบายขายฝันเข้าลิ้นชักตลอดยาวไปจนถึงปีหน้ารัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ โดยเฉพาะนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน จะต้องช่วยกันริเริ่มทำให้สิทธิแรงงานมีความสำคัญในทุกๆวันของทุกปีเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นเพิ่มคุณภาพของชีวิตแรงงานไทย นอกจากนี้ นายอนุทิน ต้องทำให้เห็นเค้าลางของคำสัญญาที่ว่า “รวยไม่ไหวแล้ว” เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาบ้าง สักนิดก็ยังดี.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม