พายุฤดูร้อนถล่มชัยภูมิซัดเสาไฟฟ้าแรงสูงล้มระเนนระนาดกว่า 10 ต้น ต้นไม้ล้มทับอาคารศูนย์ราชการพินาศ ส่วนที่ปากช่อง จ.นครราชสีมา ฝนตกฟ้าผ่าคนงานขณะให้ปุ๋ยน้อยหน่าเสียชีวิต ที่นครสวรรค์ ลมหอบหลังคาบ้านปลิวหายกว่า 20 หลัง เช่นเดียวกับที่อุทัยธานี พายุซัดกระหน่ำโรงเรียน 2 แห่ง อาคารไม้เก่าแก่และระบบโซลาร์เซลล์เสียหายย่อยยับ ชาวบ้านหวั่นเด็กนักเรียน 70 ชีวิตไร้ที่เรียนพายุฤดูร้อนพัดถล่มหลายจังหวัดเสียหายย่อยยับ เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ จ.ชัยภูมิ เกิดพายุฝนและลมกระโชกแรงในพื้นที่ อ.เมืองชัยภูมิ โดยเฉพาะที่บ้านหนองบัวขาว ต.ชีลอง อ.เมืองชัยภูมิ ลมพัดต้นไม้และเสาไฟฟ้าแรงสูงริมถนนสายชัยภูมิ-บ้านเขว้า ล้มระเนนระนาดหลายจุด บางจุดเสาไฟล้มต่อเนื่องกันเป็นโดมิโนขวางถนนนับสิบต้น ส่งผลให้ไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง หลังเกิดเหตุนายเกษตร วรรณวิกรม์ รองผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดชัยภูมินำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปเคลียร์เสาไฟฟ้าแรงสูงที่ล้มเสียหายทั้งหมด 11 ต้น เพื่อเร่งจ่ายกระแสไฟโดยเร็วที่สุดส่วน อ.บ้านเขว้า พายุพัดบ้านเรือนประชาชนในเขตเทศบาลตำบลบ้านเขว้า และ ต.ตลาดแร้งได้รับความเสียหาย ส่วนใหญ่ฝาบ้านหลังคาปลิวหายไปตามกระแสลม อาคารและโรงจอดรถศูนย์ราชการอำเภอบ้านเขว้าถูกลมพัดต้นไม้ล้มทับหลังคาพังทั้งแถบ หนักสุดอาคารหอประชุมหลังใหม่ลมพัดประตูหอประชุมพังเสียหายทั้งหมด สิ่งของในหอประชุมกระจัดกระจายเสียหาย ชาวบ้านที่อยู่ติดศูนย์ราชการเล่าเหตุการณ์ว่าพายุครั้งนี้รุนแรงมาก พัดหลังคาบ้านที่ก่อสร้างมากว่า 50 ปี ปลิวไปติดรั้วศูนย์ราชการ เคราะห์ดีที่คนในบ้านไม่มีใครได้รับอันตรายจ.นครราชสีมา เกิดเหตุฝนตกฟ้าผ่าคนงานในสวนน้อยหน่าบ้านหนองตาแก้ว หมู่ 8 ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง ทราบชื่อผู้บาดเจ็บ นายไพวรรณ์ ปากดี อายุ 51 ปี ชาว อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ หลังเกิดเหตุ ร.ต.อ.ครรชิต พินิจ รอง สว. (สอบสวน) สภ.ปากช่อง พร้อมกู้ภัยมูลนิธิสว่างวิชชาธรรมสถานปากช่อง ไปช่วยเหลือนำคนเจ็บส่ง รพ.ปากช่องนานา และเสียชีวิตต่อมา สอบถามข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายกับเพื่อนคนงานอีก 1 คนเร่งใส่ปุ๋ยต้นน้อยหน่า ระหว่างนั้นเกิดฝนตกและเสียงฟ้าคำรามตลอดเวลา จังหวะวิ่งหาที่หลบฝน จู่ๆเกิดฟ้าผ่าเปรี้ยง เพื่อนหันไปดูพบผู้ตายนอนแน่นิ่งกลางสายฝน รีบบอกนายจ้างแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยแต่ช่วยไม่ทันที่ จ.นครสวรรค์ พายุพัดถล่มในพื้นที่หมู่ 10 บ้านบุรีรัมย์ ต.ศาลเจ้าไก่ต่อ อ.ลาดยาว บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 20 หลัง โดยเฉพาะบ้านไม้ 2 ชั้นเสียหายหนัก ถูกพายุพัดหอบเอาหลังคาเปิดแผ่นกระเบื้องและสังกะสีลอยไปตามลมไปไกลกว่า 100 เมตร ฝาบ้านหลุดหายทั้งแถบ ข้าวของมีค่า ที่นอน ตู้เสื้อผ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าเปียกน้ำได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด ขณะที่บางหลังถูกต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นล้มทับตัวบ้านพังเสียหาย เจ้าของบ้านต้องอพยพไปนอนบ้านญาติชั่วคราวส่วนที่ จ.อุทัยธานี เกิดพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ หนักสุดใน อ.ทัพทันและอ.หนองฉาง บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง โรงเรียนวัดเขาปฐวี ต.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน เสียหายหนักถูกลมหอบหลังคาอาคารเรียนไม้เก่าแก่อายุ 87 ปีหายหมดทั้งหลัง ต้นไม้ใหญ่ล้มแบบถอนรากถอนโคนหลายสิบต้น ระบบไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ขนาด 5 กิโลวัตต์ที่เพิ่งได้รับสนับสนุนงบประมาณมาติดตั้งเมื่อปีที่ผ่านมา ถูกพายุพัดพังยับทั้งหมด ส่งผลกระทบต่อนักเรียน 70 คนจะไม่มีที่เรียน หลังเกิดเหตุชาวบ้านวิงวอนขอผู้ใจบุญช่วยบริจาควัสดุก่อสร้างพวกกระเบื้อง สังกะสีและเหล็กมาซ่อมอาคารเรียน เพราะหากรองบประมาณหน่วยงานราชการอาจไม่ทันเปิดเรียนเทอมนี้นอกจากนี้พายุพัดต้นไม้ริมถนนหลายสายใน ต.ตลุงดู่ ล้มขวางทางจราจร ไม่สามารถสัญจรได้ บางจุดต้นไม้ล้มฟาดสายไฟฟ้า ส่งผลให้ไฟดับทั้งหมู่บ้าน สวนเกษตรโรงเรือนปลูกผักออร์แกนิกถูกพายุถล่มพังเสียหาย บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายไม่ต่ำกว่า 40 หลัง โดยเฉพาะบ้านของนายสุนทร แสงผ่อง อายุ 67 ปี ลมพัดต้นพะยอมยักษ์ขนาด 2-3 คนโอบอายุกว่า 100 ปีโค่นทับควายแม่ลูกอ่อนจนขาติดคาอยู่นานกว่า 10 ชม. ช่วงสายชาวบ้านต้องนำเลื่อยมาตัดต้นไม้ช่วยแม่ควายออกมาและพบว่าขาควายหักไม่สามารถลุกเดินได้ต่อมา น.ส.กุลธิดา อ่อนมี ผอ.สพป.อุทัยธานี เขต 1 ไปตรวจสอบความเสียหายจากพายุพัดถล่มโรงเรียนเขาวัดปฐวี และโรงเรียนบ้านวังเตย สาขาบ้านสาลี น.ส.กุลธิดา เผยว่า จากการตรวจสอบพบอาคารโรงเรียนเขาปัฐวี ได้รับความเสียหายหนัก ส่วนโรงเรียนบ้านวังเตย สาขาบ้านสาลีเสียหายในส่วนอาคารโรงอาหาร ขณะนี้ให้ช่างประเมินความเสียหาย เพื่อเร่งขอรับงบประมาณซ่อมแซมเร็วที่สุด ส่วนความกังวลเรื่องการเปิดเรียน ยืนยันว่านักเรียนทุกคน จะมีพื้นที่เรียนแน่นอน ได้วางแผนใช้อาคารอื่นและอาคารชั้นอนุบาลจัดการเรียนการสอนชั่วคราวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่