ครม.เงา พรรคคนรุ่นใหม่นั้นสมชื่อคือความหยุดนิ่ง ทั้งเรื่องที่เป็นสาระและไม่เป็นสาระ พูดง่ายๆว่าสร้างข่าวได้ตลอดเวลา! จนต้องถูกเบรกถูกกระแทกใส่ถือเป็นเรื่องปกติ ขนาดไม่มีอะไรก็ทำให้เป็นข่าวได้ อย่าง “รักชนก ศรีนอก” ว่างๆ ก็ใส่เดรสเข้าสภาหน้าตาเฉย ไม่รู้ความเหมาะความควรไม่ควร ขอให้เป็นข่าวเท่านั้นหลังจากศาลสั่งไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ กรณี ม.112 ดูเหมือนจะทำให้พรรคคึกคักไม่เหี่ยวเฉา เพราะ 10 สส.ยังทำหน้าที่ต่อไปได้“ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ยังเป็นหัวหน้าพรรคต่อไป“พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์” เป็นเลขาธิการพรรคจากนั้นก็เดินเครื่องเพื่อทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มตัวด้วยการตั้ง ครม.เงา เพื่อตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลอย่างเป็นระบบไม่ได้แยกเป็นกระทรวง แต่แบ่งงานออกเป็น 4 ด้าน“วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” ดูแลด้านเศรษฐกิจ“ศิริกัญญา ตันสกุล” ดูแลด้านปฏิรูปรัฐ“เดชรัต สุขกำเนิด” ดูแลด้านคุณภาพชีวิตใหม่“พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์” ดูแลด้านความมั่งคงครอบคลุมงานทั้งหมดของรัฐบาลทุกด้าน ถือว่าเป็นอีกมิติหนึ่งทางการเมืองที่มีการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นขึ้นไม่ต่างไปจากที่ประชาธิปัตย์เคยทำมาแล้วเพียงแต่รูปแบบต่างกัน!“ครม.เงา” นั้นถือว่าเป็นการทำงานอย่างเป็นระบบทุกมิติเพื่อตรวจสอบทุกความเป็นไปของรัฐบาล ไม่ให้เกิดช่องโหว่พูดง่ายๆว่าไม่ให้เล็ดลอดสายตาไปได้ไม่ใช่ให้แต่ละคนไปว่ากันเอง ใครนึกจะตรวจสอบอะไรก็ทำตามใจหรือต้องการ อันเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคลหากชอบพอกันก็ละเว้นหากไม่ชอบพอกันลุยเต็มที่นั่นคือปัญหาที่ทำให้การตรวจสอบไม่มีประสิทธิภาพเป็นการเล่นพรรคเล่นพวก และเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดการ “หากิน”คือนำไปต่อรองเพื่อแลกผลประโยชน์ไม่ใช่การตรวจสอบเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเรื่องที่กระทรวงเกษตรฯในขณะนี้ทำท่าจะเป็น “มวยล้ม” ต้มคนดู เพราะอธิบดีกรมฝนหลวงฯมีเรื่องกับรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯแรกๆตัวอธิบดีก็ทำท่าขึงขังเร้าใจกองเชียร์อีกวันกลับเงียบหายไม่ทำตามที่พูดเอาไว้ว่ากันว่ามีการเคลียร์หน้าเสื่อกันแล้ว โดยมีตัวกลางเข้ามาประสานเพื่อขอให้ยุติเรื่อง คือไม่เอาเรื่องเอาราวกันจะด้วยเพราะอะไรที่เป็นแรงจูงใจก็ติดตามดูกันต่อไปต่างไปจาก “ครม.เงา” ที่ต้องทำงานเป็นระบบ มีการถ่วงดุลกันเองใครแอบไปมีนอกมีในไม่ได้แน่!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม