ความกระเหี้ยนกระหือรือของนายเฮกเซธ รัฐมนตรีสงครามและนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทำให้สหรัฐฯเข้าสู่สงครามกับอิหร่านอย่างไม่ดูหน้าตักของตัวเองสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯเรียกคนที่เกี่ยวข้องเข้าไปสอบถามและให้ปากคำ ปรากฏว่าแต่ละคนเงอะงะเบ๊อะบ๊ะ พูดตัวเลขไม่ตรงกัน รัฐมนตรีพีทและพลเอกเคน ประธานเสนาธิการทหารร่วมให้ปากคำ บอกว่าถ้าจะให้สะดวกโยธินเราขอเพิ่มงบประมาณทหาร 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ (48.8 ล้านล้านบาท)สมาชิกสภาคองเกรสเรียกเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านการประเมินภายในมาสอบถามว่า ต้นทุนที่จ่ายไปแล้วในการทำสงครามกับอิหร่านประมาณเท่าไหร่ มีเสียงตอบว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ (1.6 ล้านล้านบาท)เรื่องสหรัฐฯหมดสตางค์ไปในการทำสงครามกับอิหร่านเท่าไหร่แล้วนี่ ไม่มีหน่วยใดตอบตรงกันสักแห่ง บางคนจากบางหน่วยก็เอ้ออ้า ตอบและถามออกทะเลว่า ต้องรวมกระสุน และความจำเป็นที่ต้องจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เสียหายไปแล้วมาทดแทนด้วยหรือเปล่า เมื่อถูกไล่บี้ว่า อะไรบ้างที่เสียหายไปแล้ว ก็ได้รับคำตอบว่า อ้า อย่างเช่น โดรน MQ-9 Reaper ที่โดนยิงตกไปแล้ว 24 ลำเมื่อสมาชิกสภาคองเกรสถามว่า อ้า เป็นเงินเท่าไหร่ เจ้าหน้าที่ก็อื้อๆ บอกว่าท่านคิดเอาเองก็แล้วกัน ราคาของแต่ละลำต่ำสุดอยู่ที่ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (976 ล้านบาท)เมื่อถูกไล่บี้ นายจูลส์ เฮิร์สท ผู้ช่วยรัฐมนตรีฝ่ายกำลังพลและกิจการกำลังสำรอง ทบวงทหารบก พูดกับสมาชิกวุฒิสภาว่า ยอมรับว่าค่าใช้จ่ายในทางทหารนั้นมันประเมินยาก กองทัพสหรัฐฯทุกประเทศในตะวันออกกลางโดนถล่มจนราบเรียบเงียบเหงา เราไม่รู้ว่าอนาคต การบูรณะฐานทัพเหล่านั้นจะใช้เงินเท่าไหร่ยอดที่จูลส์ เฮิร์สท และอีกหลายคนพยายามบอกกรอกหูสมาชิกสภาคองเกรสคือ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (8.1 แสนล้านบาท)ทว่าสำนักข่าวทั้งหลายที่สนใจสงครามครั้งนี้ต่างวางใจเป็นกลาง และรวบรวมตัวเลขเพื่อทำการประเมิน แล้วก็พบว่าสูงกว่าที่กองทัพบอกเยอะซีเอ็นเอ็น สำนักข่าวโทรทัศน์ระดับโลกของสหรัฐฯลงทุนมโหฬารมหาศาลในการรวบรวมความเสียหาย บวกลบคูณหารเสร็จปุ๊บ ก็ออกมาบอกกับสังคมปั๊บ ว่าที่ใช้ไปแล้วอยู่ที่ประมาณ 4-5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (1.3-1.6 ล้านล้านบาท)พวกสมาชิกรัฐสภาทั้งสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ต่างคนต่างก็มีทีมงานเก็บรวบรวมตัวเลขเพื่อจะนำมาใช้ในการเรียกทหารมาให้ปากคำ ก็พยายามไล่บี้ อย่างนายคริส คูนส์ วุฒิสมาชิกจากรัฐเดลาแวร์ ถึงกับพูดว่า “(ที่คุณบอกมา) ผมมั่นใจว่ามันเป็นตัวเลขที่ต่ำเกินไป”ทุกคนพยายามพูดถึงกระสุนและอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯประเมินผิด คิดว่ารบกับอิหร่านเพียงวันเดียว ฆ่าคณะผู้นำเกลี้ยงประเทศได้แล้ว อิหร่านจะต้องเปลี่ยนการปกครอง เอาคนของสหรัฐฯเข้าไปเป็นผู้นำ (ค่าใช้จ่ายทางการทหารถือเป็นต้นทุนในการปล้นทรัพยากรของอิหร่าน)กระสุน ระเบิด ขีปนาวุธ ฯลฯ ในคลังของสหรัฐฯร่อยหรอจนไม่สามารถจะใช้ได้มากกว่านี้อีกแล้ว จะผลิตใหม่ก็ต้องใช้เวลาอีกหลายปี พวกที่เข้าไปตอบคำถามสมาชิกสภาคองเกรสจึงตอบด้วยตัวเลขที่เลอะเทอะเปรอะปะไม่ตรงกันเมื่อพวกคองเกรสพูดถึงเรื่องงบประมาณ ประชาชนลำบากเพราะข้าวของและน้ำมันราคาแพงขึ้น รัฐมนตรีสงคราม นายเฮกเซธก็พูดใส่หน้าคนถามว่า “ผมอยากจะถามคุณตรงๆ ว่าคุณจะยอมจ่ายเท่าไหร่เพื่อไม่ให้อิหร่านมีนิวเคลียร์”นี่เป็นสูตรสำเร็จของทรัมป์และรัฐมนตรีต่างๆ พอโดนโจมตีจากสังคม ก็อ้างว่า “อ้า ที่ใช้จ่ายไปนั้นคุ้ม เราสามารถยับยั้งอิหร่านไม่ให้มีนิวเคลียร์ได้”มาร์ค คูเชียน ที่ปรึกษาอาวุโสของศูนย์เพื่อการศึกษาเชิงกลยุทธ์และระหว่างประเทศมองว่า ค่าใช้จ่ายน่าจะมากกว่าที่พูดกันเยอะ เพราะมีค่าใช้จ่ายแฝงอยู่มาก และไม่ใช่กระทรวงสงครามกระทรวงเดียวเท่านั้นที่ดื่มงบประมาณลงคอเอื้อกๆ กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิก็ใช้จ่ายเงินมโหฬารมหาศาลเช่นเดียวกันคนทั่วไปอยากให้จบสงคราม ประชาชนจะได้อยู่รอด ผมว่ารัฐมนตรีสงครามแกกำลังเมาหมัด ไม่สนใจมีดพกกระจกเงากระเป๋าหิ้วอะไรทั้งนั้น คนอเมริกันจะจนลงช่างมัน ขอให้ข้าได้ทำสงครามตามที่ข้าใฝ่ฝันก็พอ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม