“อนุทิน” เรียก “ปกรณ์” พบ คาดปมร้อนออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน โยน “เอกนิติ” แจงรายละเอียด จ่อถก ครม. เศรษฐกิจ 27 เม.ย. ดัน “ไทยช่วยไทยพลัส” “ดร.เอก” ลั่นยอดหนี้สาธารณะยังมีช่องว่างให้กู้อีก 8 แสนล้าน โดยไม่ต้องขยายเพดานหนี้ ชี้ไม่กระทบเครดิตประเทศ เปิดแผนสำรอง ตรา พ.ร.บ.โอนงบ 69 หรือโยกงบปี 70 มากองไว้งบกลาง “ปกรณ์” ซัดสื่อถามนำตัวเลข 5 แสนล้าน แค่แจงมุมกฎหมาย โอดต่อไปจะพูดให้น้อยลง “ศิริกัญญา” ฉะรัฐถังแตกต้องลุยไฟกู้เงิน บี้ รมว.คลังพูดให้ชัดใช้ด้านใดบ้าง “เท้ง” ประกาศใช้กลไกสภาชำแหละ พ.ร.ก.กู้เงิน กมธ.วุฒิยอมถอย ถอนรายงานเสนอขึ้น VAT 10% รับไม่สอดคล้องสภาวะปัจจุบัน สภาพัฒน์ชี้ยังไม่เหมาะขึ้น VAT ตอนนี้ ปชน.-ภท.เปิดศึกชิง กมธ.ป.ป.ช.รัฐบาลยังยักแย่ยักยันออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสน ล้านบาท นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ยันแค่ชี้แจงตามหลักกฎหมาย โยนสื่อถามนำตัวเลข แต่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง พูดชัดหนี้สาธารณะไทยอยู่ที่ 66% ยังมีช่องว่างให้กู้ได้อีก 8 แสนล้านบาท โดยไม่ต้องขยายเพดานหนี้“อนุทิน” เรียกคุย “สีหศักดิ์–ปกรณ์”เมื่อเวลา 09.05 น. วันที่ 21 เม.ย. ที่ทำเนียบ รัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่ห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า คาดว่ารายงานกรณีกระทรวงกลาโหมโอมานประสานไทยส่งรายชื่อเรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังเรือ SCG ผ่านได้อย่างปลอดภัย โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ตามเข้ามาสมทบ หลังมีประเด็นรัฐบาล เตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท จากนั้นเวลา 09.45 น. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายอนุทินถ่ายภาพร่วมกับผู้ได้รับรางวัล Prime Minister Awards : Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2025 และรางวัลอื่นๆที่บริเวณโถงกลาง ตึกบัญชาการ 1 ก่อนเป็นประธานการประชุม ครม. เผย “หวัง อี้” เตรียมมาเยือนไทยนายอนุทินให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ครม. กรณีนายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน เตรียมเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการช่วงปลายเดือน เม.ย. ว่า การมาของนายหวังอี้ครั้งนี้มี 2 ภารกิจ เป็น ภารกิจส่วนตัว และมาหารือประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับจีน เราอาจขอให้พิจารณาซื้อสินค้าเกษตรจากเราเพิ่ม ทั้งข้าว และผลไม้ รวมถึงการลงทุน และสนับสนุนทางเทคโนโลยีเพิ่ม เป็นการหารือแบบเปิดโยน “เอกนิติ” แจงปม พ.ร.ก.กู้เงินนายอนุทินกล่าวอีกว่า วันที่ 27 เม.ย. จะมีการ ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) มีการเชิญตัวแทนภาคเอกชน 3 สถาบัน ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อหารือถึง การกระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อถามว่าเน้นที่โครงการไทยช่วยไทยพลัสใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ใช่ เรื่องไทยช่วยไทยพลัส เมื่อถามถึงความชัดเจนในการขึ้น ภาษีมูลค่าเพิ่ม นายอนุทินไม่ตอบคำถามดังกล่าว เมื่อถามย้ำถึงความชัดเจนในการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท นายอนุทินตอบว่า “เดี๋ยวหารือกัน เรื่องนี้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง จะเป็นผู้ชี้แจง เพราะมีข้อมูลทั้งหมดใน หลักการอะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมากระตุ้นเศษฐกิจได้ให้มีเม็ดเงินไหลเข้าระบบเศรษฐกิจและประชาชนใช้เม็ดเงินเหล่านั้นไปจับจ่ายใช้สอยได้ รัฐบาลมีความตั้งใจทำให้อยู่แล้ว”“เอกนิติ” ลั่นมีวงเงินกู้อีก 8 แสน ล.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายก รัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า หากรัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อเยียวยาเศรษฐกิจ ยืนยันไม่กระทบต่อการจัดอันดับเครดิตประเทศ นโยบายรัฐบาลชัดเจน ว่ากู้มาแล้วต้องมียุทธศาสตร์ใช้เงินให้คุ้มค่า เน้นไป ที่กลุ่มเป้าหมายที่จำเป็น เช่น กลุ่มเปราะบาง หรือ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ ให้ปรับตัวได้ รวมถึงใช้ทรัพยากรทุกอย่างและทุกภาคส่วนเข้ามาฟื้นฟูเศรษฐกิจร่วมกัน ส่วนจะกู้หรือไม่ ไม่สำคัญเท่ากับกู้ไปทำอะไร และจะออกในรูปแบบ พ.ร.ก.หรือไม่ กำลังให้ฝ่ายกฎหมายศึกษาว่ารัฐธรรมนูญกำหนดไว้อย่างไร ส่วนการขยายเพดานหนี้สาธารณะ ปัจจุบันหนี้สาธารณะไทยอยู่ที่ 66% จากที่กำหนดไว้ 70% ยังมีช่องว่างเหลืออยู่ 4% คิดเป็นวงเงิน 8 แสนล้านบาท หากรัฐบาลออกกฎหมายกู้เงินไม่ถึง 8 แสนล้านบาท ก็ไม่จำเป็นต้องขยายเพดานหนี้ เทียบกับหลายชาติในยุโรปที่หนี้สูงกว่า 100% ถือว่าไทยยังต่ำ และไม่ได้อยู่ในระดับที่สูงกว่าชาติในอาเซียน นอกจากแนวคิดการกู้เงินแล้ว รัฐบาลยังอยู่ ระหว่างการปรับปรุงงบปี 2569 โดยการออก พ.ร.บ.โอนงบ 69 มาเป็นงบกลาง รวมถึงพิจารณางบปี 2570 ว่าจะตัดงบส่วนใดนำมา ช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนได้สภาพัฒน์ชี้ยังไม่เหมาะขึ้น VAT 10%นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ยังไม่มี การเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาปรับเพิ่ม เพดานหนี้สาธารณะ ต้องมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ และต้องหารือกับนายเอกนิติก่อน เมื่อถามถึงความชัดเจนในการขึ้น VAT จาก 7% เป็น 10% นายดนุชาตอบว่า ยืนยันว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่มีการปรับขึ้น และส่วนตัวคิดว่าคงปรับขึ้นยาก ต้องดูสถานการณ์ให้ดีกว่านี้ แต่เรื่องนี้อยู่ในแผนเดิมอยู่แล้ว ส่วนจะดำเนินการเมื่อไหร่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง“ปกรณ์” โอดต่อไปจะพูดให้น้อยลงด้านนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี แถลงชี้แจงเรื่องการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทว่า สื่อมาถามว่ารัฐบาลจะออก พ.ร.ก.กู้เงินทำได้หรือไม่ เลยตอบไปว่าทำได้ตามรัฐธรรมนูญ และให้ไปถามกระทรวงคลัง แต่กลายเป็นว่าตนไปบอกว่าจะกู้เงิน จนคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ คิดว่าไม่ค่อยถูก ทีหลังไม่พูดดีกว่า หาว่าไปออฟไซด์รัฐบาล ตั้งใจอธิบายตามกฎหมายไม่ได้มีอะไร ยินดีให้ความรู้ทาง กฎหมาย ประเด็นการเมืองตนไม่รับ เรื่องของบ้านเมือง ต้องพูดกันด้วยเหตุผล อย่าเอาไปตัดแล้วเอาไปพูดเอาไปพาดให้เป็นประเด็นร้อน ไม่ดีต่อบ้านเมือง เมื่อถามว่าต่อไปกังวลการให้ความรู้เรื่องข้อกฎหมายหรือไม่ นายปกรณ์ตอบทันทีว่า กังวลถ้าเป็นแบบนี้ เน้นเป็นประเด็นการเมืองหมด ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ พร้อมยกมือขวาที่สวมใส่ริสแบนด์สีเหลือง ระบุข้อความ “Better Regulation for Better Life” ขึ้นมาและกล่าวว่า “สิ่งที่อยู่ใน ข้อมือผม บอกตลอดเวลาว่าต้องทำอะไรให้ชาวบ้าน แต่ไม่เอาการเมือง ขอร้อง”แจงแค่บอกเข้าเงื่อนไขยังไม่ได้ทำนายปกรณ์กล่าวว่า วันนี้ยังไม่มีเรื่องกู้หรือเรื่องอะไรทั้งนั้น ที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ บอกว่าต้องไปคุยกันก่อนก็ถูก หรือปลัดกระทรวงการคลังบอกไม่รู้ก็ถูกอีก เพราะยัง ไม่ได้พูดคุย แต่สื่อถามว่าจะออก พ.ร.ก.ทำได้หรือเปล่า เข้าเงื่อนไขไหม ก็บอกว่าทำได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ตอบไปส่วนตัวคิดว่าแบบนี้เข้าเงื่อนไขมั้ย ยืนยันว่าไม่ได้โมโหแค่อยากเคลียร์ไม่อยากให้สังคม สับสนวุ่นวายไปมากกว่านี้ บางคนไม่ทันไรตั้งท่าจะ ค้านแล้ว สิ่งที่เราต้องทำในอนาคตประคองบ้านเมืองให้ไปข้างหน้า ในสถานการณ์วิกฤติซ้อนวิกฤติ แต่มัน คือนิวนอร์มอลของโลกนี้ที่เกิดขึ้นแล้ว และเราต้องอยู่ กับมันในอนาคต เราจะส่งต่อเรื่องแบบนี้ให้คนรุ่นถัดไป ได้อย่างไร อย่ามามัวทะเลาะกันเล่นอะไรแบบนี้ไม่ดีซัดสื่อถามนำตัวเลข 5 แสนล้านผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯไม่ได้ต่อว่าอะไรที่ออก มาพูดเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายปกรณ์ตอบว่า เล่าข้อกฎหมายให้ฟัง นายกฯเข้าใจ ตนไม่เน้นการเมือง ครม.ต้องคุยกัน หรือพรรคร่วมรัฐบาลต้องให้เกียรติวางแผนร่วมกัน เรื่องเศรษฐกิจต้องวางแผนระยะยาว ไม่ใช่อยู่ๆจะทำปุบปับ เวลาจะกู้เงินเองยังต้องคิดหน้า คิดหลัง รัฐบาลก็เหมือนกัน เพราะมีประชาชน 65 ล้านคน ต้องดูแล ไม่ใช่ปุบปับทำได้ ต้องคิดและวางแผน เมื่อถามย้ำถึงตัวเลข พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสน ล้านบาท นายปกรณ์ถามกลับว่า “ตัวเลข 5 แสนล้าน เมื่อวาน ใครเป็นคนถามผมตอนแรก” ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่าเป็นคำถามนำใช่หรือไม่ นายปกรณ์ตอบ กลับว่า “ใช่ ตัวเลข 5 แสนล้านบาท ได้ไหมอาจารย์เมื่อวานนี้ ผมบอกว่าไม่รู้ ไปถามกระทรวงการคลังดูสิ เขาก็ย้ำว่า 5 แสนล้าน ได้ไหมอาจารย์ ผมก็บอก ว่าประมาณนั้นมั้ง แล้วก็หัวเราะ ไปเปิดเทปดูได้” จากนั้นนายปกรณ์เดินออกจากวงสัมภาษณ์ แต่ยังหันกลับมาหยอกล้อยกมือไหว้สื่อ“ศิริกัญญา” ฉะรัฐถังแตกต้องกู้เงินขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กกรณีรัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท พร้อมขยายเพดานหนี้สาธารณะว่า ต้องกู้จริงๆตามคาด เพราะสถานะการคลังไม่สู้ดี รัฐบาลหลังชนฝา เงินสำรองกำลังจะหมด ไม่เหลือพอทำมาตรการช่วยเหลือประชาชนระยะเร่งด่วน ไม่รู้วิกฤติพลังงานจะไปจบตรงไหน เศรษฐกิจตกไปเท่าไร แม้รัฐบาลเหลืองบกลาง เงินสำรองปี 69 อยู่กว่า 2 หมื่นล้านบาท แต่ไม่น่าพอเยียวยาประชาชน ต้องกันส่วนหนึ่งไว้ที่ตั้งงบไว้ไม่พอ จังหวะหน้าสิ่วหน้าขวาน รัฐบาลเลือก แทงม้า 2 ตัว คือ ออก พ.ร.บ.โอนงบ เพื่อโอนงบเหลือ จ่ายปี 69 และออก พ.ร.ก.เงินกู้ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ เริ่มที่การโอนงบ ปลัดคลังพูดจะออกเป็น พ.ร.ก. รมต. สำนักนายกฯยืนยันไม่เป็นความจริง จะออกเป็น พ.ร.บ. กว่าจะผ่านกฎหมายคงเป็นไตรมาสสุดท้ายติงกู้ 5 แสน ล. มากเกินความจำเป็นน.ส.ศิริกัญญาระบุอีกว่า ถ้าจะใช้เงินด่วนจริงรัฐบาลคงต้องลุยไฟออก พ.ร.ก.เงินกู้ ลุยไฟขยายเพดานหนี้สาธารณะ เป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับรัฐบาล แต่ต้องตอบ 2 คำถามนี้ให้ได้ ทำไมต้องกู้ 5 แสนล้านบาท ราว 2.6% ของจีดีพี ถ้าใช้ดีๆอาจทำจีดีพีโตเพิ่ม 2% แต่ถ้าใช้เปล่าประโยชน์ก็ทำหนี้สาธารณะเพิ่ม 2% เช่นกัน รัฐบาลจะประคับประคองฟื้นฟู หรือกระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้าประคับประคอง เน้นเร็วถึงกลุ่มเป้าหมาย ไม่น่าใช้งบมากถึง 5 แสนล้านบาท แต่ถ้าจะฟื้นฟูอาจถึง 5 แสนล้านบาท แต่เป็นมาตรการระยะกลาง กินเวลา 4-5 ปี ไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก. หากจะกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเม็ดเงิน 5 แสนล้านบาท บอกเลยไม่ควร ความเสี่ยงเศรษฐกิจตกต่ำ ค่าครองชีพพุ่ง ไม่ใช่เวลามากระตุ้นเวลานี้ด้วยเม็ดเงินมหาศาล ดูเหมือนรัฐบาลอยากได้แค่วงเงินมาก่อน แต่ไม่มีเป้าชัดเจน ที่ผ่านมา พ.ร.ก.เงินกู้มักเป็นเช็คเปล่า ไม่มีแผนงานโครงการ ไม่มีแผน ใช้หนี้ รอบนี้ต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะเป็น 75% อยากเห็นนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง มีความกล้าหาญเหมือนตอนเขียนแผนการคลังระยะยาวปี 2570-73 ที่ระบุชัดเจนจะเก็บภาษีตัวใดเพิ่ม อาทิ VAT จาก 7% เป็น 10% ในปี 2571 ภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพิ่มจาก 6-7 บาท เป็น 7-8 บาท เห็นว่าจะกู้อย่างรับผิดชอบ รักษาวินัยการคลังตามที่ประกาศไว้ปชน.เฟ้นตัวเลือกผู้ว่าฯ กทม.ดีสุดที่พรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงการวางตัวผู้สมัครชิงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่า ช่วงต้น พ.ค.นี้ พรรคจะเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.แน่นอน เชื่อว่าจะเป็นตัวเลือกดีสุด ที่เชื่อมั่นแบบนี้เพราะการเปลี่ยนแปลงใน กทม. มีหลายเรื่องเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงการเสนอกฎหมายให้ผู้ว่าฯมีอำนาจแท้จริง ต้องใช้เสียง สก. และ สส.ที่เข้มแข็ง ผลักดันให้ทำได้จริง เชื่อมั่นในทีมของพรรค ปชน.เช่นกันว่า เราพร้อมเป็นตัวเลือกหนึ่งให้ กทม. เป็นทีมเข้มแข็ง สก.ทำงาน ไม่รับเงินทอนแน่นอน คน กทม.คาดหวังในการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ภท.อำนาจล้นบ่อนทำลายรัฐบาลนายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นศาลฎีกานัดฟังคำสั่งคดี 44 สส.พรรคก้าวไกลฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า รายละเอียดเรื่องเทคนิค การต่อสู้ทางกฎหมาย เตรียมแถลงรายละเอียดที่สภาฯ ในวันที่ 22 เม.ย.นี้ เมื่อถามว่าเทียบกรณีอดีต 44 สส.ก้าวไกล กับกรณี ป.ป.ช.ยกคำร้องข้อกล่าวหานายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม และอดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เรื่องนอมินีถือครองหุ้นอย่างไร นายณัฐพงษ์ตอบว่า เป็นไปตามดุลพินิจป.ป.ช. แต่ถ้าถามตนกรณีนายศักดิ์สยาม เส้นทางการเงินชัดเจนส่อเค้าไม่ถูกต้อง แต่กรณี 44 สส. ที่ใช้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติโดยชอบ กลับถูกดำเนินการอีกแบบ อาจมองรัฐบาลชุดนี้มีเสถียรภาพ แต่การใช้อำนาจทุกอย่างบิดเบือนกลไกทางกฎหมาย กลไกองค์กรอิสระ ปกป้องพวกพ้อง ทำลายล้างฝั่งตรงข้าม จะเป็นตัวบ่อนทำลายรัฐบาลเอง สิ่งที่พวกเราทำได้คือชี้ให้ประชาชนเห็นเหตุผิดปกติใช้กลไกสภาชำแหละ พ.ร.ก.กู้เงินเมื่อถามถึงกรณีรัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงิน นายณัฐพงษ์ตอบว่า พรรคจะใช้กลไกสภาสอบถามรัฐบาลว่ารายละเอียดการกู้เงินมีอะไรบ้าง ช่วงเทศกาลสงกรานต์ภาพคนไทยเดินทางกลับบ้าน พบปะครอบครัว เศรษฐกิจกลับมาคึกคัก แต่ข้อเท็จจริงอีกส่วนที่ไปลงพื้นที่ มีผู้ประกอบการบางส่วนส่งเสียงสะท้อนว่า อัตราการเข้าพัก นักท่องเที่ยวลดลงจริง ประชาชนกำลังรอการเยียวยาอย่างตรงจุด ถ้ารัฐบาลกู้เงินจะใช้จ่ายอย่างไร เพราะเงินกู้เป็นภาระลูกหลานในอนาคต ต้องตกถึงมือคนตัวเล็กน้อยตรงจุดที่สุด และเป็นหน้าที่ฝ่ายบริหารที่ต้องมาตอบคำถามของสมาชิกในสภา หลายญัตติที่ผ่านมา เช่น เรื่องพลังงาน รัฐบาลไม่ใช้เวทีสภาตอบคำถามชี้แจงของ สส.กมธ.วุฒิสภาแจงปมร้อนชงขึ้น VATช่วงเช้าที่รัฐสภา นายกัมพล สุภาแพ่ง ประธานคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา แถลงชี้แจงกรณี กมธ.เศรษฐกิจฯเตรียมเสนอให้รัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT จาก 7% เป็น 10% ว่า รายงานดังกล่าวเป็นผลการศึกษาในเชิงวิชาการที่มอบหมายให้ประธานอนุกรรมาธิการการเงินฯไปดำเนินการ โจทย์หลักคือการหาแหล่งรายได้ใหม่มารองรับภาระค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ, ค่ารักษาพยาบาล และการพัฒนาการศึกษา ต้องมองภาพรวมว่ารัฐจะเอาเงินจากไหนมาดูแลประชาชน รายงานนี้จึงศึกษาข้อมูลย้อนหลังถึงปัจจุบัน และมองไปถึงอนาคต ให้เห็นโครงสร้างภาษีที่เหมาะสม ไม่ได้มีเจตนาจะสร้างภาระให้ประชาชนในยามวิกฤติ ข้อเสนอ กมธ.คือการปรับขึ้นแบบขั้นบันไดปีละ 1% และกำหนดหลักเกณฑ์ชัดเจนเพื่อคุ้มครองผู้มีรายได้น้อย ผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 1,800,000 บาทต่อปี ไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ยอมรับไม่สอดรับสภาวะปัจจุบันนายกัมพลกล่าวยอมรับว่า ยอมรับว่าจังหวะเวลารายงานฉบับนี้ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันที่กำลังชะลอตัว ประกอบกับมีภาวะสงครามในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลให้เกิดความตระหนกและเข้าใจผิดในสังคม รู้สึกตกใจเมื่อเห็นข่าวว่า สว.จะเสนอขึ้น VAT 10% ทันที ความจริงไม่ใช่แบบนั้น เมื่อพิจารณาแล้วว่าช่วงนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม จึงตัดสินใจขอถอนรายงานฉบับนี้ออกไปก่อน ไม่ใช่เพราะกลัวกระแส แต่เพื่อให้สังคมเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง และไม่ต้องการให้เรื่องนี้ถูกโยงไปเกี่ยวพันประเด็นทางการเมือง หรือเงินกู้ของรัฐบาล กมธ.จะเร่งจัดทำสรุปเนื้อหาในรูปแบบ PowerPoint ที่เข้าใจง่ายเพื่อชี้แจงสื่อมวลชนและประชาชนอีกครั้ง โดยยึดหลักการภาษีคนรวยช่วยคนจน สร้างความเสมอภาคในสังคมและสร้างระบบสวัสดิการที่ยั่งยืนในอนาคตขอถอนรายงานจากวาระประชุมต่อมาเวลา 12.30 น. มีการประชุมวุฒิสภา มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา เป็น ประธานการประชุม พิจารณากรณีคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง วุฒิสภา ขอถอนรายงานพิจารณาศึกษา เรื่องแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีของประเทศไทย ออกจากวาระการประชุม น.ส.ชญาน์นันท์ ติยะตระการชัย สว. ประธานอนุ กมธ. ด้านการคลัง ใน กมธ.การเศรษฐกิจฯ ชี้แจงว่า อนุ กมธ.ฯทำรายงานฉบับนี้ด้วยความตั้งใจว่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศ ที่ขอถอนออกจากวาระประชุมไปไม่ได้หมดกำลังใจ แต่ต้องการปรับปรุงข้อมูลเพื่อประโยชน์สูงสุด หลายวันที่ผ่านมาประชาชน และสาธารณะให้ความสนใจ หากเดินหน้าบนรายงานที่ข้อมูลไม่ถูกปรับปรุง อาจมีคำถามว่าข้อมูลล้าสมัย จึงต้องการทำให้รอบคอบเพื่อประโยชน์สาธารณะแท้จริง กมธ.จะนำไปปรับปรุงเพื่อนำเสนอรายงานที่สมบูรณ์ หลังจากนั้นจะนำกลับมาขอความเห็นต่อที่ประชุมต่อไป จากนั้นที่ประชุมยอมให้ กมธ.ถอนวาระดังกล่าวออกจากการประชุมปชน.–ภท.เปิดศึกชิง กมธ.ป.ป.ช.วันเดียวกัน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงการประชุมพิจารณาสัดส่วนคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 35 คณะว่าทุกพรรคเห็นตรงกันว่า พรรค การเมืองใดจะมีสัดส่วนเป็นประธาน กมธ.เท่าใด โดยให้ 6 พรรคที่ได้โควตาประธาน กมธ.ไปหารือนอกรอบ ส่วนคณะใดที่พรรคการเมืองอยากเป็นประธาน กมธ.ตรงกัน ให้ไปประชุมร่วมระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร และตัวแทนพรรคการเมืองในรอบ 2 ใช้กระบวนการที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งการเรียงคิวเลือก การจับสลากกำหนดลำดับการเลือก ข้อสรุปนี้เป็นข้อสรุปที่เป็นธรรม หวังว่าทุกพรรคจะรักษากติกา ส่วนกระแสข่าวหลายพรรคมีความประสงค์คณะกรรมาธิการที่คล้ายกัน เช่น คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ หรือ กมธ.ป.ป.ช. ที่พรรคประชาชนประสงค์อยากทำหน้าที่ เพื่อตรวจสอบรัฐบาล ควรเป็นตัวแทนฝ่ายค้าน แต่พรรคภูมิใจไทยก็ต้องการ กมธ.นี้เช่นกัน จึงต้องใช้กระบวนการตกลงกัน“สีหศักดิ์” ชง สมช.ถกโละ MOU–43อีกเรื่อง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีธงชาติไทยหายบริเวณพื้นที่บ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ว่าขอตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน ส่วนการพูดคุยกับกัมพูชาย้ำมาตลอดว่ารอให้ไทยพร้อมก่อน ไม่ใช่ให้เขากำหนดวัน การเจรจาขึ้นอยู่กับความพร้อมของฝ่ายไทย และต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในวันที่ 22 เม.ย. ผู้สื่อข่าวถามว่าการประชุม สมช.จะหารือเรื่อง MOU 2543-2544 หรือไม่ นายสีหศักดิ์ตอบว่าอยากให้หารือเรื่อง MOU 2544 ก่อน หากยกเลิกจะมีกลไกอื่นมาทดแทน แต่ไม่ขอเปิดเผย เนื่องจากเป็นเรื่องท่าทีที่ต้องไปเจรจากับฝ่ายกัมพูชา ส่วน MOU 2543 จะนำมาหารือในรายละเอียดด้วย ต้องคำนึงถึงข้อกังวลของฝ่ายต่างๆ ต้องมาดูว่าสิ่งใดเป็นประโยชน์ต่อการเจรจาต่อไป เมื่อถามว่าทางกองทัพห่วงการปฏิบัติการทางทหารที่ผ่านมาเลยกรอบ MOU 2543 ไปแล้ว ต้องปรับแก้อย่างไร นายสีหศักดิ์ตอบว่า ต้องมองภาพรวม ไม่ใช่เรื่องการปักปันเขตแดนอย่างเดียว การปักปันเขตแดนต้องดูที่สันปันน้ำ และต้องดูองค์รวมทั้งหมด“บิ๊กดุลย์” ปัดเขมรตัดเชือกธงชาติที่ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เป็นประธานประกอบพิธีบวงสรวงศาล พิธีสงฆ์ และพิธีบวงสรวงสังเวยตามพิธีพราหมณ์ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาองค์พระหลักเมือง ครบรอบ 244 ปี จากนั้นให้สัมภาษณ์ถึงกรณีธงชาติไทยสูญหายบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านผักกาดว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่าหน่วยทหารในพื้นที่ได้คุยกับผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 3 กองทัพบก ของกัมพูชาแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้ทำ ไม่ได้รุกล้ำอธิปไตยไทย แต่เราไม่ใช่ว่าเชื่อ จึงสั่งตรวจสอบหาผู้กระทำ ไม่แน่ใจว่าเป็นฝีมือคนหรือลม เพราะธงชาติไทยติดตั้งไว้นานแล้ว ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่าเชือกธงชาติถูกตัด แต่เป็นเรื่องธรรมดาที่ชายแดนมีปัญหาเกิดขึ้น ต้องค่อยๆแก้ไปตามสถานการณ์ ขอให้ใจเย็นค่อยๆแก้ปัญหาไปพักโทษ “ทักษิณ” ว่าไปตามขั้นตอนด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนการพักโทษนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่มีกำหนดออกจากเรือนจำในวันที่ 11 พ.ค.ว่า มีการยื่นเรื่องมาแล้ว และจะมีการประชุมในวันที่ 29 เม.ย. เป็นการยื่นเรื่องพักโทษตามปกติ เป็นอำนาจปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ลงนาม และเป็นไปตามขั้นตอนที่ผ่านคณะกรรมการ 3 คณะมาแล้ว ส่วนรายละเอียดไม่ทราบ ปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ลงนาม ยืนยันไม่ได้มีส่วนร่วม เมื่อถามว่าต้องมีการใส่กำไลอีเอ็มหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่า ต้องดูความเห็นที่เสนอมา เมื่อถามว่าประเมินหรือไม่หากนายทักษิณออกจากเรือนจำจะส่งผลกระทบต่อการเมืองอย่างไร พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่าไม่ทราบไทย–ฟิลิปปินส์หนุนร่วมมือทาง ศก.ช่วงบ่ายที่ห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย หารือทางโทรศัพท์กับนายแฟร์ดีนันด์ โรมูอัลเดซ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญว่านายแฟร์ดีนันด์ย้ำคำเชิญนายอนุทินเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ที่ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพช่วงเดือน พ.ค. ขณะที่นายอนุทินยืนยันความพร้อมเข้าร่วม เชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์จะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะมิติด้านเศรษฐกิจ คาดว่าในที่ประชุมอาเซียนครั้งนี้ น่าจะมีการหยิบยกสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางมาหารือ เพื่อเสริมสร้างความสามารถของอาเซียนในการรับมือกับผลกระทบ ทั้งด้านพลังงาน และความมั่นคงทางอาหาร ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่