ตึงเครียดกว่าแนวรบตะวันออกกลางก็คือเศรษฐกิจไทยนี่แหละ ตามสัญญาณไม่สู้ดีที่โผล่ออกมาเขย่าขวัญชาวบ้านร้านตลาด กระตุก “อุปาทานหมู่” ประชาชน ให้รับรู้สภาพการคลังของประเทศกำลัง “ถังแตก”เงินประคองปากท้องในภาวะวิกฤติสงครามเขย่าน้ำมันใกล้ “บ่อจี๊”แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในบรรดาข่าวร้าย ข่าวปล่อย ข่าวจริง ข่าวลวง ตัดไปก่อนเลยก็คือมุกที่ “สว.โพยฮั้ว” สายน้ำเงินรับบทหน่วยกล้าตาย เสนอให้รัฐบาล “อนุทิน 2 พลัส” ปั๊มแวต ลุยขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 10มันก็แค่หยิบ “มุกหมาแก่” มาขู่ให้คนผวา ยั่วให้คนด่าตั้งแท่นให้รัฐบาลโชว์อุ้มประชาชน ไม่รับมุกรีดเลือดภาษีมูลค่าเพิ่มซ้ำเติมข้าวยากหมากแพง แสดงความใจปํ้า ถือเอาเป็น “บุญคุณ” กับชาวบ้านตามฟอร์มปกติไม่มีรัฐบาลไหนกล้าแตะ “แวตพันปี” ชนวนอาถรรพณ์ ทำเจ๊งได้ง่ายๆยังไงก็ไม่พลาดตายน้ำตื้น ตรงกันข้ามในเหลี่ยมลึกล้ำของรัฐบาล “อนุทิน 2 พลัส” ภายใต้การกำกับของ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” น่าจะอาศัย “มุกหมาแก่” ของ “สว.โพยฮั้ว” สายน้ำเงิน ยุให้ขึ้นแวต เติมคลังรัฐบาลถังแตกย้ำภาวะ “จำเป็นยิ่งยวด” ต้องกู้เงินมาประคองวิกฤติเศรษฐกิจอาการแบบที่ “นายกฯอนุทิน” พยักหน้ารับ ไม่ปฏิเสธข่าวรัฐบาลเตรียมเข็น พ.ร.ก.กู้เงินกว่า 5 แสนล้านบาท ขยับเพดานหนี้ทะลุไปอยู่ที่ร้อยละ 75 ของจีดีพีจ่อบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ยุค “อนุทิน 2 พลัส” ก่อหนี้แบบพลัสๆผู้นำรัฐบาลส่งซิกสัญญาณ จับทางฝ่ายคุมเกมอำนาจการเมืองลุยชูธง “นักกู้ลุ่มเจ้าพระยา” แน่แต่นั่นก็เป็นโจทย์สถานการณ์ท้าทาย งานยากตกอยู่กับผู้คุมเกมบริหารเศรษฐกิจ ตามภารกิจที่ “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ต้องบินตรงไปวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกาเดินสายพบปะกับผู้บริหารเวิลด์แบงก์และบอสใหญ่กองทุนไอเอ็มเอฟ รวมไปถึงล็อบบี้สถาบันจัดลำดับความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจนานาชาติ ให้มั่นใจในเครดิตเศรษฐกิจประเทศไทยยังมีศักยภาพแม้ต้องก่อหนี้ก้อนใหญ่ เพื่อประคองวิกฤติพลังงานจากสงครามตามสภาพเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ “ดร.เอกนิติ” ต้องประคองเครดิตฐานะการคลังของประเทศไทย ไม่ให้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนขืนตื่นตูมกับภาวะ “ถังแตก” ย้ายฐานหนี มันจะเจ๊งลงเหวลากไม่ขึ้น“เดอะแบก” อย่าง “ดร.เอกนิติ” คงไม่เสี่ยงให้เกิดสภาพ “แบกไม่ไหว” แบบที่เจ้าตัวพยายามกระเบียดกระเสียร เล็งพื้นที่การคลังเหลืออีก 4 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่เต็มร้อยละ 70ยังมีช่องให้กู้ได้อีก 8 แสนล้านบาท โดยไม่ต้องทลายเพดานหนี้ขึ้นไปถึงร้อยละ 75นั่นก็เพราะการออก พ.ร.ก.กู้เงิน แม้จะใช้เสียง สส.ข้างมากกับ สว.โพยฮั้วลากไปง่ายๆ แต่ในทางตรงกันข้าม มันคือโจทย์โคตรยากที่จะทำให้เสียงภายนอกรัฐบาลแห่ตามที่แน่ๆ แค่เริ่มก็ไปกันคนละทางสองทาง อาการผิดคิวจังๆตามอารมณ์ “เสี่ยปั๊ด” นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง บอกปัดออกอากาศ ยังไม่เคยได้รับสัญญาณจากฝ่ายบริหารรัฐบาลสั่งการให้กระทรวงการคลังเตรียมตั้งแท่นชง พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านประจานลูกมั่ว ข้าราชการประจำไม่รับรู้กับฝ่ายการเมืองเรื่องร้อนๆทำให้มือใหม่หัดขับอย่างนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย ต้องแก้ข่าวลิ้นรัว ไม่ได้ “ออฟไซด์” ให้ข่าวเตรียมพร้อม พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน แค่พูดไปตามหลักการเท่านั้นอาการลักลั่น จังหวะโพยหลุด สะท้อนกระบวนการที่ผิดปกติเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงินมหาศาล สร้างภาระหนี้บานตะไท ผูกพันไปจนถึงชั่วลูกชั่วหลานไปยันเหลนโหลนภายหน้า ใช้กันไม่หมด แต่ส่อหมกเม็ด ผิดคิว งุบงิบฉวยเล่นเร็วกันในจังหวะบังเอิญ “เข้าทาง” เกมอำนาจการเมืองกำลังเป็นใจ ภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์ที่ฝ่ายค้าน พรรคประชาชน กำลังลุ้นวิบากกรรม “คว่ำตายหงายเป็น” คดี 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล ติดเงี่ยงปม ม.112ศาลฎีกาฯนัดฟังคำสั่งชี้ชะตาในไม่กี่อึดใจข้างหน้าโฟกัสแค่ “ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล แม่ทัพเศรษฐกิจตัวจี๊ดค่ายส้ม ติดอยู่ในบัญชี “โดนแบน” ถ้าถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.ในสภา ก็เท่ากับไม่มีฝ่ายค้านฟอร์มจัดจ้านคอยเป็นก้างขวางคอพ.ร.ก.กู้เงินทลายเพดานก่อหนี้หลายแสนล้านก็หวานคอแร้งเลย.ทีมข่าวการเมือง รายงานคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม