ตำรวจพบปมผิดสังเกต คนขับรถเก๋งพาสมภารวัดสนามไชยออก จากบ้านอดีตภรรยาที่ จ.ขอนแก่น มุ่งหน้าไปภาคเหนือออกจากเส้นทางกลับวัดอย่างชัดเจน ประสานพื้นที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลและแหล่งพักพิง ไวยาวัจกรแจงข่าวปมหนีหนี้สินไม่น่าเป็นไปได้ เชื่อเจ้าอาวาสรักวัด นักวิชาการสงฆ์ตั้งปมผิดวิสัยท่านไม่เคยไปกับบุคคลอื่นตำรวจเร่งคลี่คลายปมการหายตัวไปอย่างปริศนาของพระครูปลัดสมบัติ สิริสุวณฺโณ อายุ 58 ปี เจ้าอาวาสวัดสนามไชย ต.บ้านป้อม อ.พระนคร ศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา กว่า 1 เดือน หลังเรียกรถผ่านแอปฯไปรับลูกชายป่วยจิตเวชที่ จ.ราชบุรี พาไปฝากนางสุกัญญา คล้ายจินดา อายุ 58 ปี อดีตภรรยาเจ้าอาวาสที่ จ.ขอนแก่น ท่านบอกว่าฝากลูกไว้ก่อน เพราะจะต้องกลับไปจัดงานบวชเณรภาคฤดูร้อน เมื่อเสร็จกิจแล้วจะกลับมารับลูกแล้วให้เงิน 1 หมื่นบาทไว้เป็นค่าใช้จ่าย ขณะนั้นนางสุกัญญาเผยว่าเห็นคนขับรถเก๋งเป็นชายอายุประมาณ 40 ปี รูปร่างอ้วน ยืนอยู่หน้ารถมีท่าทีเร่งรีบเดินทางกลับ ขณะที่คณะกรรมการวัดเริ่มกังวลใจว่าอาจเกิดเหตุร้ายเนื่องจากเจ้าอาวาสมีเงินติดตัว 1 แสนบาท เบิกมาใช้เตรียมงานบวช ญาติพระแจ้งความไว้ในหลายพื้นที่ประกอบด้วย สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น เป็นจุดสุดท้ายที่ปรากฏตัว สภ.พระนครศรีอยุธยา และ สภ.บ้านคา จ.ราชบุรี นอกจากนี้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบเบาะแสสำคัญเป็นรถเก๋ง โตโยต้า อัลติส สีน้ำเงิน ไม่ทราบทะเบียน ปรากฏภาพขณะคนขับรถรับเจ้าอาวาสออกจากที่ จ.ราชบุรี และเดินทางต่อไปยัง จ.ขอนแก่น จากนั้นพบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น เห็นรถคันดังกล่าวในช่วงเย็นของวันที่ 17 มี.ค. จากนั้นไม่มีใครติดต่อเจ้าอาวาสได้อีกความคืบหน้าช่วงบ่ายวันที่ 21 เม.ย. พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ตำรวจสืบสวน ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา และตำรวจบก.สส.ภ.1 ประชุมเพื่อติดตามคลี่คลายคดีการหายตัวของพระครูปลัดสมบัติใช้เวลา 1 ชม. จากนั้น พล.ต.ต.สุรวุฒิกล่าวว่า ขณะนี้ระดมกำลังจากหลายพื้นที่ทั้งตำรวจภูธรภาค 1 และประสานตำรวจ สภ.บ้านคา จ.ราชบุรี และ สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น เพื่อตรวจสอบเส้นทางและรวบรวมพยานหลักฐาน ขณะนี้ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งทุกประเด็นยังอยู่ระหว่างการสืบสวน รวมถึงข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของผู้เกี่ยวข้องพล.ต.ต.สุรวุฒิกล่าวอีกว่า กล้องวงจรปิดบางส่วนไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากข้อมูลถูกบันทึกทับตามระยะเวลา ยังมีบางช่วงที่สามารถนำมาตรวจสอบได้ พบความเคลื่อนไหวของเจ้าอาวาสในหลายพื้นที่ ทั้ง จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ราชบุรี และ จ.ขอนแก่น มีพยานพบเห็นเป็นระยะ ขณะนี้ตำรวจเชิญตัวพระวชิระ ธิตะธัมโม หรือพระกบ พระลูกวัด เป็นบุคคลสุดท้ายที่พบเจ้าอาวาสก่อนหายตัวไป พร้อมพระวสันต์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส นายพฤกษ์ ไวยาวัจกร และคณะกรรมการวัดมาสอบสวนที่ สภ.พระนครศรีอยุธยาแนวทางการสืบสวนทราบว่า หลังพบความเคลื่อนไหวเจ้าอาวาสในพื้นที่ จ.ขอนแก่น คนขับรถเก๋งพาพระออกจากบ้านอดีตภรรยามุ่งหน้าไปยังพื้นที่ภาคเหนือ อยู่นอกเส้นทางกลับวัดอย่างชัดเจน ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบว่าเหตุใดเจ้าอาวาสถึงเดินทางออกนอกเส้นทาง เพื่อคลี่คลายการหายตัวไปสำหรับบรรยากาศภายในวัดสนามไชย พระวชิโรภาส รองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหาร พระครูภาวนารัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดสำเภาล่ม เจ้าคณะตำบลภูเขาทอง กำกับดูแลวัดสนามไชย เดินทางมาสอบถามข้อมูลจากคณะกรรมการวัดและพระลูกวัด นอกจากนี้ชาวบ้านทยอยเข้ามาสอบถามและเฝ้าติดตามความคืบหน้าด้วยความเป็นห่วงพระครูภาวนารัตนาภรณ์ เปิดเผยว่าคณะสงฆ์ติดตามกรณีดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ยังติดต่อเจ้าอาวาสไม่ได้ถือเป็นเรื่องผิดวิสัย เนื่องจากเจ้าอาวาสไม่เคยหายไปจากวัดเป็นเวลานานเช่นนี้ ท่านมีความประพฤติดี ทุ่มเทพัฒนาวัดมาโดยตลอด และเป็นที่เคารพศรัทธา เกรงว่าอาจเกิดเหตุไม่คาดคิด โดยเฉพาะกรณีบุคคลที่ขับรถมารับยังไม่ทราบว่าเป็นใคร และมีความเกี่ยวข้องอย่างไรด้านนายพฤกษ์ สุขเกษม อายุ 64 ปี ไวยาวัจกรวัดสนามไชย เปิดเผยว่า กระแสที่เชื่อมโยงการหายตัวกับปัญหาหนี้สินนั้นไม่น่าเป็นไปได้ เนื่องจากวัดมีหนี้สินคงเหลือประมาณ 2 ล้านบาท จากเดิมกว่า 14 ล้านบาทได้ชำระไปเกือบทั้งหมด เงินส่วนใหญ่ใช้ในการพัฒนาวัดและจัดกิจกรรมทางศาสนา รวมถึงเตรียมงานบวชสามเณรภาคฤดูร้อน 90 รูป คณะกรรมการวัดยังไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสในขณะนี้ เนื่องจากยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่า เจ้าอาวาสหายไปด้วยสาเหตุใด อยากให้เวลาติดตามตัวก่อน เพราะเชื่อว่าเจ้าอาวาสรักวัดและไม่น่าจะจากไปโดยไม่มีเหตุผลขณะเดียวกัน นายปวรุตม์ ฐิติพงศิริกุล นักวิชาการศาสนาชำนาญการพิเศษ ผอ.กลุ่มอำนวยการและกิจการคณะสงฆ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เจ้าอาวาสจะไม่เดินทางไปไหนกับบุคคลอื่น นอกจากลูกศิษย์หรือไวยาวัจกรของวัด ครั้งนี้กลับเรียกรถจากบุคคลที่คาดว่าเป็นคนรู้จักส่วนตัวมารับ จากการตรวจสอบยังไม่พบความขัดแย้งภายในวัด มีเพียงเรื่องสุขภาพที่เจ้าอาวาสเคยแสดงความกังวล ส่วนกระแสข่าวเรื่องเงินสดที่เจ้าอาวาสนำติดตัวไปนั้น ยืนยันว่าเป็นเงินส่วนตัวไม่ใช่เงินของวัด ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด สำหรับเงิน 100,000 บาทที่วัดเบิกมา เป็นงบใช้ในโครงการบวชสามเณรภาคฤดูร้อนใช้จ่ายไปบางส่วนแล้ว และอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดว่าใช้ไปเท่าใดและคงเหลือเท่าใด ในส่วนบัญชีการเงินของวัดพบว่ามีบัญชีเพียงบัญชีเดียว ขณะที่เจ้าอาวาสมีบัญชีส่วนตัว 1 บัญชี ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบร่วมกับตำรวจนายปวรุตม์เผยอีกว่า ส่วนตัวยังเชื่อว่าเจ้าอาวาสมีความห่วงใยต่อวัดและกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะโครงการบวชสามเณรภาคฤดูร้อน เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้พูดกับอดีตภรรยาว่าจะรีบกลับมาดำเนินการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติประสานไปยังวัดในพื้นที่ จ.ขอนแก่น จ.ราชบุรี และจังหวัดอื่นๆตามเส้นทางที่คาดว่าเจ้าอาวาสเดินทางไป เพื่อตรวจสอบว่ามีการเข้าพักหรือไม่ พร้อมทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ให้ความร่วมมือกับตำรวจให้ข้อมูลและติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างต่อเนื่องด้านนางสังวาล จงรัก อายุ 65 ปี ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวรู้สึกไม่สบายใจ ช่วงแรกคิดว่าเจ้าอาวาสอาจไปพักรักษาตัวเนื่องจากมีอาการป่วย เมื่อเวลาผ่านไปนานกว่า 1 เดือนโดยไม่มีข่าวคราว ทำให้ชาวบ้านยิ่งกังวลเกรงว่าจะเกิดเหตุไม่คาดคิด หวังว่าจะได้รับข่าวดีเกี่ยวกับการพบตัวเจ้าอาวาสโดยเร็วที่สุดขณะที่ตำรวจสืบสวน สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่โรงเรียนหนองเรือ ย้อนกลับเมื่อเวลา 17.02 น. วันที่ 17 มี.ค. พบรถเก๋งโตโยต้า อัลติส โฉมใหม่ ไม่ทราบทะเบียน เป็นรถที่พาเจ้าอาวาส มาส่งลูกชายให้กับอดีตภรรยาบ้านใกล้ตลาดนัดหน้าที่ว่าการอำเภอหนองเรือ เวลา 18.14 น. รถวิ่งออกมาที่ถนนมลิวรรณมุ่งหน้าถนนมิตรภาพ อย่างไรก็ตามในส่วนของกล้องวงจรปิดนั้น รถที่ขับพาเจ้าอาวาสมาส่งลูกชายหาอดีตภรรยายังไม่ชัดหมายเลขทะเบียนรถ อยู่ระหว่างแกะรอยหากล้องวงจรปิดไล่ตามเส้นทางที่รถคันดังกล่าวใช้ในการเดินทางต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่