อากาศร้อน แล้ง น้ำแห้งขอด ...คนไทยจะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง? ในปี2569 อาจารย์สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อม เปิดประเด็นร้อนรับเดือน (เมษายน) อากาศดุองศาเดือดคำตอบก็คือ...ประชาชนคนไทยต้องเตรียมรับมือจากสภาวะปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2569 รวมทั้งมีแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปีที่คาดว่าจะเข้าสู่สภาวะ “ซุปเปอร์เอลนีโญ” ซึ่งจะทำให้เกิดสภาวะร้อนจัด แห้งแล้งรุนแรง และฝนทิ้งช่วงยาวนานกว่าปกติลงลึกในรายละเอียด ผลกระทบหลักๆคือ...อุณหภูมิพุ่งสูงและดัชนีความร้อนระดับอันตราย อากาศร้อนจัดทำลายสถิติของอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนเดือนมีนาคม-พฤษภาคม จะมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติประมาณ 1.5 องศาเซลเซียสโดยอาจพุ่งสูงถึง 42–43 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่ถัดมาดัชนีความร้อนในช่วงเดือนเมษายน บางพื้นที่อาจมีดัชนีความร้อน...อุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกจริงสูงถึง 60 องศาเซลเซียส ซึ่งอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายมากและมีความเสี่ยงต่อโรคฮีทสโตรกสอง...ภาวะฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งรุนแรง จะมีฝนน้อยกว่าปกติโดยปริมาณฝนมีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจนลดลงประมาณถึง 40% ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน เป็นต้นไป โดยเฉพาะในภาคใต้และภาคตะวันออกที่เสี่ยงจะเจอฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยมากที่สุดอีกทั้งมีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำโดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานจะได้รับผลกระทบหนักที่สุดในจังหวัดจันทบุรี ประจวบคีรีขันธ์และชุมพร ซึ่งอาจจะขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภคนับรวมไปถึงน้ำต้นทุนในเขื่อน แม้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำปัจจุบันจะยังเพียงพอ...ประมาณร้อยละ 50 เมื่อสิ้นสุดฤดูแล้ง แต่หากฝนทิ้งช่วงยาวนานจะส่งผลต่อปริมาณน้ำสะสมสำหรับปีถัดไปสาม...ผลกระทบต่อภาคเกษตรและเศรษฐกิจ ผลผลิตลดลงโดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ข้าว อ้อย ปาล์มน้ำมัน อาจมีผลผลิตลดลงจากภาวะแล้งจัดซึ่งทำให้ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำต่างๆลดลงอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานมีผลทำให้พืชหลัก เช่น ข้าวนาปี มันสำปะหลัง อ้อย และปาล์มน้ำมันเสียหายและมีผลผลิตลดลงต่อเนื่องถึง...ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น โดยอากาศที่ร้อนจัดทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น และรัฐอาจต้องบริหารจัดการน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าทดแทนพลังงานรูปแบบอื่นส่งผลต่อต้นทุนค่าครองชีพมลพิษทางอากาศและไฟป่า โดยสภาพอากาศที่แห้งและร้อนจัดจะเอื้อต่อการเกิดไฟป่าและทำให้ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศที่นิ่งและการระบายอากาศไม่ดี สำหรับแนวทางการเตรียมรับมือที่ควรทำ อาจารย์สนธิ ย้ำว่า ต้องบริหารจัดการให้ดี“การจัดการน้ำ...รัฐบาลควรเตรียมการบริหารจัดการน้ำอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงนอกเขตชลประทาน...ภาคเกษตรกรรมโดยเกษตรกรต้องวางแผนการเพาะปลูกอย่างรอบคอบ ใช้น้ำอย่างคุ้มค่า และเลือกพืชที่ทนแล้ง”ส่วนสุขภาพประชาชนยังคงจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาที่ร้อนจัด เฝ้าระวังโรคที่มากับความร้อน เช่น โรคลมแดด...อากาศร้อน แล้งในเรื่องสุขภาพ...อากาศร้อนจัด ใกล้ตัวมากๆที่ต้องระวัง! อาหารเป็นพิษ...อาจมีอันตรายถึงชีวิตสาเหตุหลักของอาหารเป็นพิษในหน้าร้อนคือแบคทีเรียโตไวโดยอุณหภูมิที่สูงในสภาพอากาศชื้นช่วยให้แบคทีเรียชนิด Salmonella, E.coli, Staphylococ cus เจริญเติบโตได้รวดเร็วมาก โดยเฉพาะในอาหารที่ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องสังเกตได้ว่า...อาหารตั้งอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนกว่า 32°C (90°F) จะเสียได้ไวขึ้นและไม่ควรวางทิ้งไว้เกิน 1 ชั่วโมง... อาหารกลุ่มเสี่ยงที่เน่าเสียง่ายจะเป็นอาหารที่มีส่วนผสมของกะทิ, นม, เนย, ไข่, อาหารทะเลและเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก จะบูดเสียง่ายเป็นพิเศษในหน้าร้อนวิธีเลือกร้านและอาหารให้ปลอดภัย ย้ำว่า...ให้เน้น “กินร้อน” เลือกอาหารที่ปรุงสุกใหม่ต่อหน้า และเสิร์ฟแบบร้อนจัดจนควันขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำทิ้งไว้ในถาดนานๆ และควรเลือกร้านที่คนเยอะ เพราะเป็นร้านที่มีการหมุนเวียนของอาหารอย่างรวดเร็ว มักจะใช้ของสดใหม่กว่าร้านที่เงียบเหงาที่สำคัญ...ระวังน้ำแข็งและน้ำดื่ม ควรดื่มน้ำจากขวดที่ปิดสนิทเท่านั้น ส่วนการกินน้ำแข็งควรเลือกแบบที่เป็นก้อนกลมมีรูตรงกลาง (น้ำแข็งหลอด) เพราะจะมาจากโรงงานที่ได้มาตรฐานกว่าน้ำแข็งบดอย่าลืมจุดสังเกตความสะอาด นั่นก็คือต้องดูว่าคนขายสวมถุงมือไหม หรือใช้มือเปล่าหยิบเงินแล้วมาหยิบอาหารต่อหรือไม่ รวมถึงสภาพความสะอาดของภาชนะและบริเวณรอบๆร้านให้รู้ไว้อีกว่า...ใครที่มีอาการเหล่านี้ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ หนึ่ง...อาการเบื้องต้น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง บิดถ่ายเหลว และอาจมีไข้หรือหนาวสั่นสอง...สัญญาณอันตราย (ควรพบแพทย์ทันที) คือ ถ่ายเป็นมูกเลือด, มีไข้สูงเกิน 38.5 หรือ 39 องศาเซลเซียส, มีอาการขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้งมาก ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้มจัด หน้ามืด หรือหัวใจเต้นเร็วหรืออาเจียนหนักจนจิบน้ำไม่ได้เลยท่ามกลางวิกฤติ “อากาศดุ องศาเดือด” เช่นนี้ น้ำในเขื่อนที่ขอดลงบวกกับราคาน้ำมันที่แพงขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็น “พายุซ้อนพายุ” ที่คนไทยคงต้องฝากชีวิตไว้กับกึ๋นและฝีมือการบริหารของรัฐบาล จะพาเรือลำนี้ฝ่า “ซุปเปอร์เอลนีโญ” ไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม