มติ ครม. 26 มี.ค.69 คลอดมาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับคู่สัญญาภาครัฐ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครอบคลุม ผู้ชนะประมูลที่เห็นว่าไม่คุ้ม ก็ไม่ต้องลงนาม หากลงนามแล้วไม่อยากทำต่อ เปิดทางเจรจาหยุดชั่วคราวได้ตามความเหมาะสม หากยังไม่เริ่มงานรัฐใช้ดุลพินิจพิจารณาเลิกสัญญาได้โดยให้กรมบัญชีกลางยกเว้นระเบียบจัดซื้อจัดจ้างย้อนหลังได้ถึง 28 ก.พ.69 พร้อมให้สำนักงบประมาณเร่งจ่ายชดเชยค่างานก่อสร้างหรือค่า K ให้เหมาะสมและรวดเร็ว หวังบรรเทาปัญหาสภาพคล่องผู้รับเหมาที่กำลังเผชิญวิกฤติต้นทุนพลังงานที่พุ่งขึ้นสูง ซึ่งตรงกับข้อมูลของผู้รับเหมาหลายรายที่ได้รับผลกระทบจริงจนขาดสภาพคล่องมาตรการบรรเทาผลกระทบดังกล่าวเป็นแนวทางที่ดี มีวัตถุประสงค์ช่วยคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐที่เดือดร้อน แต่นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เตือนรัฐบาลระวังเรื่อง “ผลประโยชน์ทับซ้อน” เป็นข้อเสนอที่นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว. มหาดไทย พึงระวังไม่ให้เกิดข้อครหาดังกล่าวเพราะข้อกำหนดที่ให้หน่วยงานรัฐใช้ดุลพินิจเลิกสัญญา คืนหลักประกัน แก้ไขสัญญา เปิดให้เพิ่มราคากลางแบบไม่ระบุกรอบเวลา มีการเผื่อต้นทุนน้ำมัน ดีเซลสูงถึง 69.99 บาทต่อลิตร อาจเป็นการเลือกปฏิบัติช่วยเฉพาะพวกพ้อง รวมถึงจุดเสี่ยงพิสูจน์ทราบหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าได้รับผลกระทบจริงๆ ระวังเมกตัวเลขต้นทุนเพื่อขอเยียวยาช่องโหว่ที่เปิดช่องให้ขยายเวลา ทำงานโดยไม่ต้องเสียค่าปรับตามระเบียบพัสดุ โดยให้ผู้รับเหมายก “เหตุสุดวิสัย” ไม่ต้องแจ้งภายใน 15 วัน ปกติระเบียบนี้เข้มงวดมาก เมื่อลดเพดานตรวจสอบ แต่เพิ่มอำนาจใช้ดุลพินิจถือเป็นสูตรสำเร็จของการทุจริต นำไปสู่การสูญเสียรายได้ของรัฐที่พึงได้จากการกำกับดูแลสัญญาอย่างตรงไปตรงมาสิ่งที่ต้องจับตาดูเป็นพิเศษคือมติ ครม.ย้อนหลังไปถึง 28 ก.พ.69 ขอให้ ระวังไปล้างผิดให้บริษัทรับเหมาที่มีพฤติกรรม กำลังทิ้งงานช่วงเดือน มี.ค. และอยู่ในกระบวนการริบประกัน จะทำลายมาตรการที่ดีไปอุ้มผู้รับเหมาที่กำลังเสียประโยชน์จากระเบียบเดิม ย่อมส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอย่างรุนแรงทางออกที่ดีควรกำชับกลไก ตรวจสอบทุกขั้นตอนต้องเข้มงวด โดยทุกหน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อมูลสัญญาของบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่เข้าเงื่อนไขต่อสาธารณะ อุดช่องโหว่ ใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ รัฐเอื้อต่อรายใดรายหนึ่ง ตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกมิติ หากไม่เดินตามแนวทางนี้ ระวังข้อครหาผลประโยชน์ทับซ้อนทำลายศรัทธา รัฐบาล.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม