โลกอยู่ในกำมือ “คนบ้า” ชะตากรรมมวลมนุษยชาติแขวนอยู่กับอารมณ์คนเพี้ยน ผู้นำมหาอำนาจไบโพลาร์อย่าง “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา พร้อมทำสถานการณ์พลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้าได้ทุกวินาที“ลูกบ้ารอบล่าสุด” จุดไฟระเบิด ปั่นชนวนทำลายความหวังสงครามยุติตามฟอร์มเฮี้ยว ลีลาไม่อยู่กับร่องกับรอย “ผู้นำคาวบอย” ปราศรัยต่อหน้าอเมริกันชนทั่วประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 1 เดือนหลังทำสงครามถล่มอิหร่านหักอาการคนทั่วโลกรอลุ้นสัญญาณบวกส่งซิกอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าจะโจมตีเตหะรานอย่างหนักหน่วงรุนแรงสุดขีดแต่ก็ยังไม่วายติดติ่งทิ้งทุ่น สงครามจะไม่ยืดเยื้อ สหรัฐฯใกล้บรรลุเป้าหมายในการสยบอิหร่าน แต่ยังเปิดช่องการเจรจาทางการทูตกับทางการเตหะรานในการหาทางออกแบบสันติจนนาทีสุดท้ายพูดง่ายแต่ฟังยาก เดาทางลูกมั่วลำบากแปลอังกฤษเป็นไทย แกะรหัสตามสัญญาณเพี้ยนไปเพี้ยนมาพอสรุปความว่ายุทธการบุกตะลุยหักดิบอิหร่าน “นับถอยหลัง” เข้าโหมดติดดาบตะลุมบอนในระยะเวลาอันใกล้ ยากมากที่จะแตะเบรกนาทีสุดท้ายในเมื่อกองเรือรบมหึมาของสหรัฐฯทอดสมอเต็มอ่าวเปอร์เซีย“ทรัมป์” มุ่งเป้าไปที่การทำลายขีดความสามารถทางนิวเคลียร์ของเตหะรานเป็นหลัก โดยไม่สนเงื่อนไขอื่น ไม่เกี่ยวว่าทั่วโลกจะเดือดร้อนจากวิกฤติพลังงานแค่ไหน เพราะอเมริกามีแหล่งพลังงานใหญ่สุดในโลกเป็นของตัวเองไม่ยี่หระ “ช่องแคบฮอร์มุซ” จุดที่ประเทศต่างๆใช้ช่องทางนี้ต้องดิ้นรนเปิดกันเองสะท้อนมาตรฐานความคิดอ่าน “เฮงซวย”แต่คนที่พาลซวยก็คือพลเมืองโลก ตามสถานการณ์ป่วนหนักหลังสุนทรพจน์ผู้นำทำเนียบขาว “เติมเชื้อไฟ” สงคราม เพิ่มดีกรีความไม่แน่นอนในแนวรบตะวันออกกลางลมปาก “คาวบอยทรัมป์” กระตุกราคาน้ำมันพุ่งพรวดทันที สวนทางกับตลาดหุ้นร่วงระเนระนาดทั่วโลก นักลงทุนผวาเทขายทิ้งสินทรัพย์ ทองคำวูบหนักกังวลสงครามอิหร่าน วิกฤติพลังงานลากยาวไม่รู้จุดจบขยายแนวรบกระแทกเศรษฐกิจโลก ยิ่งกว่าโดนขีปนาวุธนิวเคลียร์ ระส่ำระสายกันไปทั่วทุกทวีปประเทศไทยก็อยู่ในข่ายปั่นป่วนหนักเบอร์ต้นๆ “มิค สัญญี” ประชาชนแย่งเติมน้ำมันเกลี้ยงปั๊ม ราคาน้ำมันทั้งดีเซล เบนซิน ทะยานขึ้นสูงสุดในประวัติศาสตร์ชาติโดนลักหลับ เจอลักลอบกักตุน ทั้งแพงทั้งขาดแคลนสภาพ “การเมืองมั่วน้ำมันร้อน” ไวไฟ ลามไหม้เป็นทะเลเพลิงอารมณ์แค้นประชาชนปะทุ ระอุเดือด ถึงจุดที่ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ต้องยอมถอด “โกเกี๊ย” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ออกจากผู้อำนวยการ ศบก. สลับฉากให้ “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง นั่งคุมคิวบริหารวิกฤติน้ำมันแทนรับสภาพ เพื่อความสบายใจของผู้คนในสังคมที่ระแวง “ไอ้โม่ง”ฝืน “เกรียน” ไม่ไหว เลิกดันทุรัง “ท้าทาย” โดยยุทธศาสตร์ทางการเมืองของค่ายเซราะกราว ภูมิใจไทย ต้องรีบเบรกกระแสไล่ล่าไอ้โม่งปล้นซ้ำคนไทยสกัดไฟลาม “บ่อน้ำมันเขากระโดง”จังหวะรัฐบาลใหม่ “อนุทิน 2 พลัส” เข้าประจำการอำนาจ ประเดิมต้อนรับ “ครม.ป้ายแดง” แก๊งลูกเทพ ก๊วนนอมินีบ้านใหญ่ ต้องเข้ามาช่วยกันแบกเผือกร้อนเต็มมือต้อนรับด้วยเสียงด่าอื้ออึง อำนาจทุกขลาภ ไม่มีเวลาฉลองโต๊ะจีนระดับ “ความเชื่อมั่นตกขีดแดง” สภาพรัฐบาลภูมิใจไทยน้ำมันเกลี้ยงถัง ลำพังพึ่งได้แค่ “เดอะแบก” อย่าง “ดร.เอกนิติ” เป็นยาสามัญประจำบ้าน เพราะแม้แต่ “มาดามแต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ก็ชักแกว่งๆโดนแรงกระแทก “ลอกทอง” จี้ปม “มหาวิทยาลัยห้องแถว” เริ่มเก็บทรงไม่อยู่แนวโน้ม “ซุปเปอร์จี” ต้องบู๊กับเสียงวิพากษ์ “ปั่นราคาเกินจริง” กับโจทย์หินที่รอพิสูจน์ตรงหน้า ต้องแสดงกึ๋นเชิงบริหารในการควบคุมราคาสินค้าที่จะพุ่งตามราคาน้ำมันแค่โชว์สวย มาดเนี้ยบ เน้นแต่อีเวนต์รายวันไม่ได้แน่เครดิตทีมรัฐมนตรีคนนอกที่ว่าแน่นๆ เริ่ม “หลวม” ตั้งแต่ออกตัวรอบใหม่ ในสภาพที่เริ่มหนีไม่พ้นรัศมีเงาการเมืองเน่า ผลประโยชน์แฝงการเมือง ถอนทุนเลือกตั้ง เรื่องธรรมชาติของนักเลือกตั้งอาชีพต้นทุนความเชื่อมั่นส่วนตัว ไม่มีใครการันตีใครได้ในอารมณ์ที่ “นายกฯอนุทิน” คงแสลงหู ไม่อยากได้ยินประโยค “พอแล้วๆรวยไม่ไหวแล้ว” ที่กลายเป็น “มีม” ในโลกโซเชียลฯ ย้อนคำปราศรัยบนเวทีหาเสียงมาหลอกหลอนย้อนคอหอย หักมุมกับภาพจริง คนจนบักโกรกจากน้ำมันแพงแต่นั่นเบามาก เมื่อเทียบกับแรงกระแทกหนักหนาสาหัสเลย ก็คือคิวของ “พิพัฒน์” บอบช้ำหนักกว่าใคร สถานะ “บ่อน้ำมัน” เขากระโดง กระแสไหลไปถึงโดนแบนปั๊มพีที พาลกระทบธุรกิจของครอบครัวในระยะยาวเซ่นเงา “ไอ้โม่ง” สังเวยอารมณ์แค้นชาวบ้านที่เดือดร้อนจากวิกฤติน้ำมันทีม “อนุทิน 2 พลัส” ต้องกู้ระเบิด ถอดชนวนหวาด ระแวงสังคมที่ปักใจเชื่อไปแล้วว่ามีแก๊งกินน้ำมันฉวยปล้นซ้ำ แบบที่ตอกย้ำด้วยปฏิบัติการของรัฐบาลเองที่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เผย แถลงผลตรวจสอบการลักลอบกักตุน—ส่งออกน้ำมันพบความผิดปกติ น้ำมัน 217 ล้านลิตรถูกส่งจากโรงกลั่นไปยังคลังน้ำมัน 6 แห่งในสุราษฎร์ธานี แต่ไปถึง 160 ล้านลิตร หายระหว่างทาง 57 ล้านลิตร มอบดีเอสไอรับคดี เรียกผู้เกี่ยวข้องสอบปากคำปมไอ้โม่งตุกติก “ตำตา” ต่อให้สลับคิวให้ “ดร.เอกนิติ” มานั่งคุมคิวหัวจ่าย ศบก.แทน ก็บรรเทาได้ชั่วขณะโดยเฉพาะเมื่อ “ตัวจี๊ด” ถูกส่งมาเฝ้าคลังน้ำมันคุมปั๊ม ยิ่งละสายตาไม่ได้จังหวะสังคมพุ่งเป้าไปที่ “เสี่ยขิง” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน คนใหม่ หน้าเก่า ที่ถือตั๋ว “ลุงกำนัน” สุเทพ เทือกสุบรรณ ขาใหญ่ก๊วน กปปส. โดยมีกองเชียร์สลิ่มหามแห่มาคุมขุมทรัพย์ปู่โสมฯพลังงาน แทน “เสี่ยตุ๋ย” พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตคนก๊วนเดียวกันที่หักดิบหักลำ ไม่เผาผีกันพะยี่ห้อ “ก๊วนสุดซอย” เขย่าวงการ ผวาคิวทุบไปเคลียร์ไปกับฟอร์มออกตัวเอี๊ยด ยางไหม้ควันโขมง “เสี่ยขิง” มุ่งธงไปที่หักดิบโรงกลั่น ลุยทุบกำไรที่อู้ฟู่เกินไป ล้อกระแสฝ่ายต้านทุนใหญ่ กระตุกกองเชียร์หน้าม้าก๊วนสลิ่มที่บี้ให้ทวงคืน ปตท.เป็นของแผ่นดินเบี่ยงเป้า “ไอ้โม่ง” เขากระโดง โยนไฟไปที่โรงกลั่นของกลุ่มทุนใหญ่อ่านกันตามเหลี่ยมเขี้ยวของก๊วน “ลุงกำนัน” ผนึกตำรา “ครูใหญ่” งานนี้ “เสี่ยขิง” ฟันสองเด้ง นั่นคือโชว์ผลงานประเดิมกลบ “บ่อน้ำมัน” ให้ก๊วนเซราะกราว ไปพร้อมๆกับการไล่ล่าขุมทรัพย์ “เขาวงกต” พลังงานในเชิงทางการเมืองถือว่า “ตีกิน” ไปแล้วง่ายๆแต่ในทางปฏิบัติจริงที่โคตรยากกับโจทย์ปราบเซียน “สูตรราคาน้ำมัน” ในเมืองไทยสลับซับซ้อนแค่ไหน ภาษีบังคับ ภาษีลาภลอย ทุกฝ่ายรู้กันทั่วไปในวงการพลังงาน ในระดับที่อดีตผู้พิพากษาอย่าง “พีระพันธุ์” ที่ว่าไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่มีนอกมีในกับใคร ยังแคะไม่ออกนับประสาอะไรกับ “เสี่ยขิง” จะมาง้างอ้อยจากปากช้างไม่แน่ใจว่าแกล้งลืมหรือไม่รู้ จริงๆ ในทางธุรกิจต้องระวัง “เงี่ยงกฎหมาย” แหลมๆคมๆ เงื่อนไขซีเรียสของบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ “ผลกำไรขาดทุน” เป็นสิทธิของผู้ถือหุ้นจะฟ้องฝ่ายบริหารทางการเมือง ใช้อำนาจบุ่มบ่ามเข้าไปยุ่มย่ามไม่ดูตาม้าตาเรือขืนทำบริษัทเอกชนเจ๊ง เสี่ยงโดนชดใช้ค่าเสียหายไม่หวาดไม่ไหว ตามเงื่อนไขในเชิงบริหารประกันความผิดพลาดคิวนี้ภาคเอกชนคงเรียกร้องให้ “เสี่ยขิง” ลงนามสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร หากยืนกรานที่จะหักดิบตัดทอนตัวเลขรายได้โรงกลั่น“ก๊วนสุดซอย” เล่นกับน้ำมันไม่ง่ายเหมือนทุบเหล็กที่กระทรวงอุตสาหกรรมแน่และหากเทียบมาตรฐานเครดิตธรรมาภิบาล ตามอาการของฝ่ายเอกชนที่เคลียร์ตัวเองเต็มที่เหมือนกันกับความพยายามสะท้อนกระบวนการโปร่งใส แบบที่ “ดร.เอ้” คงกระพัน อินทรแจ้ง ซีอีโอใหญ่กลุ่ม ปตท. เปิดแผนบริหารภายใต้ยุทธศาสตร์ PTT in Action มั่นคงโปร่งใส เพื่อประเทศไทย สั่งให้กลุ่ม ปตท.นำข้อมูล “ซัพพลาย เชนน้ำมัน” ทั้งหมดลงบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเพื่อเป็นข้อมูลให้รัฐบาลและทีม ศบก. ไปจนถึงประชาชนทั่วไป ได้ติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์มาตลอด ตั้งแต่ต้นทางในการจัดหาแหล่งน้ำมันดิบ การผลิตจากโรงกลั่น สต๊อกน้ำมันสำเร็จรูป และการกระจายน้ำมันจาก ปตท.ผ่านจ๊อบเบอร์ รถขนน้ำมันไปยังปั๊มทั่วประเทศแล้วก็เป็น “นายกฯอนุทิน” โพสต์ยืนยันเอง ยี่ห้อ PTT มีปัญหาน้ำมันขาดปั๊มแค่ 2 จุดเท่านั้นปตท.ถูกล็อกด้วยธรรมาภิบาลภาคบังคับ กลุ่มทุนเอกชนต้องทำกำไรตามหลักธุรกิจ แต่เน้นหลักโปร่งใส ปัญหาฝ่ายการเมืองต่างหากที่อึมครึม คลุมเครือที่สุดเลยโดนดักไต๋ หวังแค่เบี่ยงเป้าไอ้โม่ง โยนไฟใส่โรงกลั่น มันยิ่งไม่เป็นธรรมกับเอกชนมุมอ่อนไหวที่เบอร์หนึ่งฝ่ายบริหารอย่าง “นายกฯ อนุทิน” น่าจะรู้ดี คงไม่ปล่อยให้ไล่ทุบกันมั่วๆ เสี่ยงก่อผลระยะยาวกับความเชื่อมั่นการลงทุนในประเทศหากระบบเศรษฐกิจแยกไม่ออกจากเกมเน่าการเมือง.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม