“เส้นตาย” ยืดได้หดได้ สไตล์ “คาวบอย ไบโพลาร์” จาก 48 ชั่วโมง ทดเวลาพิเศษไปอีก 72 ชั่วโมง อัปเดตล่าสุดชั่วโมงต่อชั่วโมง “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศผ่านทรูธโซเชียลฯส่วนตัว โยนมุก “one more chance at peace” ยังมีโอกาสอีกครั้งสำหรับเตหะราน ยืดระยะเดดไลน์เป็น 5 วัน ให้กองทัพอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซยุติการตั้ง “ด่านเถื่อน” รีดไถเรือบรรทุกน้ำมัน เดือดร้อนไปทั่วโลกเสียงเพลง “ไฟนอล เคาต์ดาวน์” เร้าจังหวะนับถอยหลังยุทธการบอมบ์ใหญ่ ดังเป็นระยะในแนวรบอ่าวเปอร์เซีย สะท้านสมรภูมิตะวันออกกลางฉากบรรยากาศสงครามทางโน้น ระทึกอกระทึกใจมาถึงทางนี้แว่วเสียงเพลง “พ.ศ.สองพันห้าร้อยสี่ ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม” ที่ดังตีคู่มากับเพลง “น้ำมันขาดแคลน คุยกับแฟนก็ต้องดับไฟ”ย้อนไปยุควิทยุทรานซิสเตอร์ สมัยรุ่นปู่กับย่าฟังประกาศจากรัฐบาลตามอารมณ์อินจัดแบบที่ “สว.ผู้ทรงเกียรติ” ชงไอเดียบรรเจิดกลางสภา ณ พุทธศักราช 2569 แนะนำให้ชาวบ้านเลี้ยงไก่บ้านละ 2 ตัว เลี้ยงปลา ปลูกผัก เตรียม “เอาตัวรอด” ในภาวะการสู้รบที่ส่อยกระดับเป็นสงครามโลกระหว่างมหาอำนาจฟันธง ข้าวยากหมากแพงแน่ แม้แต่ “มาม่า” ยังจ่อขึ้นราคาแล้วก็โดนด่า เจอโห่ฮาตามคาด อาการโอเวอร์รีแอ็ก เขย่าขวัญซ้ำชาวบ้านยิ่งผวาไปกันใหญ่ ในบรรยากาศน้องๆ “มิคสัญญี” ภาวะน้ำมันเกลี้ยงปั๊มต้องแย่งกันเติมใส่แกลลอนต่อคิวกันข้ามคืนข้ามวันแต่มันก็ใช่ว่าจะไม่มีเค้าลางซะที่ไหน กับโจทย์สถานการณ์ตรงหน้าสัญญาณชัดๆแบบที่ “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ผู้ที่มีเครดิต “ต้นทุนหน้าตักความเชื่อมั่นสูง” เบอร์ต้นๆใน ครม. ยอมเปิดเผยสภาพแท้จริงอย่างเป็นทางการ ตอนแรกที่รัฐบาลสั่งตรึงราคาดีเซล 15 วัน ก็เพื่อรอดูสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางจะจบเร็วหรือไม่แต่ตอนนี้เห็นแล้วว่าเป็นเรื่องยืดเยื้อ ไม่จบเร็วแน่และโลกเข้าสู่วิกฤติพลังงานอย่างแท้จริง ตอนนี้รู้แล้วว่าถ้าตรึงราคาน้ำมันต่อไป ก็จะเจอปัญหากักตุนแน่นอน จึงต้องปล่อยตามกลไกตลาด แต่ก็ต้องบริหารจัดการไม่ให้กระทบกลุ่มเปราะบางหมดระยะ สิ้นสุดทางรัฐบาลอุ้มราคาน้ำมัน ต้องปล่อยไหลตามกลไกตลาด ณ จุดที่นํ้ามันดีเซลทะลักพรวดเดียวลิตรละ 1.80 บาท กลุ่มเบนซินพุ่งขึ้นลิตรละ 2 บาทสภาพกองทุนน้ำมัน “ตูดขาด” ไม่เหลือให้ “รักษาหน้า” ประคองเสียงด่าช่วยนักการเมืองสงครามตะวันออกกลางผ่านมาไม่ถึงเดือน ฟอร์มบริหารแบบ “รัฐบาลไทบ้าน” ผลาญเงินภาษีอุ้มราคาน้ำมัน ไหลเข้าปากแก๊งสวาปาม กักตุนกินส่วนต่างราคา ไปๆมาๆเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อนในปักษ์ใต้หันหัวกลับ ขนน้ำมันในประเทศออกไปโกยกำไรในประเทศเพื่อนบ้านที่ราคาน้ำมันแพงกว่าเสียค่าโง่ เสียงบประมาณ ประเทศไทยเสียหายหลายแสนล้านแต่ก็ยังไม่สาย สถานการณ์ต้องไล่อุดรูน้ำมันรั่ว แบบที่ “ดร.เอ้” คงกระพัน อินทรแจ้ง ซีอีโอใหญ่กลุ่ม ปตท.ชงที่ประชุม ศบค.เร่งพัฒนาระบบวิเคราะห์สมดุล “ซัพพลายเชน” ธุรกิจน้ำมันของประเทศไทยสามารถไล่เช็กกันได้ตั้งแต่การผลิตจากโรงกลั่น การนำเข้าน้ำมันดิบ การจัดเก็บในคลังน้ำมัน การกระจายผ่านระบบขนส่งและสถานีบริการ รวมถึงการจำหน่ายผ่านผู้ค้าส่งหรือ “จ็อบเบอร์” รวมไปถึงการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้านเปิดเส้นทาง “เขาวงกต” ปิดช่อง “ไอ้โม่ง” โกงน้ำมัน ปล้นซ้ำคนไทยแต่ที่แน่ๆตามเงื่อนไขสถานการณ์ เมื่อเริ่มจากภาวะพลังงานขาดแคลน น้ำมันแพง เดี๋ยวทุกอย่างก็ต้องตามมาเป็นแผง ไล่ตั้งแต่ค่าไฟฟ้ามหาโหด หมู ไก่ ไข่ ผงซักฟอก สบู่ ยาสีฟัน ฯลฯมันคือของจริงที่จ่ออยู่ปากประตูบ้านประชาชนคนไทยเพิ่มโจทย์คับขันที่ยากไปอีกขั้น กดดันรัฐบาลใหม่หน้าเดิมภายใต้การนำของ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อคนเดือดร้อนจะขยายวงลามจากคนใช้รถ เกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ ไปเป็นชาวบ้านหาเช้ากินค่ำทุกตรอกซอกซอยสภาพความเดือดร้อนลามถึงปากท้อง กระตุ้นภาวะ “โมโหหิว”และก็เตรียมตัวรับจังหวะนรกให้ดีๆ อุณหภูมิสถานการณ์ร้อนจี๋น่าจะไหลมาถึงคิวของ “มาดามแต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ “นางกวัก” แห่งกระทรวงพาณิชย์ต้องแบก “ของหนัก” ที่พ่วงมากับ “เก้าอี้ใหญ่” ที่จะขึ้นชั้นไปควบรองนายกฯทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม