ครูพละหื่นยอมรับกระทำลูกศิษย์สาวจริง อ้างไม่ถึงขั้นอนาจาร แค่โอบกอดลูบอกเฉยๆ อยากขอโทษครอบครัวเด็ก แต่ผู้ปกครองไม่คุยด้วย ด้าน ผอ.ร.ร.ตัดพ้อครูคนเดียวทำเน่าทั้งโรงเรียน หลัง พ่อแม่ผวาข่าวฉาว พาลูกหลานสมัครเรียนต่อ ม.1 กับ ม.4 น้อย เรียกประชุมคณะครูด่วนถกหาแนวทางเรียกความเชื่อมั่นคืน ขณะที่เลขาฯคุรุสภาจ่อฟันอาญา ซ้ำอีกคดี หลังพบครูฉาวไม่ต่อใบอนุญาตวิชาชีพครู ที่ขาดตั้งแต่ปี 63 แถมเตรียมเพิกถอนตลอดชีพกลายประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ กรณีนายสราวุฒิ ฉิมมาอุด อายุ 54 ปี ครูชำนาญการพิเศษ สอนวิชาพลศึกษา ร.ร.ธารทองพิทยาคม อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ถูกผู้ปกครอง น.ส.ออย (นามสมมติ) อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 แจ้งความว่าลวนลามลูกสาวหลายครั้ง อ้างถูกครูขู่จะให้เกรดศูนย์หรือติด ร.จนเด็กกลัวว่าจะเรียนไม่จบจำใจยอม ทำให้นายสราวุฒิย่ามใจทำผิดเรื่อยมานานกว่า 20 ปี โดยมีอดีตลูกศิษย์ตกเป็นเหยื่อหลายสิบคน หลังเกิดเหตุสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สั่งให้พักราชการไว้ก่อนความคืบหน้าการเอาผิดครูพละหื่น เมื่อวันที่ 24 มี.ค. นางปาณิสรา เสนาพันธ์ ผอ.ร.ร.ธารทองพิทยาคม เรียกประชุมคณะครูเพื่อหารือถึงแนวทางการฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครอง เด็กนักเรียน และประชาชนทั่วไป หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของโรงเรียนอย่างมาก โดยเฉพาะบรรยากาศการรับสมัครนักเรียนภาคการศึกษาใหม่ทั้งระดับ ม.1 และ ม.4 ที่รับสมัครไปช่วงวันที่ 19-23 มี.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีพ่อแม่ผู้ปกครองพาลูกหลานมาสมัครน้อยกว่าปกติ ยิ่งวันสุดท้ายเงียบเหงามาก ผู้ปกครองหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารู้สึกไม่มั่นใจในความปลอดภัยของบุตรหลาน แม้ครูจะถูกพักราชการไปแล้วก็ตาม แต่เท่าที่รู้ครูรายนี้มีเส้นใหญ่อาจกลับมาสอนที่เดิมอีก ขณะที่หลายคนยื่นใบสมัครไว้ก่อน เพราะกลัวลูกไม่มีที่เรียนหรือไม่อยากไปเรียนไกลๆนางปาณิสรา เสนาพันธ์ ผอ.ร.ร.ธารทองพิทยาคม เปิดเผยว่า ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบต่อชื่อเสียงของโรงเรียนการกระทำของครูเพียงคนเดียว ทำให้โรงเรียนเสียหายมาก แม้ตนเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ 2 เดือนพอรู้ข่าวก็ยังตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตอนนี้ต้องประชุมครูกันทุกวัน เพื่อเรียกความมั่นใจเด็กและผู้ปกครองกลับคืนมาหลังจากนี้จะเปิดช่องทางร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสทั้งครูและนักเรียนเพิ่มมากกว่าที่มีอยู่แล้วและจะเพิ่มมาตรการอื่นตามมาอีกหลายอย่าง พร้อมทั้งปรับแผนการเรียนการสอนให้รัดกุมมากกว่านี้ โดยเฉพาะเด็กที่ติดศูนย์ติด ร.อาจมีครูพี่เลี้ยงอีกชุดหนึ่งเข้าไปดูแล ตอนนี้เนื้อร้ายถูกตัดออกไปแล้ว เชื่อว่าบรรยากาศในโรงเรียนหลังจากนี้จะดีขึ้นแน่นอนด้านนายสราวุฒิ ฉิมมาอุด ครูพละที่ถูกกล่าวหา ออกมาเปิดเผยว่า ทราบเรื่องถูกพักราชการแล้วและยอมรับว่าทำจริง แต่ไม่ได้ไปอนาจารนักเรียนตามที่เป็นข่าว เป็นการโอบกอดกันปกติ ส่วนการล้วงทำได้แค่ลูบอกผ่านเฉยๆไม่มีอะไรมาก เมื่อถามว่าทำเด็กมาแล้วหลายรุ่นแล้ว นายสราวุฒิตอบว่า ไม่มี เพิ่งทำครั้งแรก คิดเหมือนลูกหลาน จริงๆแล้วได้ติดต่อผู้ปกครองเด็กไปแล้ว แต่เขาไม่คุยด้วย อยากขอโทษที่ทำแบบนั้น อยากบอกว่ามันเป็นการคุยกันหยอกกันกับเด็ก 2-3 คน ส่วนเรื่องการติดศูนย์หรือติด ร.ก็จะให้เด็กมากวาดขยะมากกว่าไม่เคยพาไปในที่โล่งหรือที่แจ้งนางอมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยเรื่องดังกล่าวว่า สั่งการให้ตรวจสอบข้อมูลครูที่ตกเป็นข่าว เบื้องต้นพบเป็นข้าราชการครู ปฏิบัติหน้าที่อยู่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ออกให้เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2558 หมดอายุวันที่ 7 ส.ค.2563 แต่ไม่พบข้อมูลการต่ออายุใบอนุญาต ขณะนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง และมีคำสั่งให้ครูรายนี้พักราชการไว้ก่อน นอกจากนี้คุรุสภาจะตั้งข้อหาอีกเรื่องกรณีการประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตซึ่งเป็นการฝ่าฝืนตามกฎหมายมีโทษทางอาญา ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546“คุรุสภาจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาโทษทางจรรยาบรรณของวิชาชีพโดยเร็วที่สุด การล่วงละเมิดทางเพศหรืออนาจารเด็กนักเรียน โทษสูงสุดคือการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ จะส่งผลให้ไม่สามารถเป็นครูได้อีกต่อไป รวมทั้งจะต้องได้รับโทษทางอาญาด้วย เนื่องจากประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ” เลขาธิการคุรุสภา กล่าวส่วน น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สพฐ.สั่งให้ดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาดกับครูพละ ให้พักราชการไว้ก่อน และส่งนักจิตวิทยาโรงเรียนดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจนักเรียนและผู้ปกครองแล้ว ขณะที่ตำรวจดำเนินคดีข้อหาอนาจาร เรื่องข้อกังวลความไม่ยุติธรรมนั้น ยืนยันว่าไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือหรือแทรกแซงได้ หากตรวจสอบพบความผิดจริงจะต้องถูกดำเนินการทั้งวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่