“เจ๊ตุ้ม” เจ้าของร้านค้าแบรนด์เนมมือสองชื่อดังซอยทองหล่อ ควงทนายดอดเข้ามอบตัวตำรวจ สน.ทองหล่อ ตั้งแต่เที่ยงวันที่ 23 มี.ค. หลังรู้ตัวว่าถูกออกหมายจับข้อหาฉ้อโกงประชาชน ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยันไม่ได้ติดการพนัน แต่ที่จ่ายเงินคืนลูกค้าช้าเนื่องจากนำเงินไปลงทุนสร้างร้านใหม่ ประกอบกับขายของไม่ออก ตำรวจเตรียมคุมตัวฝากขังศาลพร้อมค้านประกันตัวเกรงหลบหนี ด้านผู้เสียหายอีกส่วนแห่ร้องเรียนตำรวจสอบสวนกลาง ให้ บก.ปอศ. หรือ บก.ปคบ.ร่วมคลี่คลาย คดี เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมาก และมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 30 ล้านบาทกรณีตำรวจ สน.ทองหล่อ ออกหมายจับ “เจ๊ตุ้ม” หรือ น.ส.ศิประภา ปัญญาหิตานนท์ อายุ 45 ปี เปิดเพจรับฝากซื้อขายกระเป๋า รองเท้าแบรนด์เนมชื่อ Brandlover Bangkok ย่านทองหล่อ ก่อนเชิดเงินรับซื้อขายฝากกระเป๋าแบรนด์เนม ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไฮโซประมาณ 60 คน แห่แจ้งความไว้ที่ สน.ทองหล่อ ตั้งแต่ช่วงปลายปี 68 รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 100 ล้านบาทความคืบหน้าจาก สน.ทองหล่อ เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 มี.ค. พ.ต.อ.รัฐธนนท์ เอกฐิติกุลพัทธ์ ผกก.สน.ทองหล่อ เผยว่า เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 23 มี.ค. หลังจากเจ๊ตุ้มรู้ตัวว่าตัวเองมีหมายจับคดีฉ้อโกงประชาชน เดินทางมามอบตัวที่โรงพักพร้อมทนายความ ตามหมายจับข้อหาฉ้อโกงประชาชน พร้อมให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาอ้างเหตุผลที่ยังไม่ได้จ่ายเงินให้กลุ่มผู้เสียหาย เนื่องจากนำเงินไปลงทุนทำร้านใหม่และขายของไม่ออก ปัญหาส่วนอื่นไม่มี ไม่ได้ติดการพนัน ช่วงสายวันที่ 25 มี.ค. พนักงานสอบสวนนำผู้ต้องหาไปผัดฟ้องฝากขัง ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากมีผู้เสียหายหลายรายและมูลค่าความเสียหายจำนวนมากเกรงจะหลบหนีมีรายงานด้วยว่า มีกลุ่มผู้เสียหายบางส่วนทราบข่าวตำรวจจับเจ๊ตุ้ม เดินทางมาที่ สน.ทองหล่อ เพื่อต้องการพบและพูดคุยกับเจ๊ตุ้มเพื่อทวงถามเงินคืน แต่ยังไม่ได้พบ เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนการสอบปากคำต่อมาเวลา 14.30 น. วันเดียวกัน พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ควบคุมผู้ต้องหาออกมาจากห้องสอบสวน กลุ่มผู้เสียหายที่มาดักพบเจ๊ตุ้มเข้าไปสอบถามเรื่องการคืนเงิน แต่เจ๊ตุ้มอ้างว่าไม่มีเงินคืน และโวยวายผู้สื่อข่าวไม่ให้ถ่ายรูปทำข่าว ก่อนเจ้าหน้าที่นำตัวเข้าไปควบคุมในห้องขังที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เวลา 11.30 น. นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พร้อมกลุ่มผู้เสียหายกว่า 30 คน เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปคบ. หลังถูก “เจ๊ตุ้ม” เบี้ยวเงินค่าขายสินค้าแบรนด์เนม นายแทนคุณกล่าวว่า จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์มาจากเจ้าของร้านสาวรายหนึ่ง เป็นที่รู้จักในวงการแบรนด์เนมเนื่องจากมีความเชี่ยวชาญการตรวจสอบสินค้าว่าปลอมหรือแท้ สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการขยายกิจการ อ้างว่ามีบุคคลระดับไฮโซมาร่วมลงทุนด้วย ย้ายหน้าร้านจากย่านสุขุมวิท 49 ไปยังตึกแถว 4 ชั้น ซอยทองหล่อ 23 พร้อมตกแต่งร้าน อย่างหรูหราดึงดูดลูกค้าและนักลงทุน“ร้านเริ่มมีปัญหาช่วงเดือน พ.ย. ถึง ธ.ค.68 ทางร้านเริ่มจ่ายเงินล่าช้า ก่อนอ้างว่าถูกหุ้นส่วนทิ้งและหอบเงินหนีไป รวมถึงมีปัญหาเรื่องงบประมาณที่ใช้ลงทุนเปิดร้านใหม่สูงถึง 20 ล้านบาท ทำให้ไม่สามารถนำเงินมาหมุนเวียนคืนให้ผู้เสียหายที่นำกระเป๋า เสื้อผ้า และเครื่องประดับแบรนด์เนมมาฝากขายได้” นายแทนคุณกล่าวน.ส.นรินทร์พร ร่มแก้ว อายุ 41 ปี 1 ในผู้เสียหายกล่าวว่า รู้จักร้านดังกล่าวมา 6-7 ปีผ่านโซเชียลมีเดีย เดือน พ.ย.68 ทราบข่าวว่าร้านนี้เริ่มจ่ายเงินล่าช้า ก่อนเห็นเพจของ ครูเจี๊ยบ กูรูแบรนด์เนม แจ้งข่าวว่า มีผู้เสียหายจากร้านนี้หลายคน ตนที่นำสินค้าไปฝากขายช่วงสิ้นเดือน ธ.ค.68 รวมมูลค่ากว่า 400,000 บาท ได้รับเงินคืนมาแล้ว 140,000 บาท หลังจากนั้นเริ่มมีปัญหา ทวงถามสินค้าของตนไปทางร้านบอกว่า ติดปัญหาเรื่องบัญชีและมีปัญหาภายในกับหุ้นส่วน กำลังเร่งหาเงินมาคืนผู้เสียหาย พูดคุยล่าสุดคือต้นเดือน ก.พ.69 หลังจากถามไปแต่ไม่ตอบข้อความด้าน น.ส.สุนิสา เอกวิทยาเวชนุกูล ผู้บริหารโรงเรียนเดอะแคทช์เฟคแบรนด์เนม หรือครูเจี๊ยบ กล่าวว่า กลุ่มลูกศิษย์ทักหาตนเพราะตกเป็นเหยื่อของร้านดังกล่าว เฉพาะที่ตนรวบรวมประมาณ 30 ราย จึงประสานกับนายแทนคุณให้พามาแจ้งความที่กองปราบฯ ยืนยันไม่เคยรู้จักร้านนี้และเจ้าของ ทราบข้อมูลจากลูกศิษย์ที่ทักมาบอก คาดว่าน่าจะมีเหยื่อที่ถูกร้านนี้หลอกอีกหลายรายที่ยังไม่รู้ตัว เบื้องต้นพบความเสียหายกว่า 30 ล้านบาทนายแทนคุณกล่าวด้วยว่า เบื้องต้นตำรวจ สน.ทองหล่อ ออกหมายจับเจ้าของร้านและจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้เมื่อวานนี้ จากการตรวจสอบของผู้เสียหายพบว่า สินค้าส่วนใหญ่ยังอยู่ในร้านแต่ไม่มีใครทราบว่า สิ่งของที่อยู่เป็นของเดิมที่นำไปฝากขาย หรือถูกสับเปลี่ยนเป็นของใหม่ที่เป็นของปลอมแล้ว อีกทั้งยังกลัวเรื่องของความปลอดภัยของทรัพย์สินที่อยู่ภายในร้าน อยากขอให้ตำรวจ สน.ทองหล่อและตำรวจสอบสวนกลาง ไม่ว่าจะเป็น บก.ปอศ.หรือ บก.ปคบ.เข้ามาช่วยทำคดี เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่