การทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ ใช้คำว่า ไม่มีเวลาฮันนีมูน น่าจะเข้ากับสถานการณ์ในขณะนี้มากที่สุด แต่ละปัญหาเป็นไฟลนก้น ที่จะต้องใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ บนวิสัยทัศน์ เส้นยาแดงผ่าแปด ผิดพลาดแค่นิดเดียว รัฐบาลหนูตกถังข้าวสาร จะกลายเป็นหนูถีบจักร เดิมพันด้วยอนาคตทางการเมืองที่สูงมากในเมื่อ รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย จะต้องรับสภาพแต่เพียงผู้เดียว จากการกุมอำนาจการบริหารประเทศเอาไว้ใน มือเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติหรืิอบริหารพรรคภูมิใจไทย มี สส. จำนวน 192 คน ได้โควตา รัฐมนตรี 19 โควตา 15 กระทรวงจากทั้งหมด 35 เก้าอี้ เหลือให้พรรคร่วมรัฐบาล เพื่อไทย 8 เก้าอี้ พรรคเล็กอาจได้ 3 เก้าอี้ และคนนอกอีก 5 เก้าอี้ทีมเศรษฐกิจ ศุภจี สุธรรมพันธุ์, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, พิพัฒน์ รัชกิจประการ ไม่ใช่กระบี่มือหนึ่ง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ลูกหม้อกระทรวงการต่างประเทศ ปัจจุบันอายุ 69 ปี เคยดำรง ตำแหน่งปลัดกระทรวงการต่างประเทศเมื่อปี 2554-2558 สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยเป็นผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศ สมัย รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ชีวิตราชการเคยดำรงตำแหน่งผู้แทนถาวรไทยประจำยูเอ็น ทูตไทยที่ญี่ปุ่น แอลจีเรีย โมนาโก ฝรั่งเศส ไม่มีอะไรโดดเด่นมากนักบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เคยเป็นที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลกสมัย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกฯ เคยเป็นกรรมาธิการร่าง รัฐธรรมนูญ เคยเป็นนักวิชาการในสถาบันพระปกเกล้า ส่วนใหญ่ ก็จะอยู่ในภาควิชาการ เพิ่งมารับตำแหน่งทางการเมืองเป็น รองนายกฯ ในรัฐบาลอนุทิน 1 นอกนั้นก็จะเป็นทายาทการเมือง บ้านใหญ่รุ่นใหม่ของพรรคภูมิใจไทยเสียส่วนใหญ่1 บ้านใหญ่ 1 เก้าอี้ รมต. สัดส่วน 10 สส.ต่อ 1 เก้าอี้แค่นี้ก็เต็มแม็ก เพราะฉะนั้นการตั้ง ครม.เที่ยวนี้ จึงอยู่ บนความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง จากภูมิรัฐศาสตร์ การรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่ายากแล้ว แต่สงครามตะวันออกกลางยากกว่าเยอะรัฐบาลไม่ต้องห่วงว่า ฝ่ายค้าน หรือนิติสงคราม จะมา สะกิดผิวอยู่แล้วมาได้ถึงขนาดนี้ ฮั้วเลือก สว.เขากระโดง เป็นแค่เรื่อง ขำๆ ศัตรูก็เริ่มจะอ่อนแรง เปลี่ยนสถานะจากคู่แค้นเป็นคู่ค้า มีแค่เรื่องเดียวที่อยู่นอกเหนือการควบคุมสถานการณ์และผลกระทบจากต่างประเทศขนาดคลิปเสียงฮุน เซน ยังทำเอารัฐบาลไทยล่มปากอ่าวมาแล้ว นี่ระดับมหาอำนาจโลก โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ไม่ธรรมดา และเดาใจยาก เคยส่งสัญญาณว่าจะปักหมุดอาเซียนหลายรอบ สหรัฐฯกับกัมพูชา ยิ่งเข้าขากันอยู่ด้วย.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม