มติศาล รธน.6 ต่อ 3 รับคำร้องคดีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด มีประเด็น ปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ สั่ง กกต.แจงภายใน 15 วัน พร้อม ให้อีก 15 วัน ส่งบัญชีระบุพยานหลักฐานและวิธีได้มา ของพยานหลักฐาน “บวรศักดิ์” หัวชนฝาบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งยังเป็นความลับ อ้างหลาย ประเทศใช้ ไม่มีที่ไหนวินิจฉัยเป็นโมฆะ “โสภณ” บรรจุวาระโหวตเลือกนายกฯ “อรรถวิชช์” ลั่น 2 สส. รทสช.พร้อมโหวตหนุน “อนุทิน” แบะท่าร่วมรัฐบาล อ้างผลักดัน 2 ก.ม.สำคัญ ภท.จบดีล 293 เสียง พรรค ร่วมฯ แบ่งเค้กลงตัว โยก “ทรงศักดิ์” นั่งรองนายกฯ สานต่องานเดิม “ซาเล้ง” จัดเต็ม “ภราดร-ศุภมาส-นภินทร-สุขสมรวย” แท็กทีม 4 รมต.ประจำสำนักนายกฯ 3 สายตรง “เสี่ยหนู” ไปต่อให้อิสระเต็มที่ ไม่มี รมช. พท.ยังฝุ่นตลบ “พัฒนา” คั่ว รมช.เกษตรฯ แต่อีก 1 รมช.เกษตรฯ กับ รมช.ศึกษาฯยังไม่ลงตัวที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน จากกรณีปัญหาบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดไว้พิจารณา โดยมีคำสั่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงภายใน 15 วัน พร้อมให้เวลาอีก 15 วัน ส่งบัญชีระบุพยานหลักฐาน และวิธีได้มาของพยานหลักฐานในคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยตรงและโดยลับมติศาล รธน.รับคำร้องบัตร ลต.บาร์โค้ดเมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 18 มี.ค.ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีการประชุมพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ส่งความเห็นและคำร้องของประชาชนขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยกรณีการจัดการเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 และ 85 หรือไม่ จากนั้นเวลา 11.45 น.ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ระบุว่าได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 21 คำร้อง ขอให้พิจารณายื่นคำร้อง พร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณี กกต.ผู้ถูกร้องที่ 1 เลขาธิการ กกต. ผู้ถูกร้องที่ 2 และสำนักงาน กกต. ผู้ถูกร้องที่ 3 ดำเนิน การจัดการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 34 มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง มาตรา 85 มาตรา 98 และมาตรา 224มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญศาลฯพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงอันเป็นมูลเหตุแห่งคดีนี้เกี่ยวกับการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง สส.ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ มิใช่เฉพาะเขตเลือกตั้งใดเขตเลือกตั้งหนึ่งหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะราย หรือเฉพาะกรณี มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการดำเนินการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ซึ่งเป็นการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 ประกอบมาตรา 83 วรรคสอง คำร้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 46 มีมติโดยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยและแจ้งให้ผู้ร้องทราบสั่ง กกต.แจงใน 15 วัน-ให้ 15 วันยื่นหลักฐานผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก 6 คน คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนท์ นายนภดล เทพพิทักษ์ นายอุดม รัฐอมฤต และนายสุเมธ รอยกุลเจริญ ส่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย 3 คน คือนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์และนายสราวุธ ทรงศิวิไล เห็นว่าไม่เป็นการใช้อำนาจโดยตรงตามรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการใช้อำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา อาศัยอำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 27 วรรคสาม ให้ผู้ถูกร้องทั้งสามทำคำชี้แจง แก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง และให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้องทั้งสามยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานและวิธีการได้มาซึ่งพยานหลักฐานต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือเรียก“ทนายอั๋น” ร้องชะลอโหวตเลือกนายกฯเมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ มายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ที่กลุ่มงานตรวจรับคำร้องและให้คำปรึกษาคดี เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้สภาฯชะลอหรืองดเว้นการประชุมลงมติเลือกนายกฯเป็นการชั่วคราวจนกว่าการพิจารณาคดีการวินิจฉัย กกต. ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) น่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่จะเสร็จสิ้น นายภัทรพงศ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้คำร้องที่ร้องสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ยื่นคำขอให้ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวสั่งห้ามสภาฯโหวตนายกฯวันที่ 19 มี.ค.ไว้ แต่ผู้ตรวจการฯไม่ได้นำส่งประเด็นคำขอนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา จึงมายื่นคำร้องใหม่ต่อศาลรัฐธรรมนูญเอง แต่ตามขั้นตอนการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญคงไม่สามารถชะลอการโหวตนายกฯวันที่ 19 มี.ค.ได้แล้ว“บวรศักดิ์” ย้ำบาร์โค้ดบัตร ลต.ยังลับเมื่อเวลา 15.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องกรณีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดไว้พิจารณามีข้อกังวลหรือไม่ว่า เป็นเรื่องของ กกต.กับศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้พิจารณา เมื่อถามว่ามีความกังวลว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะนายบวรศักดิ์กล่าวว่า อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญและอยู่ที่การนำสืบของ กกต.เมื่อถามว่ามองอย่างไรว่าการมีคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งจะทำให้ไม่เป็นความลับหรือไม่ นายบวรศักดิ์กล่าวว่า เห็นว่ายังเป็นความลับอยู่และหลายประเทศเขาก็ใช้ ไม่มีประเทศไหนวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับศาล และการนำสืบของ กกต. ทาง กกต.ควรไปนำผู้เชี่ยวชาญมาสาธิตให้ศาลดูว่ามันเข้าถึงไม่ได้ง่ายหรอก เคยมีคนลองทำแล้วสำเร็จไหมล่ะเผยยังไม่มีถูกทาบนั่งรองนายกฯต่อนายบวรศักดิ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้ง ครม.อนุทิน 2 ได้ถูกทาบทามให้ดำรงตำแหน่งรองนายกฯตำแหน่งเดิมหรือไม่ว่า ยังไม่ได้รับการทาบทามอะไรทั้งสิ้น เตรียมอยู่ว่าจะต้องเก็บของหรือเปล่า เมื่อถามว่าพร้อมที่จะรับตำแหน่งอยู่ต่อหรือไม่ นายบวรศักดิ์กล่าวว่า ยังไม่ทราบ“โสภณ” สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์สภาฯเมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ สักการะพระสยามเทวาธิราช และศาลตา ศาลยาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในอาคารรัฐสภา เพื่อความเป็นสิริมงคลหลังจากเข้ารับตำแหน่งประธานสภาฯ จากนั้นเข้าสักการะพระบรมราชา นุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พระองค์จริงที่ประดิษฐาน ณ พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ ชั้น MB1 ภายในอาคารรัฐสภาและไปยังห้องวิถีพุทธ บริเวณชั้น 3 ไหว้พระตามประเพณี มีนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาฯและคณะผู้บริหารสำนักสภาฯเข้าร่วมพิธีพร้อมเพรียง จากนั้นนายโสภณกล่าวว่า ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประเทศและประชาชน ให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ก้าวผ่านวิกฤติที่กำลังเผชิญอยู่ขณะนี้ได้อย่างราบรื่น จากนั้นนายโสภณเข้าตรวจห้องประชุมสุริยัน เตรียมความพร้อมรับการประชุมสภาฯเพื่อเลือกนายกฯวันที่ 19 มี.ค.นี้บรรจุวาระโหวตเลือกนายกฯผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาฯ ได้ออกหนังสือด่วนมากถึง สส. เรื่อง การประชุมสภาฯ แจ้งว่าประธานสภาฯมีคำสั่งนัดประชุมสภาฯชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ในวันพฤหัสบดีที่ 19 มี.ค.69 เวลา 10.00 น. มีระเบียบวาระสำคัญคือการรับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาฯและการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159“อรรถวิชช์” ชี้ รทสช.พร้อมโหวต “หนู”เมื่อเวลา 10.50 น. ที่รัฐสภา นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เข้ารายงานตัวสำนักงานเลขาธิการสภาฯ หลังจากเมื่อ 17 มี.ค. มีราชกิจจานุเบกษาประกาศเลื่อนลำดับให้เป็น สส.แทนนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช.ที่ลาออกจาก สส. ภายหลังรายงานตัว นายอรรรถวิชช์ให้สัมภาษณ์ว่า สส.ของพรรค รทสช.ทั้ง 2 เสียงพร้อมลงมติสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้เป็นนายกฯ เพราะต้องการขอเสียงสนับสนุนให้ร่วมผลักดันร่างกฎหมายสำคัญของพรรค 2 ฉบับคือร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือร่างกฎหมายเสรีโซลาร์และร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตหรือกฎหมายปลดล็อกเครดิตบูโร จากการพูดคุยเมื่อวันก่อน มีทิศทางและการตอบรับที่ดีแบะท่าขอร่วม รบ.ดัน 2 ก.ม.สำคัญ“แต่ในรายละเอียดทั้งการสนับสนุนร่างกฎหมาย หรือเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมรัฐบาลหรือไม่ ขอรอความชัดเจนและเตรียมแถลงในวันที่ 19 มี.ค. เวลา 08.30 น. เราไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น นอกจากการวางเป้าหมายผลักดันร่างกฎหมายของพรรคให้สำเร็จ เพราะนายพีระพันธุ์ หัวหน้าพรรค ขอให้เดินหน้าทำงานและผลักดันร่างกฎหมายสำคัญของพรรคให้สำเร็จ ขณะที่นายพีระพันธุ์จะทำงานสร้างเครือข่ายและตั้งสาขาพรรค เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรค รทสช.ไม่สามารถส่งผู้สมัคร สส.ได้ครบทุกจังหวัด เนื่องจากไม่สามารถทำไพรมารีโหวตได้ การทำงานในสภาฯ ได้วางเป้าหมายให้การทำงานทำได้สำเร็จ พร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย” นายอรรถวิชช์กล่าวรทสช.นำ 2 สส.ร่วม รบ. “อนุทิน 2”ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ว่า วันที่ 19 มี.ค. เวลา 08.30 น. ที่อาคารรัฐสภา น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี โฆษกพรรค ภท. เตรียมแถลงเปิดตัวพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) มาร่วมรัฐบาล นำโดยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรค รทสช. ก่อนหน้านี้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ได้ลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อ เปิดทางให้นายอรรถวิชช์มาเป็น สส.แทน นายพีระพันธุ์มีท่าทีชัดเจนไม่โหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท.เป็นนายกฯอีกสมัย เมื่อนายอรรถวิชช์มาเป็น สส.แทน ทำให้มีการปรับเปลี่ยนท่าทีเข้าร่วมรัฐบาล ขณะนี้มีพรรคการเมืองประสงค์จะลงมติให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯรวมแล้วทั้งสิ้น 293 เสียง แต่เนื่องจาก กกต.สุพรรณบุรี ยังไม่รับรองผู้สมัครเขต 2 จึงทำให้เสียงสนับสนุนเหลือ 292 เสียง ประกอบด้วยพรรค ภท.191 เสียง พรรค พท. 74 เสียง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 5 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย พรรคไทยสร้างไทย และพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคละ 2 เสียง ส่วนพรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน พรรคมิติใหม่ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคทางเลือกใหม่ พรรคโอกาสใหม่ พรรคละ 1 เสียง“ทรงศักดิ์” ขยับนั่งรองนายกฯผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดโผ ครม.ของพรรค ภท. ขณะนี้พรรค ภท.เริ่มกระบวนการส่งประวัติว่าที่รัฐมนตรีให้ 18 หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว ยื่นตรวจสอบไปกว่า 40 รายชื่อ ทั้งรายชื่อตัวจริงและตัวสำรอง รายชื่อสะเด็ดน้ำแล้วประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย มี รมช. 3 คน คือนายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา ขณะที่นายทรงศักดิ์ ทองศรี ที่มีรายชื่อเป็น รมช.มหาดไทย แต่มีรมช.เพียงพอกับงานแล้ว ทำให้ขยับนายทรงศักดิ์ไปเป็นรองนายกฯ กำกับดูแลแก้ปัญหาน้ำทั่วประเทศและปัญหายาเสพติด งานเดิมที่นายโสภณ ซารัมย์ ที่ไปเป็นประธานสภาฯเคยรับผิดชอบอยู่ ปิดตำนานการครองตำแหน่ง มท.2 ของนายทรงศักดิ์มายาวนานถึง 4 รัฐบาล ตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และต่อเนื่องถึงรัฐบาลอนุทิน 1 ส่วน รมต.ประจำสำนักนายกฯ มี 4 คนคือนายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง นางศุภมาส อิศรภักดี สส.บัญชีรายชื่อ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ แกนนำพรรค และนางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ“อดุลย์” รมว.กลาโหม-“ขิง” พลังงานขณะที่ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ได้เลื่อนชั้นจาก รมช.กลาโหม ขึ้นเป็น รมว.กลาโหม กระทรวงยุติธรรม ยังเป็นคนเดิมคือ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ เป็น รมว.ยุติธรรม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรค นั่งรองนายกฯและ รมว.คมนาคม มี รมช.3 คน ได้แก่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร และนายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ยังคงนั่งที่เดิม รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี เป็น รมช.ดีอี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล จาก รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ยกไปให้พรรค พท. โยกไปเป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายสุชาติ ชมกลิ่น ยึดที่มั่นเดิมนั่ง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ได้เป็น รมว.พลังงาน น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ยังเหนียวแน่นบนเก้าอี้ รมว.วัฒนธรรม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ เป็น รมว.สาธารณสุข ขณะที่นายวราวุธ ศิลปอาชา ได้เป็น รมว.อุตสาหกรรม สายตรง “หนู” ไปต่ออำนาจเต็มมือผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับคนที่เข้ามาช่วยงานรัฐบาลนายอนุทิน และช่วยลุยงานการเมืองระหว่างหาเสียง ได้ทำหน้าที่ต่อทั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรองนายกฯและ รมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ โดยให้อิสระในการขับเคลื่อนงานอย่างเต็มที่ ไม่มี รมช.จากฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ รับผิดชอบงานด้านกฎหมายพท.ยังฝุ่นตลบ 3 รมช.เกลี่ยไม่ลงตัวสำหรับโควตาพรรคร่วมรัฐบาล พรรคเพื่อไทย จะได้ 5 รมว.และ 3 รมช. ในตำแหน่ง รมว.ถือว่านิ่งแล้ว นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นั่งรองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นั่ง รมว.เกษตรฯ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นั่ง รมว.แรงงาน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นั่ง รมว.ศึกษาธิการ และ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล นั่ง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วน รมช. 3 ตำแหน่งที่วางให้เป็น รมช.เกษตรฯ 2 ตำแหน่ง และ รมช.ศึกษาธิการ 1 ตำแหน่ง ตอนนี้ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากมีเพียง 3 ตำแหน่งน้อยกว่าทุกครั้งที่พรรค พท.ได้เป็นรัฐบาล ทำให้มีคนแสดงความประสงค์ทำหน้าที่ รมช.มากกว่าตำแหน่งที่มี ชื่อที่ค่อนข้างชัดเจนตอนนี้มีเพียง 1 ตำแหน่ง คือนายพัฒนา สัพโส สส.สกลนคร มีโอกาสสูงได้เป็น รมช.เกษตรฯ แต่อีก 2 ตำแหน่งยังไม่ลงตัวว่าจะเป็นโควตาของ สส.ภาคไหน หรือจะให้เป็นโควตาภาคอีสานเพิ่ม เนื่องจากได้ สส.มามากที่สุด จึงยังไม่ชัดว่าสุดท้ายข้อสรุปจะเป็นอย่างไรพท.มติเอกฉันท์หนุน “อนุทิน” นายกฯเมื่อเวลา 14.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุม สส.พรรค มีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค พท.นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกฯเป็นประธานการประชุม ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการโหวตนายกฯ จากนั้นเวลา 15.00 น. นายจุลพันธ์แถลงว่า พรรคมีมติเป็นเอกฉันท์จะสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท.ดำรงตำแหน่งนายกฯ เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะนัดส่งชื่อรัฐมนตรีเมื่อใด นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไปทีละขั้นตอน อีกไม่กี่วันแล้ว หลังจากที่เลือกนายกฯเสร็จจะหารือนัดหมายเรื่องการพิจารณาจัดสรรการทำงานร่วมกันต่อไป เรื่องนี้ในพรรคเราพูดกันตลอด แต่การตัดสินใจยังไม่ได้ดำเนินการ อยู่ที่องค์คณะที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย“ทนายอั๋น” เป่ามนตร์เขมรพ้น กกต.เวลา 11.00 น. ที่สำนักงาน กกต. นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ นำกลุ่มบุคคลแต่งชุดพราหมณ์มาพรมน้ำมนต์หน้าสำนักงาน กกต.ขับไล่มนตร์ดำเขมรพ้นจากสำนักงาน กกต. ให้ กกต.ทำหน้าที่ในคดีฮั้ว สว.ตรงไปตรงมา จากนั้นนำสำเนาเอกสารอ้างว่าเป็นหลักฐานคดีฮั้ว สว.ที่ดีเอสไอและคณะสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 รวบรวมไว้มาแถลงต่อสื่อมวลชน เรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยข้อมูลของผู้ถูกกล่าวหาคดีฮั้ว สว.ทั้ง 229 รายว่ามีหลักฐานอะไรที่หักล้างผลการสอบสวนของคณะสืบสวนฯชุดที่ 26 ได้ อาจจะฟ้อง กกต.ต่อศาลยุติธรรมเร็วๆนี้เฉ่งกระบวนการล้มคดีฮั้ว สว.นายภัทรพงศ์กล่าวว่า เชื่อว่า มีการล้มคดีฮั้ว สว.เป็นขบวนการ ตั้งแต่ดีเอสไอและคณะสืบสวนฯชุดที่ 26 เริ่มทำคดีถูกสกัดเบรกทุกขั้นตอน จนรวบรวมหลักฐานกล่าวหาผู้กระทำความผิดทั้ง 229 ราย สำนวนกว่า 7 หมื่นหน้า สรุปส่งให้ กกต.พิจารณาเมื่อวันที่ 17 ก.ค.68 แต่ กกต.ไม่ได้ดำเนินการอะไร แต่ยังตั้งคณะอนุวินิจฉัยปัญหาหรือข้อโต้แย้งคณะที่ 36 ในเดือน ก.ย.68 เป็นเวลาเดียวกับคดีเขากระโดง คดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ คดีรันเวย์สนามบินที่ อ.ปากช่อง ในความรับผิดชอบขององค์กรอิสระต่างพ้นผิดหมด คณะอนุวินิจฉัยฯคณะที่ 36 กลับวินิจฉัยว่าคดีไม่มีมูล ให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนพ้นผิดทั้งที่ดีเอสไอหาเส้นทางการเงินและมีหลักฐานเพียงพอ มีหลักฐานเด็ดอะไรหักล้างถึงขั้น กกต.ไม่มีความสงสัย ที่ผ่านมาดีเอสไอพยายามส่งเส้นเงินให้แต่ กกต.ไม่รับหลักฐานดังกล่าวเพราะอะไรหรือมีธงจะล้มคดีฮั้วเลือก สว.หรือไม่ ว่ากันว่าในคณะสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 บุคคลหนึ่งเป็นคนเดินเกมรับงานมาปชน.ส่ง “เท้ง” โชว์วิชั่นถล่มคุณสมบัติน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ปชน.ให้สัมภาษณ์ถึงการโหวตเลือกนายกฯว่าพรรคปชน.ส่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯพรรค ปชน.ลงชิงเก้าอี้นายกฯ เป็นแนวทางหนึ่งที่เราจะได้ทั้งการซักฟอกคุณสมบัติของแคนดิเดตนายกฯ พร้อมถือโอกาสนี้แสดงวิสัยทัศน์ของแคนดิเดตจากพรรค ปชน.ด้วย โดยไม่ได้มีเจตนาตั้งรัฐบาลแข่ง เราทราบดีว่าทางพรรคภท.รวบรวมเสียงข้างมากได้ แต่เพื่อให้กระบวนการประชาธิปไตย มีสีสันและได้มาถกกันเรื่องวิสัยทัศน์การบริหารประเทศ จึงส่งแคนดิเดตจากพรรค ปชน.ลงแข่งในการโหวตนายกฯครั้งนี้ด้วย เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าการโหวตนายกฯครั้งนี้จะไม่มี สส.พรรคส้มแตกแถวเป็นงูเห่า น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า มั่นใจว่าสมาชิกพรรคจะโหวตให้นายณัฐพงษ์โดยพร้อมเพรียง ยืนยันว่าไม่มีงูเห่า เราไม่ได้ประสานขอคะแนนเสียงจากพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ ปล่อยให้การโหวตนายกฯเป็นไปตามธรรมชาติเล็งตั้ง “วันนอร์” ปธ.ที่ปรึกษานายกฯผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของพรรคขนาดเล็กที่ร่วมรัฐบาลอนุทิน 2 จับตาจะมีการจัดสรรตำแหน่งทางการเมืองให้ ทั้งในฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ เช่น ที่ปรึกษานายกฯ ผู้ช่วยรัฐมนตรี เลขานุการรัฐมนตรีและที่ปรึกษารัฐมนตรี ตำแหน่งในฝ่ายนิติบัญญัติ ตำแหน่งใน กมธ.ชุดต่างๆในสภาฯ ล่าสุด มีรายงานข่าวว่า จะมีการแต่งตั้งนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาฯและที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ (ปช.) ให้เป็นประธานที่ปรึกษานายกฯช่วยขับเคลื่อนงานด้านชายแดนภาคใต้และสถานการณ์การสู้รบตะวันออกกลาง หลังการแต่งตั้งนายกฯเสร็จแล้วอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่