อย่างที่ผมเขียนเตือนล่วงหน้าไว้แล้วในไทยรัฐฉบับวันอังคารที่ 17 มีนาคม 2569 ว่าผมกลับไป “เช็งเม้ง” ไหว้บรรพบุรุษที่นครสวรรค์เมื่อวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม ต้องลุ้นแทบแย่ว่า จะมีน้ำมัน “ดีเซล” เติมรถเช่าที่ผมเช่ากลับบ้านได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่เพราะแต่ละปั๊มคิวยาวเหยียด บางปั๊มไม่มีรถเลย เหตุเพราะน้ำมันหมดรถจึงว่าง บางปั๊มของบางจังหวัดเติมได้แค่ 500 บาทกลับถึง กทม. ขอเติมเต็มถัง (ตามกติกาของการเช่ารถยุคนี้...คือต้องเติมเต็มถังก่อนส่งรถคืนเจ้าของ) ปั๊ม ปตท. แถวๆทางลงมอเตอร์เวย์ ถนนเสรีไทย บอกเติมได้แค่ 1,000 บาท ไม่ยอมเติมเต็มซะงั้นโชคดีปั๊มสุดท้ายใกล้บ้านยังเปิดอยู่ เติมอีกแค่ 300 บาท เต็มพอดี สามารถส่งรถคืนเจ้าของรถเช่าได้ตามกติกาอย่างโล่งอกผมก็เอามาเล่าผ่านคอลัมน์นี้ เพื่อบอกกล่าวไปยังรัฐบาลรักษาการว่าระวังไว้ด้วยเด้อ...ขนาดวันที่ผมกลับบ้านยังเหลืออีก 3 วัน กว่าจะถึงวันสุดท้ายของการตรึงราคาดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท ยังมีความวุ่นวายถึงเพียงนี้เมื่อถึงกำหนดวันเลิกตรึงราคาเข้าจริงๆจะโกลาหลขนาดไหน อย่าลืมเตรียมรับมือไว้ด้วยและแล้วก็เป็นไปอย่างที่ผมคาดไว้ ความโกลาหลเกิดขึ้นตั้งแต่คืนวันอังคารที่ 17 มีนาคม วันสุดท้ายของการตรึงราคาแม้รัฐบาลจะปรับขึ้นราคาใหม่อีกแค่ 30 สตางค์ต่อลิตร และขยับเพดานใหม่ว่าจะไม่เกินลิตรละ 33 บาทแต่ผู้คนกลับแห่ไปเติมน้ำมันแน่นเอี้ยดทุกปั๊ม โดยเฉพาะต่างจังหวัด...มีทั้งรถใหญ่ รถเล็ก ไปจนถึงพี่น้องเกษตรกรแบกแกลลอนมาขอเติมเพื่อไปใช้กับเครื่องจักรกลด้านการเกษตรต่างๆเกิดภาวะดีเซลหมดอย่างรวดเร็ว ผู้ที่มารอต่อคิวท้ายๆนับร้อยคน อุตส่าห์รอ 2 ชั่วโมงกว่า ไม่สามารถเติมได้มีบางรายตัดสินใจเข้าคิวต่อเลย (มีภาพถ่ายนอนกางมุ้งรอด้วย) บางรายมาใหม่ตอนตี 3 วันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นวันที่ดีเซลปรับราคาใหม่เรียบร้อย แต่กระนั้นก็ยังมีรถและคนเข้าคิวแน่นขนัดประชาชนในหลายๆจังหวัด โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรบอกว่า ขึ้นราคาแม้จะเดือดร้อนแต่ก็พอทำใจได้ ไม่มีน้ำมันใช้เลยต่างหากที่เดือดร้อนมากที่สุด เพราะไม่รู้จะทำมาหากินได้อย่างไร...จึงต้องยอมตื่นเช้ามาเข้าคิวขอซื้อน้ำมันในราคาใหม่และก็ซื้อได้เพียง 500 บาทเท่านั้นเองไหนบอกว่าน้ำมันไม่ขาดแคลนไง? มีใช้ 90 วันบ้าง 100 วันบ้าง แต่พอผมมารอซื้อรอเติมกลับไม่มีให้ผม ถามจริงๆเหอะปิดบังอะไรพวกผมหรือเปล่า?ครับ! ก็เป็นความโกลาหลอลหม่านที่เกิดขึ้นทั่วประเทศไทยยามนี้ และเดาว่าถ้าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกไม่ลดลง (ซึ่งก็ยากจะลดลง) คงจะมีปัญหาวุ่นวายไปอีกนานเพราะสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดความโกลาหลดังกล่าวก็เพราะตลาดน้ำมันบ้านเรามี “2 ตลาด” ซ้อนกันอยู่ และขณะนี้ราคาใน 2 ตลาดต่างกันมาก...ทำให้เกิดการแห่ข้ามตลาดจากตลาดราคาสูง มาซื้อในตลาดราคารัฐบาลอุดหนุนผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้ปั๊มต่างๆ ซึ่งเป็นเครือข่ายของบริษัทน้ำมันที่ได้รับการอุดหนุนไม่พอจำหน่าย...เดี๋ยวหมด เดี๋ยวหมดดังกล่าวผมคงไม่มีเนื้อที่จะอธิบายมาก เพราะเรื่องค่อนข้างยาวก็ขอฝากให้รัฐบาลโดยเฉพาะท่านรองนายกฯ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีที่เคยเป็นพ่อค้าน้ำมันและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งทราบดีทุกอย่างรีบหาทางแก้ไขก็แล้วกันก็ได้แต่หวังว่าท่านนายกรัฐมนตรีคนเก่าที่สภาโหวตให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกหน จะได้เร่งรัดดำเนินการตามขั้นตอนให้เป็นรัฐบาลที่สมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์โดยไว จะได้เข้ามาแก้ปัญหาวิกฤติพลังงานครั้งนี้ได้อย่างเต็มที่ผมละห่วงจริงๆ เพราะถ้าตกม้าตายตั้งแต่การแก้ “วิกฤติแรก”...จะมีแก่จิตแก่ใจไปแก้วิกฤติสารพัดวิกฤติที่รออยู่พะเนินเทินทึกข้างหน้าได้อย่างไร? สู้ๆนะครับ...ท่านนายกฯ.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม