นับตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2568 ทหารเมียนมาเริ่มเคลื่อนกำลังเข้าสู่เคเคปาร์ค ก่อนจะตามมาด้วยเสียงระเบิดทำลายตึกสแกมเมอร์ในโซน 2 ทางทิศใต้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา การระเบิดแบบ “รายวัน” วันละ 2–3 เวลา โดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปฏิบัติการนี้...กำลังสร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านหมู่บ้านแม่กุใหม่ท่าซุง อ.แม่สอด จ.ตาก ที่อยู่ห่างเพียงแม่น้ำกั้นป้าสีนวน โท่นเป้า ชาวบ้านที่โดนผลกระทบเต็มๆเล่าด้วยอาการตื่นตระหนก หลังเศษเหล็กขนาดใหญ่จากการระเบิดฝั่งพม่ากระเด็นข้ามมาทะลุหลังคาบ้านของแก “เวลามันระเบิด ลมมันมาพึบ บึ้ม! กระแทกตัวเลย ต้องหนีไปแอบในจุดที่แข็งแรงที่สุด ชีวิตตอนนี้เหมือนรอความตาย ไม่รู้เศษเหล็กจะปลิวมาลงหัววันไหน” ชีวิตประจำวันของป้าสีนวนและชาวบ้านที่แม่กุใหม่ท่าซุงในตอนนี้ จึงต้องเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน จุดที่มั่นคงแข็งแรงกันเศษเหล็กได้ และกันแรงอัดจากระเบิดได้จึงมีคำถามจากชาวบ้านในพื้นที่ด้วยว่า เหตุผลของการระเบิดตึกแก๊งสแกมเมอร์เหล่านี้ทิ้ง เพื่อเป็นการปราบแก๊งอาชญากรออนไลน์จริงๆ หรือเพื่ออะไรกันแน่ เพราะการทำลายตึกไม่ต้องถึงขั้นใช้ระเบิดก็ได้? ทีมข่าวสืบสวน “SEE TRUE” ไทยรัฐทีวี พบกับชายชาวเมียนมาคนหนึ่งที่ข้ามมาฝั่งไทย เขาบอกว่า ชาวบ้านในเมียนมาพูดคุยกันว่า การปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเคเคปาร์คเป็นแค่ภาพลวงตา เพราะก่อนทหารเมียนมาเข้าปราบ ได้แจ้งบอสชาวจีนและคัดเอาสมาชิกแก๊งที่ฝีมือดี ออกจากเคเคปาร์คไปอยู่ที่อื่นแล้วซึ่ง...พร้อมที่จะตั้ง “แก๊งหลอก” คนทั่วโลกได้ต่อไปทันที ชายชาวเมียนมาคนนี้กล่าวอ้างด้วยว่า คนที่พาบรรดาบอสจีนและสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ออกจากเคเคปาร์คก็คือทหารเมียนมาและทหารกะเหรี่ยง BGF แต่เขาไม่รู้ว่าพาย้ายไปตรงจุดไหน ส่วนคนที่ไม่มีประโยชน์แล้วก็ปล่อยทิ้งให้หนีเข้าไทยจึงเห็นภาพชาวต่างชาติ 1,500 กว่าคน หนีเข้ามาในไทยข้อมูลจากแหล่งข่าวลับของทีมข่าว “SEE TRUE” ที่ฝังตัวเก็บข้อมูลแหล่งสแกมเมอร์ในฝั่งเมียนมาระบุว่า ในแก๊งสแกมเมอร์แต่ละแก๊งจะมีบุคคลระดับสูงสุดคือบอสจีน ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทสแกมเมอร์ มีอยู่มากมายหลายบริษัทในแหล่งสแกมเมอร์แต่ละแหล่ง...ถัดลงมาจะเป็นระดับผู้จัดการ ที่คอยควบคุมบรรดาสแกมเมอร์ให้ทำงาน รวมถึงทำร้ายร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยังเป็นคนจีน แต่มีระดับผู้จัดการที่เป็นคนชาติอื่นด้วยส่วนบรรดาสแกมเมอร์จะมีระดับล่างสุด ที่ถูกหลอกมาขายหรือค้ามนุษย์ให้บริษัทสแกมเมอร์ โดนบังคับให้ทำงานหลอกคนดูดเงิน ถ้าทำไม่ได้ตามเป้าจะถูกทำร้ายร่างกาย สแกมเมอร์กลุ่มนี้ เวลามีการปราบปรามจะถูกปล่อยให้หนีข้ามมาฝั่งไทย สแกมเมอร์ระดับสูงกว่าพวกแรก เป็นพวกที่ถูกหลอกมา ทำไปทำมาก็อาจยินยอมพร้อมใจเป็นสแกมเมอร์ เพื่อไม่ให้โดนทำร้าย และอีกพวกหนึ่งคือสมัครใจมาเป็นสแกมเมอร์โดยตรงน่าสนใจว่าแหล่งข่าวลับคนนี้ย้ำว่า ก่อนที่ทหารเมียนมาจะเข้าปราบแก๊งสแกมเมอร์ที่เคเคปาร์คได้ประชุมวางแผนกับทหารกะเหรี่ยง BGF จากนั้นนำรถยนต์มาขนบอสจีนไปไว้ในที่ปลอดภัยก่อน ส่วนระดับผู้จัดการกับสแกมเมอร์ที่ยังต้องใช้งาน ก็ใช้รถขนไปอยู่ตามแหล่งสแกมเมอร์อื่นๆ ที่ผุดขึ้นเรียงรายริมแม่น้ำเมยสอดคล้องกับข้อมูลฝั่งเอ็นจีโอที่ทำงานช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ในแหล่งสแกมเมอร์ริมแม่น้ำเมย “เจ กฤติญา” ผู้ประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ ระบุว่า จากการช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ในจังหวัดเมียวดี ฝั่งเมียนมา พบว่าในเคเคปาร์คมีคนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่น อาจจะมีถึง 2 หมื่นคนแต่...ที่เห็นหนีเข้าไทยแค่ 1,500 กว่าคน เป็นแค่เศษเสี้ยวในเคเคปาร์ค ดังนั้นถ้ามองจากตัวเลขคนที่หนีออกมา เธอมองว่า ไม่น่าจะเรียกว่าเป็นการปราบปรามที่แท้จริงได้ “มันจะมีกลุ่มที่หนีออกมาได้ และเราพยายามช่วยเหลือในการข้ามมา อีกกลุ่มหนึ่งเขาก็รายงานมาว่า มีชาวฟิลิปปินส์ไม่ต่ำกว่า 100 คน ก็ถูกย้ายไปที่หวันหยา แล้วก็มีกลุ่มชาวแอฟริกันถูกย้ายจากเคเคปาร์คไปอยู่ที่อพอลโล ซึ่งอาจจะมีมากถึง 200 คน แล้วก็กระจายไปยังพิกัดอื่น ขายต่อไปยังพิกัดยูหลงเบย์ ซึ่งคนไทยอาจจะรู้จักดีเพราะเคยช่วยเหลือคนไทย 17 คน”“เหยื่อค้ามนุษย์” จำนวนมากที่ขอความช่วยเหลือผ่านเธอและเครือข่าย หลังบอสจีนและผู้จัดการพาออกจากเคเคปาร์คไปไว้ตามแหล่งสแกมเมอร์อื่นๆ และบางส่วนถูกขายต่อกันเป็นทอดๆ ถ้าเป็นเช่นนี้การระเบิดตึกของแก๊งสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเคเคปาร์ค ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม เป็นต้นมา ...คืออะไรกันแน่?แหล่งข่าวลับ “SEE TRUE” ในเมียนมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า แหล่งสแกมเมอร์เคเคปาร์คอยู่ในความดูแลของทหารกะเหรี่ยง BGF ก็จริง แต่รัฐบาลและทหารเมียนมาก็ได้ส่วนแบ่งรายได้จากทหารกะเหรี่ยง BGF ด้วย...การปราบปรามด้วยการระเบิดตึกอาคาร เหตุผลสำคัญเป็นการแสดงให้นานาชาติเห็นว่าปราบปรามจริงเพื่อลดแรงกดดันจากนานาชาติ ซึ่งนำโดยสหรัฐฯที่ทยอยคว่ำบาตรผู้เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ และยึดทรัพย์ของแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งพุ่งเป้าหมายไปที่พม่า ลาว และกัมพูชานอกจากเป็นการสร้างภาพให้เห็นว่า “รัฐบาลเมียนมา” และ “ทหารกะเหรี่ยง BGF” กำจัด “สแกมเมอร์”...อย่างเด็ดขาด จริงจัง ยังมีเหตุผลอื่นที่ซุกซ่อนอยู่มากกว่านั้นโดยเฉพาะอิทธิพลของ “รัฐบาลจีน” ในการแผ่อำนาจในพม่า ลาว กัมพูชา และไทย รวมถึงการทำลายพยานหลักฐานบางอย่าง ที่อาจเกี่ยวโยงไปถึงอาชญากรรมสะเทือนขวัญคำถามสำคัญคือ ทำไมต้องระเบิดตึก? ในเมื่อการจับกุมอาชญากรไม่จำเป็นต้องใช้ระเบิดทำลายหลักฐานขนาดนั้น วิเคราะห์กันว่านี่คือกลยุทธ์ “ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว”... ปฏิบัติการครั้งนี้จึงอาจไม่ใช่การ “กวาดล้าง” แต่เป็นเพียงการ “เปลี่ยนรัง” เพื่อรอวันกลับมาผงาดในรูปแบบที่ซับซ้อนกว่าเดิม!ทีมข่าวสืบสวน “SEE TRUE” ไทยรัฐทีวี ชวนให้ติดตามเรื่องนี้ได้ในตอนต่อไป.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม