ไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอจริงหรือ? เป็นคำถามใหญ่ไปถึง นายกฯหนู อนุทิน ชาญวีรกูล ที่แถลงยืนยันหลายครั้ง ไทยมีน้ำมันเพียงพอไม่ขาดแคลน และมีน้ำมันสำรองสูงถึง 101 วัน สูงสุดในอาเซียน แต่ในความเป็นจริงที่ทุกคนเห็นในปัจจุบัน ก็คือ น้ำมันขาดแคลนทุกภาคทั่วประเทศ รถทุกชนิดเข้าคิวรอซื้อน้ำมันหน้าปั๊มยาวเหยียดทุกวัน บางปั๊มยาวเป็นกิโล บางปั๊มรอกันข้ามวันข้ามคืน รัฐบาลก็โทษปัญหาการขนส่งรถน้ำมันส่งเข้าปั๊มไม่ทัน ผู้ประกอบการไปแย่งซื้อหน้าปั๊ม แต่พนักงานขับรถส่งน้ำมันยืนยัน การขนส่งน้ำมันไม่มีปัญหา ปัญหาคือไม่มีน้ำมันให้ขน ผู้ประกอบการก็แฉว่า ราคาน้ำมันหน้าคลังแพงกว่าหน้าปั๊มถึงลิตรละ 11 บาท เลยต้องมาซื้อที่ปั๊มข้อมูลเหล่านี้สะท้อนว่า รัฐบาลกำลังหลงทาง แก้ปัญหาผิดทาง หรือไม่ก็ปกปิดความจริงบางอย่าง ถ้ามีน้ำมันสำรอง 100 วันจริง แล้วน้ำมันอยู่ที่ไหน ทำไมถึงขาดแคลนหนัก มีใครได้กำไรจากการตรึงราคา 15 วันหรือไม่ คำถามเหล่านี้ล้วนต้องการคำตอบคุณสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ที่ออกมายกมือไหว้ขอโทษประชาชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เปิดเผยว่า ไทยมีโรงกลั่นน้ำมัน 6 โรง มีกำลังการกลั่น 175 ล้านลิตรต่อวัน (กว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน) กลั่นได้ น้ำมันเบนซิน 32–33 ล้านลิตร น้ำมันดีเซล 75–80 ล้านลิตร น้ำมันเครื่องบินเจ็ต 25 ล้านลิตร น้ำมันเตา 13 ล้านลิตร และ แก๊สหุงต้ม 6–7 ล้านกิโลกรัม ปริมาณน้ำมันทั้งหมดที่ไทยกลั่นได้นี้ ก่อนสงครามอิหร่านไทยเหลือใช้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปวันละกว่า 30 ล้านลิตร แต่เมื่อเกิดสงคราม นายกฯอนุทินได้มีคำสั่งให้ระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป ทำให้ไทยมีน้ำมันสำเร็จรูปใช้เต็มที่วันละ 175 ล้านลิตร ซึ่งเหลือเฟือมากเมื่อไทยมีน้ำมันใช้เหลือเฟือ แล้วเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันกะทันหันอย่างรุนแรงได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ นายกฯอนุทิน ต้องมีคำตอบให้ประชาชนที่กำลังเดือดร้อน มีใครได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันหรือไม่ นายกฯอนุทินต้องเคลียร์ให้กระจ่าง ความเสียหายได้กระจายไปในวงกว้างแล้ว จะแก้ที่ปลายเหตุอย่างเดียวไม่ได้ต้นเดือนมีนาคม คุณสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ได้เปิดเผยในงานเสวนาวิชาการว่า ณ วันที่ 9 มีนาคม ไทยมีน้ำมันสำรองในประเทศรองรับการใช้ได้ 39 วัน เป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 3,389 ล้านลิตร ใช้ได้ 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,403 ล้านลิตร ใช้ได้ 14 วัน โดยมีน้ำมันที่จัดหาไว้แล้วแต่ยังมาไม่ถึงประเทศไทยอีก 7,050 ล้านลิตร แบ่งเป็น น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งมาไทย (ลงเรือแล้ว) 3,350 ล้านลิตร ใช้ได้ 26 วัน และ น้ำมันที่ทำสัญญาจองไว้แล้วนอกพื้นที่ความขัดแย้ง 3,700 ล้านลิตร ใช้ได้ 30 วัน แต่ลอตหลังนี้ยังไม่ลงเรือเลย จึงไม่น่าจะนับเข้าไปด้วยสรุปก็คือ ไทยมีน้ำมันสำรองที่ใช้ได้จริงในวันนี้เพียง 39 วันเท่านั้น ถ้านับจากวันที่ 9 มี.ค. ถึงวันนี้ก็เหลือพอใช้อีกแค่ 28 วัน น้ำมันสำรองอีก 56 วันยังมาไม่ถึงไทยสงครามในตะวันออกกลาง นักวิเคราะห์จาก ธนาคารเจพีมอร์แกน และ โกลด์แมน แซค ประเมินว่า น่าจะยืดเยื้อกว่าที่คาด ผลักดันให้วิกฤติอุปทานพลังงานรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ปกติน้ำมันดิบที่ขนส่งผ่าน “ช่องแคบฮอร์มุซ” อยู่ที่ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังสงครามดำเนินมา 20 วัน (นับถึงวันนี้) ช่องว่างอุปทานน้ำมันโลกที่หายไปทะลุ 400 ล้านบาร์เรลไปแล้ว การขาดแคลนน้ำมันจะตามมาอย่างรวดเร็วโกลด์แมน แซค ประเมินว่า ราคาน้ำมันสำเร็จรูปจะเพิ่มขึ้นแรงกว่าน้ำมันดิบอย่างมีนัยสำคัญ เช่น น้ำมันเครื่องบินเจ็ต น้ำมันดีเซล เพราะ น้ำมันดิบในตะวันออกกลางกลั่นได้น้ำมันดีเซล น้ำมันเครื่องบิน น้ำมันเตา มากกว่าน้ำมันดิบชนิดอื่น และโรงกลั่นน้ำมันในไทยก็ใช้กลั่นน้ำมันดิบประเภท Medium–light ตะวันออกกลาง เป็นหลักโรงกลั่นน้ำมันไทยจึงได้รับผลกระทบโดยตรง ถ้าขาดน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง น้ำมันดีเซล เบนซิน น้ำมันเครื่องบิน ขาดแคลนแน่นอน รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาตรงนี้โดยเร็ว และพูดความจริงกับประชาชน ไหว้สวยอย่างเดียวแก้ปัญหาไม่ได้ครับ.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม