ตามไทม์ไลน์รัฐบาลชุดใหม่จะเริ่มตั้งไข่กันได้หลังจากเปิด สมัยประชุมสภาครั้งแรกวันที่ 14 มีนาคม วันที่ 15 มีนาคม ประชุมสภา โหวตเลือกประธานสภา ตัวเต็งที่ไม่ต้องเกร็ง โสภณ ซารัมย์ นอนมา รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ที่มีจำนวน สส. 192 เสียง คุมเกมในสภา ชนิดนอนมาอีกกระทอก บวกกับ สว.ที่มีทัศนคติไปในทิศทางเดียวกับพรรคภูมิใจไทย เพราะฉะนั้นอีก 2-3 วัน 16-18 มีนาคม สภาจะโหวตให้ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ อีกสมัยอย่างไม่ต้องสงสัยและรัฐบาลอนุทินก็จะได้ ครม.ชุดใหม่ ในอีก 1 สัปดาห์ต่อมาหรือไม่เกินสิ้นเดือน มี.ค.เริ่มต้นเดือน เม.ย.หลัง ครม.เข้าถวายสัตย์ รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อสภา ในอีก 1 สัปดาห์ถัดมา สัปดาห์ที่ 2 ของเดือน เม.ย. ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด รัฐบาลอนุทินอีกครั้ง ก็จะเริ่ม ทำงานได้ทันทีความมหัศจรรย์ของเดือน ก.พ. และเดือน มี.ค.2569 คือ วันและวันที่ของทั้งสองเดือนนี้ตรงกันเป๊ะ ยกเว้นสัปดาห์สุดท้าย ของเดือนมีนาคม วันที่ 29-30-31 มีนาคม จะงอกออกมาเนื่องจากเดือน ก.พ. มีแค่ 28 วันณ จุดนี้เลขาธิการพรรรคภูมิใจไทย ไชยชนก ชิดชอบ ตอบคำถามนักข่าวว่า การจับขั้วรัฐบาลคืบหน้าไป 99.99% เท่ากับว่า รัฐบาลชุดใหม่จะมี สส.สนับสนุนรวมกันแล้ว 292 เสียง อีก 1 เสียง สส.สุพรรณพรรคภูมิใจไทยรอ กกต.รับรองรวมเบ็ดเสร็จก็จะเป็น 293 เสียง ที่เหลืออีก 207 เสียงก็จะเป็นพรรคฝ่ายค้าน พรรคประชาชน 120 เสียง กล้าธรรม 58 เสียง ประชาธิปัตย์ 21 เสียง รวมใจไทย 6 เสียง รวมไทยสร้างชาติ 2 เสียง และไทยภักดี 1 เสียงจุดไคลแมกซ์ของเรื่องก็คือ ฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง บ้านใหญ่ที่ไม่ทั่วถึง นิติสงครามที่ค้ำคอ และสงครามโลกล้อมประเทศ นำไป สู่วิกฤติเศรษฐกิจที่ซ้อนวิกฤติ เป็นวิบากกรรมซ้ำซ้อนของรัฐบาลชุดนี้วิกฤติที่เกิดจากการเมืองภายใน พอที่จะต่อรองเจรจาได้ ดูอย่าง เรื่องที่ ป.ป.ช. ขอเลื่อนการส่งสำนวนให้ศาลฎีกาวินิจฉัย กรณี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และอีก 43 อดีต สส.ก้าวไกล เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั่นปะไร อ่านสำนวนดูแล้ว ไม่น่าจะได้ไปต่อ ซึ่งในจำนวนนั้นก็คือแกนนำของพรรคประชาชนในวันนี้ทั้งที่ครบกำหนด 30 วันในการยื่นสำนวนหลักฐานต่างๆไปแล้ว ในทางการเมืองย่อมมีนัยสำคัญพอสมควร ไม่ว่าจะเอาประเด็นนี้มาขยายความอย่างไร พรรคประชาชนก็เสียจุดยืนตั้งแต่ที่ยอมยกมือให้อนุทิน ชาญวีรกูล ไปแล้ววิกฤติที่แท้จริงก็คือ เศรษฐกิจ เป็นเศรษฐกิจจากภายนอกที่กระทบภายใน และเป็นเศรษฐกิจจากภายในที่่กระทบไปสู่ภายนอก เป็นวิกฤติเศรษฐกิจที่ควบคุมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นสงครามตะวันออกกลาง สงครามการค้า และสงครามขั้วอำนาจจีนกับสหรัฐฯไม่มีวันที่จะรบกันโดยตรง แต่จะใช้พื้นที่สงครามในภูมิภาคต่างๆเป็นสนามรบ และสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปนี้ ไม่ใช่สงครามโลก แต่จะเป็นสงครามโลกเศรษฐกิจการค้า วิบากกรรมที่จะทำให้รัฐบาลซวนเซก็คือมหาสงครามเศรษฐกิจโลก.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม