ก็ถือเป็น “ข่าวเซอร์ไพรส์” เมื่อหนังสือพิมพ์สหรัฐฯรายงานว่า สหรัฐฯและอิสราเอลกำลังหาทางยุติสงครามกับอิหร่านแล้ว หลังจากที่สหรัฐฯทำสงครามกับอิหร่านตามก้นยิวมาสิบกว่าวัน แม้ ประธานาธิบดีทรัมป์ จะออกมาแถลงข่มขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านให้หนักขึ้นกว่าเดิม แต่ นสพ.วอชิงตันโพสต์ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงอิสราเอลบางส่วนเริ่มแสดงความกังวล สงครามที่ไม่มีจุดจบชัดเจน อาจสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อภูมิภาคและเศรษฐกิจโลก จึงเริ่มมีการหารือถึง “ทางลง” หรือ Exit Ramp เพื่อยุติสงครามก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายกว่านี้สหรัฐฯเองก็กังวล สำนักข่าว Axios รายงานข่าวว่า ทรัมป์ไม่พอใจอิสราเอลอย่างมากที่โจมตีคลังน้ำมันอิหร่านถึง 30 แห่ง เกินกว่าที่สหรัฐฯคาดการณ์ไว้มาก ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสหรัฐฯขัดแย้งกับอิสราเอล แม้อิสราเอลจะแจ้งให้สหรัฐฯทราบล่วงหน้าแล้วก็ตาม สหรัฐฯกังวลว่าการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว อาจส่งผลเสียต่อยุทธศาสตร์ อาจทำให้สังคมอิหร่านหันมาสนับสนุนระบอบการปกครองของอิหร่านที่สหรัฐฯต้องการทำลายมากขึ้นและทำให้ราคาน้ำมันโลกสูงขึ้น ประเทศที่เดือดร้อนที่สุดคือสหรัฐฯ และพันธมิตรแม้รายงานข่าวจะไม่ได้ระบุถึง “สาเหตุ” ที่ ประธานาธิบดีทรัมป์ ตัดสินใจจะยุติสงครามกับอิหร่าน แต่มีเหตุการณ์หลายอย่างที่บ่งชี้ว่า สหรัฐฯจำเป็นต้องขอยุติสงครามเพราะคลังแสงอาวุธเริ่มขาดแคลน โดยเฉพาะจรวดต่อต้านการโจมตีทางอากาศอย่าง Patriot และ THAAD กำลังขาดแคลนหนัก เนื่องจากสหรัฐฯใช้สนับสนุนทั้งอิสราเอลและยูเครน สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ได้ตรวจสอบข้อมูลในเว็บไซต์ Flightradar 24 พบว่า เครื่องบินลำเลียงทางทหาร C–17 และ C–5 หลายลำ ได้บินออกจากฐานทัพอากาศโอซานในเมืองพยองแท็ก เกาหลีใต้ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้แทบไม่เคยเห็นเครื่องบินลำเลียงมาจอดในคาบสมุทรเกาหลีเลย ไม่รู้มาขนอะไรออกไปแต่ปริศนานี้ก็ถูกเปิดเผยโดย สำนักข่าวยอนฮับ ของเกาหลีใต้ว่า กองกำลังสหรัฐฯประจำเกาหลี (Us Forces Korea : USFK) ได้เคลื่อนย้ายเครื่องยิงขีปนาวุธ Patriot ออกจากหลายพื้นที่ในเกาหลีใต้มายังฐานทัพอากาศโอซาน มีความเป็นไปได้ว่า สหรัฐฯอาจเคลื่อนย้ายระบบป้องกันจากเกาหลีใต้ยังพื้นที่อื่น ซึ่งมีข่าวว่าเป็นตะวันออกกลางประธานาธิบดี อี แจ–มยอง ของเกาหลีใต้ ก็ออกมาแสดงความกังวลที่ สหรัฐฯย้ายระบบป้องกันภัยทางอากาศบางส่วนไปยังพื้นที่อื่น นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่า จรวด Patriot ยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบป้องกันภัยทางอากาศของเกาหลีใต้ แม้ว่าเกาหลีใต้จะสามารถพัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธได้เองแล้ว เช่น Cheongung–ll ระบบสกัดขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศ ซึ่งเกาหลีใต้ได้ขายให้ สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ (UAE) ไป 30 ชุด UAE ได้ใช้ยิงสกัดการโจมตีจากอิหร่านไปแล้ว แสดงว่า UAE ซึ่งมีฐานทัพอากาศสหรัฐฯตั้งอยู่ ไม่มีขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศจากสหรัฐฯเหลือแล้วการเปิดสงครามกับอิหร่าน ทำให้สหรัฐฯ และพันธมิตรในตะวันออกกลาง มีความต้องการขีปนาวุธสกัดกั้นและอาวุธโจมตีเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่บริษัทผลิตอาวุธรายใหญ่ของสหรัฐฯผลิตอาวุธให้ไม่ทัน แม้ทรัมป์จะเพิ่มงบประมาณให้กองทัพสหรัฐฯ อีก 500,000 ล้านดอลลาร์ จาก 1 ล้านล้านดอลลาร์ เป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ 48 ล้านล้านบาท จนทรัมป์ต้องเรียกบริษัทผลิตอาวุธยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯมาขู่ว่าจะยกเลิกสัญญาถ้าผลิตไม่ทันข้อมูลทางทหารระบุว่า คลังแสงอาวุธสหรัฐฯกำลังร่อยหรอ โดยเฉพาะ จรวดป้องกันภัยทางอากาศ Patriot และ THAAD ซึ่งใช้สนับสนุนทั้งอิสราเอลและยูเครน แต่สงครามที่ยืดเยื้อทำให้อัตราการใช้อาวุธสูงกว่ากำลังการผลิต อิสราเอลใช้อาวุธเหล่านี้ไปมากกว่า 2,000 ครั้งจนหมดคลังแสง ทำให้สหรัฐฯต้องเร่งย้ายขีปนาวุธ Patriot และ THAAD จากเกาหลีใต้ไปยังตะวันออกกลาง ถ้าสงครามยืดเยื้อเป็นเดือนเป็นปี สหรัฐฯพ่ายแพ้แน่นอน อย่างที่ นอสตราดามุสจีน ทำนายไว้ สหรัฐฯไม่กล้าส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าไปในอิหร่าน ทรัมป์จึงต้องกลืนน้ำลายตัวเองอีกครั้ง หาทางเจรจายุติสงครามกับอิหร่านโดยเร็วที่สุด ถ้าทุกอย่างเป็นจริงก็ถือเป็นข่าวดีของโลกเลยทีเดียว.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม