โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภา 14 มี.ค. เลขาธิการสภาฯนัดประชุมด่วน 15 มี.ค. โหวตเลือกประธานสภา-รองประธานฯ "อนุทิน" เบ่งกล้ามโชว์สื่อเปิดงาน THAIFEX แจงเหตุป่วยท้องเสียเพราะกินของดิบ "ศุภจี" ไม่ติดเดินงานเกษตรร่วมกับต่างพรรค “ผู้กอง” ลั่นไปไม่นานรอวันรีเทิร์น จับมือเป็นฝ่ายค้านกับ ปชน.ไม่จีรัง ยกมีคุณธรรมมากพอไม่ใช่ฝ่ายแค้น โยนปม “ชนนพัฒฐ์” เรื่องส่วนตัว “อภิสิทธิ์” กัดไม่ปล่อยทุนเทา จับตา ปปง.-ก.ล.ต.ติ๊ดชึ่ง “พีระพันธุ์” สละเก้าอี้ปาร์ตี้ลิสต์ ให้ “อรรถวิชช์” ทำงานในสภา แทน ผู้ตรวจฯเผยมีร้องเรียนเลือกตั้ง 40 เรื่องโปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภา วันที่ 14 ม.ค. ขณะที่นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ออกหนังสือเรียกประชุมสภาผู้แทน ราษฎร วันที่ 15 มี.ค. เวลา 09.00 น. มีวาระให้ สส. ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ จากนั้น จะมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานฯโปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ประชุมสภาเมื่อวันที่ 11 มี.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหา วชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ได้มีการ เลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 121 กำหนด ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาภายในสิบห้าวัน นับแต่ วันประกาศผลการเลือกตั้ง สส.อันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป โดยให้ถือเป็นวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่หนึ่ง อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 121 มาตรา 122 และมาตรา 175 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.2569 เป็นต้นไป นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ผู้รับสนองพระบรมราชโองการนัดโหวตประธานสภาฯ 15 มี.ค.นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เมื่อมีประกาศพระราช กฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา วันที่ 14 มี.ค. รัฐสภามีความพร้อมจัดรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะเชิญ สส. สว. รวมถึง นายกรัฐมนตรี ครม. ทูตานุทูต ประธานองค์กรอิสระ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรัฐพิธี ที่ห้องโถงพิธี ชั้น 11 อาคารรัฐสภา เวลา 17.00 น. ส่วนการเปิดประชุม สภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาฯ ได้รับการประสานจากพรรค การเมืองที่รวบรวมเสียงข้างมากว่ามีความพร้อมวันที่ 15 มี.ค. ดังนั้นจะจัดประชุมสภาฯวันดังกล่าว ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ให้ สส.กล่าวปฏิญาณตนต่อที่ประชุมก่อนปฏิบัติหน้าที่ และเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ขณะที่การประชุมนัดถัดไปเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ต้องรอให้ประธานสภาฯ ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งก่อน จึงจะกำหนดวันได้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ออกหนังสือด่วนมาก ที่ สผ 0014/ผ 1 ถึง สส. เรื่อง การประชุมสภาผู้แทน ราษฎร ในวันที่ 15 มี.ค. เวลา 09.00 น. มีวาระ สส.ปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ จากนั้นจะมีการเลือกประธานสภาฯ และรองประธานฯ“อนุทิน” เบ่งกล้ามโชว์เปิดงานเมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องจูปีเตอร์ 4-6 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็คเมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงานแสดงสินค้า THAIFEX-HOREC ASIA 2026 มีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ รอต้อนรับ ทันทีที่นายอนุทินมาถึงผู้สื่อข่าวสอบถามถึงอาการป่วย นายอนุทินจึงทำท่าเบ่งกล้ามโชว์แข็งแรง และยิ้มให้สื่อ จากนั้นขึ้นกล่าวเปิดงานว่า ความสำเร็จ และการเติบโตของภาคธุรกิจ HoReCa สะท้อนความพร้อมของไทยในการมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตธุรกิจโรงแรม และการบริการโลก จุดแข็งของไทย ไม่ได้อยู่แค่สินค้า และบริการ แต่ยังรวมถึงวัฒนธรรมอาหาร และไมตรีจิตแบบไทยที่เป็นรากฐานสำคัญสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ต่อมานายกฯเยี่ยมชม บูธจัดแสดงสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติ ได้ลองชิมน้ำซุป และผักเซเลอรีที่ใส่ผงเครื่องปรุงที่สกัดจากผัก มีรสชาติเค็มใช้ปรุงแทนเกลือเหมาะกับผู้ป่วย พร้อมชิมไอศกรีมที่ทำจากนมถั่วเหลือง และช็อกโกแลต จ.ตากป่วยท้องเสียเพราะกินของดิบผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าหายป่วยแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินจับที่คอแสดงอาการเจ็บคอ เมื่อถามอีกว่า นายกฯจะป่วยอีกกี่วัน หรือต้องรอหลังโหวตประธานสภาฯ และโหวตนายกฯจึงจะให้สัมภาษณ์ได้ นายอนุทิน หัวเราะในลำคอและยิ้มก่อนกล่าวว่า ชอบแกล้งอยู่เรื่อย พร้อมชี้แจงว่าเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ท้องเสียเพราะทานอาหารญี่ปุ่น ซึ่งเป็นของดิบ“ศุภจี” ไม่ติดทำงานร่วมต่างพรรคนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงการเข้ามาทำงานการเมืองเต็มตัวทำให้ถูกจับตามองมากเป็นพิเศษ เพราะถือเป็นคนเก่งว่า ไม่ได้เป็นคนเก่งอะไร แต่เป็นคนที่มีความตั้งใจมากกว่า จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนให้มากที่สุด ส่วนตัวไม่ได้ห่วงอะไร อะไรที่ไม่ได้เป็นประโยชน์กับประชาชนก็ไม่ต้องไปสนใจ เมื่อถามว่าต้องเป็นรองนายกฯที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยหรือไม่ นางศุภจีตอบว่า ยังไม่ทราบ เราดูแลการค้าการขายอยู่แล้ว ต้องเกี่ยวข้องกับเกษตร และทุกวันนี้ทำงานบูรณาการกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่แล้ว ส่วนต้องเข้าไปดูแลรับผิดชอบหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนายกฯ เมื่อถามว่าถ้าต่างพรรคจะไม่มีปัญหาการประสานงานใช่หรือไม่ นางศุภจีตอบว่า จริงๆแล้วทุกคนทำงานเพื่อประเทศและประชาชนเป็นหลัก ฉะนั้นพรรคไหนก็ได้ ขอให้เป็นพรรคที่มีเป้าหมายเดียวกันคือทำเพื่อประเทศและประชาชนสูงสุด ไม่ได้มองว่าเป็นพรรคไหน มองที่งานเป็นหลัก“ผู้กอง” ลั่นไปไม่นานรอวันรีเทิร์นที่โรงแรมปรินซ์ พาเลซ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) เป็นประธานกล่าวเปิดงานประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการยกระดับมาตรฐานเชื่อมโยงเทคโนโลยี ขับเคลื่อนสหกรณ์สู่ความยั่งยืนว่า อาจจะไปไม่นานแล้วกลับมา ถ้ามีวาสนาได้กลับมาดูแลพี่น้องเกษตรกรก็จะทำให้ดี การเปลี่ยนผ่านผู้นำ ตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดและรัฐมนตรีช่วยไม่จีรัง มาแล้วก็ไป การเป็นนักการเมืองเป็นเรื่องปกติ คนโน้นมาคนนี้มา นโยบายอาจไม่ต่อเนื่อง ดังนั้นเราต้องสำนึกว่าเราเป็นข้าของพี่น้องประชาชนในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องตระหนักอยู่ตลอดว่าคือข้าของแผ่นดิน ต้องสำนึกว่าถ้าไม่มีแผ่นดินนี้ไม่มีประชาชน ไม่มีพี่น้องเกษตรกร พวกเราก็ไม่รู้จะทำอะไรจับมือ ปชน.ฝ่ายค้านไม่จีรังร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ได้พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เมื่อถามย้ำว่าพร้อมเป็นฝ่ายค้านแล้วใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า เป็นนักการเมืองต้องทำได้ทุกบทบาท เน้นย้ำ สส.ทั้ง 58 คนของพรรคว่าแม้ไม่ได้ร่วมรัฐบาล แต่ต้องทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนแต่ละพื้นที่ เมื่อถามว่าจะทำงานร่วมกับพรรคประชาชน (ปชน.) ได้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ถูกโจมตีมาตลอด ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า มิตรภาพทางการเมืองเป็นสิ่งไม่จีรัง คนเคยไม่ถูกกันหรือทัศนะไม่ตรงกันเมื่อมาทำงานร่วมกัน ก็ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ประชาชน เมื่อถามว่าวางแนวทางการตรวจสอบรัฐบาลอย่างไร ร.อ.ธรรมนัสร้องโอ๊ยพร้อมหัวเราะก่อนตอบว่า “ยังไม่ได้เป็นเลย ใจเย็นๆ” เมื่อถามว่าพรรค ปชน.หวังว่าพรรค กธ.จะมีข้อมูลลับ เป็นฝ่ายค้านเชิงรุก ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า “ไม่มีครับ ผมไม่ใช่ฝ่ายแค้น ผมมีคุณธรรมพอ” เมื่อถามว่ากังวลว่านโยบาย ส.ป.ก. 4-01 จะไม่ถูกสานต่อหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า เรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ใครที่มานั่งตำแหน่งนี้ถ้าไม่สานต่อ ตนจะใช้ สส.ทั้ง 58 คนขับเคลื่อนผ่านสภาชี้ถ้าไม่แข่งกันเองก็เท่ากับฮั้วเมื่อถามว่าถอดบทเรียนกันในพรรคหรือไม่ว่าทำไมถึงไม่ได้ร่วมรัฐบาล ทั้งที่มี 58 เสียง ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า บางครั้งความสำเร็จในการได้มาซึ่งชัยชนะเลือกตั้ง ไม่ใช่เครื่องยืนยันว่าเราจะสามารถเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือเมื่อไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่งก็ไม่สามารถควบคุมได้ ส่วนที่หลายคนมองว่าเป็นเพราะมีปัญหาเรื่องลง สส.แข่งกับพรรค ภท. ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า “ถ้าไม่แข่งกันเองก็ฮั้วกันสิครับ” เมื่อถามว่าที่พูดบนเวทีว่าจะไปไม่นาน ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ความไม่แน่นอนของการเมืองเห็นอะไรมาเยอะ บางครั้งพรรคที่ได้อันดับหนึ่งไม่ได้หมายความว่าจะเป็นรัฐบาลเสมอไป หรือรัฐบาลจะอยู่เสมอไป อยู่ที่ผลงานและการบริหารบ้านเมือง เมื่อถามถึงโผ ครม.ล่าสุด มีชื่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย มานั่ง รมว.เกษตรฯ จะส่งมอบงานอย่างไร ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ยังไม่เห็นข่าว แต่ระดับนายสุริยะคงไม่ต้องส่งมอบ ท่านเป็นนักการเมืองมานานโยนปม “ชนนพัฒฐ์” เรื่องส่วนตัวร.อ.ธรรมนัสยังกล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกนายชนนพัฒฐ์นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรค กธ. เข้าพบพนักงานสอบสวนวันที่ 12 มี.ค.ว่า ต้องไปถามเขา เป็นเรื่องส่วนตัวยุ่งมากไม่ได้ อย่างมากให้กำลังใจ เราอยู่พรรคเดียวกัน เชื่อว่าสมาชิกพรรคถามไถ่เป็นเรื่องปกติ ให้กำลังใจกัน เมื่อถามว่ามองกรณีนี้เป็นการเล่นงานทางการเมืองหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ไม่ทราบ ถ้าตนทำจะตอบได้ เมื่อถามว่า มั่นใจในความบริสุทธิ์ใจของนายชนนพัฒฐ์หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า เป็นเรื่องส่วนตัว ตอบแทนไม่ได้“มาร์ค” ร่วมงาน ปชน.–กธ.ไร้ปัญหาที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า พรรคไม่ได้รับการทาบทามเข้าร่วมรัฐบาล และรัฐบาลมีเสียงเพียงพอแล้ว พรรคพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน วันนี้เราต่อในเรื่องสำคัญด้านเศรษฐกิจคือทุนเทาสแกมเมอร์ ถ้าเราไม่จริงจังกับปัญหานี้เดินต่อได้ยาก พรรครวมให้ข้อมูลและเตือนแล้วว่าจะมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน แต่ ปปง.และ ก.ล.ต.ไม่ดำเนินการก็เกิดความเสียหายขึ้นจากการขายหุ้นหนี เราอยากได้คำตอบว่าใครจะรับผิดชอบ และจะแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีกอย่างไร สังคมสงสัยว่าอะไรคืออุปสรรค ติดขัดอะไร เมื่อถามว่าทำงานฝ่ายค้านร่วมกับพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาชน จะมีปัญหาอะไรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร ส่วนกระแสข่าวจะมีการเสนอชื่อนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานสภาฯ เป็นสิทธิของฝ่ายรัฐบาล และนายโสภณมีประสบการณ์พอสมควร“พีระพันธุ์” เปิดทางให้คนรุ่นใหม่เมื่อเวลา 15.35 น. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ได้หารือร่วมกับกรรมการบริหารพรรค มีความเห็นตรงกันว่า พรรค รทสช.ยังคงได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนอย่างมั่นคง ขณะเดียวกันคนรุ่นใหม่ของพรรคมีศักยภาพ มีแนวคิดและมีพลังที่จะช่วยขับเคลื่อนให้พรรคเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต ดังนั้นจึงควรเปิดพื้นที่และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงขออาสาเป็นแกนหลักผลักดันและสนับสนุนการทำงานของคนรุ่นใหม่อย่างเต็มกำลัง ภารกิจดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยเวลา ความทุ่มเท และการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันพรรคยังต้องเดินหน้าสร้างผลงานทางการเมือง และทำหน้าที่ในสภาอย่างเข้มแข็งควบคู่กันไป หากต้องรับผิดชอบทั้งสองภารกิจพร้อมกัน อาจทำให้การขับเคลื่อนงานในแต่ละด้านไม่เต็มศักยภาพเท่าที่ควรให้ “อรรถวิชช์” ทำงานในสภาแทน“ผมจึงได้เสนอให้นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค เข้าไปทำหน้าที่ในสภาแทนผม และผมมั่นใจอย่างยิ่งว่านายอรรถวิชช์เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ พร้อมทำหน้าที่ดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพรรคและพี่น้องประชาชน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามแนวทางนี้ ผมจึงได้แจ้งขอลาออกจากการเป็นสส.บัญชีรายชื่อต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้นายอรรถวิชช์เลื่อนขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่ สส.บัญชีรายชื่อ ทำงานในสภาแทนผมต่อไป สำหรับตัวผมยังคงทำหน้าที่หัวหน้าพรรค รทสช.อย่างเต็มกำลัง และจะยังคงเดินหน้าทำงานเพื่อพรรค เพื่อประชาชน และประเทศชาติต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง ความเชื่อมั่นและพลังสนับสนุนจากทุกท่าน คือพลังสำคัญที่ทำให้ผมและพรรค รทสช.ยังคงมุ่งมั่นทำงานเพื่อบ้านเมืองต่อไป” นายพีระพันธุ์ระบุผู้ตรวจฯเผยมีร้องเลือกตั้ง 40 เรื่องที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องเรียนการเลือกตั้งปี 2569 ว่า อยู่ระหว่างการพิจารณา ส่วนข้อชี้แจงของ กกต. ขอเวลาพิจารณาเป็นการภายในก่อน ต้องนำข้อมูลมาวิเคราะห์ มั่นใจว่าเราทำเรื่องนี้อย่างรอบคอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้ตรวจการแผ่นดินทำเรื่องนี้เต็มกรอบเวลา 60 วัน แล้วค่อยเปิดโอกาสให้ประชาชนไปฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายทรงศักตอบว่า ต้องไปถามคนที่ตั้งข้อสังเกต ไม่สามารถตอบแทนได้ ขณะนี้เหลือเวลาอีกกว่า 30 วัน เสร็จเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น แต่อยู่ในกรอบเวลา 60 วัน ทั้งนี้ มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญทั้งหมด 40 คำร้อง มีเรื่องละเมิดสิทธิเสรีภาพ 20 เรื่อง เรื่องความเดือดร้อนอีก 10 กว่าเรื่อง และอื่นๆ รวมถึงประเด็นทีโออาร์ และการจัดพิมพ์บาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง นับตั้งแต่รับเรื่องร้องเรียนเรานำมาวิเคราะห์เลย เมื่อถามย้ำว่าการพิจารณาให้เป็นโมฆะหรือไม่ เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ นายทรงศักตอบว่า ไม่ทราบ เราพิจารณาเฉพาะเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ เหมือนกลั่นกรองให้ศาลรัฐธรรมนูญอีกชั้นอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่