สูตรจัดตั้งรัฐบาลบนเสถียรภาพที่มั่นคง เป็นการขยับมุมคิดผ่านตัวตนของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม (กธ.) โยนตัวเลขการจัดตั้งรัฐบาล 265 เสียงกับจัดตั้งรัฐบาล 295 เสียง สูตรไหนมีเสถียรภาพมากกว่ากันฝ่ายมองการเมืองที่มองไม่ลึกซึ้งย่อมชี้ไปที่สูตรหลังมีเสถียรภาพมากกว่า แต่ถ้า 265 เสียงมาจากพรรคเดียวกัน แพ้ 295 เสียงไปถึง 30 เสียงกลับมีเสถียรภาพมากกว่า 295 เสียงที่เป็นพรรคร่วม ซึ่งมีองค์ประกอบยิบย่อย โดยเฉพาะพรรคแกนนำที่มีเสียงไม่ถึง 200 เสียงเอาให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น หากพรรคใดมีเพียง 251 เสียง ก็เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากกว่ารัฐบาลที่เป็นพรรคร่วม 300 เสียง เพราะระบบรัฐสภาใช้เสียงข้างมากโดยเฉพาะในจังหวะที่ฝ่ายค้านใช้อาวุธหนักยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาล สมมติวันนี้รัฐบาลมี 300 เสียง เกิดมีพรรคที่มีกว่า 50 เสียงไม่สนับสนุน เท่ากับรัฐมนตรีที่ถูกซักฟอกถูกโหวตให้ตกเก้าอี้ไปเลยทั้งหมดที่ฉายภาพบนหลักการ ขึ้นอยู่กับพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ที่หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรอง สส.เกิน 95% หรือ 475 คน พรรคไหนรวม สส.เกิน 251 เสียง ก็เป็นจุดเริ่มต้นจัดตั้งรัฐบาล รัฐบาลจะมีเสถียรภาพหรือไม่ เสถียรภาพคือสมดุล ขณะที่ตัวเลขไม่ได้ตอบว่ามันสมดุลและมีเสถียรภาพหรือไม่ระหว่างพรรค กธ.ร่วมรัฐบาล และไม่ร่วมรัฐบาล มีจุดแข็งจุดอ่อนต่อรัฐบาลอย่างไร น.อ.อนุดิษฐ์ บอกว่า หลังเลือกตั้งเชื่อว่าทุกพรรคอยากเป็นรัฐบาล เพื่อผลักดันนโยบายลงไปแก้ปัญหาให้ประชาชน สร้างความนิยมสำหรับเตรียมเลือกตั้งครั้งต่อไปแต่การเมืองไปยึดติดต้องเป็นรัฐบาล คงไม่ใช่ เป็นอะไรก็ทำหน้าที่ให้ประชาชนได้ ตามที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ. เคยระบุ ถ้าไม่ได้อยู่ในพรรคที่ถูกดึงเข้าร่วมรัฐบาล มันก็ต้องเป็นฝ่ายค้านใช่ว่าการทำหน้าที่เป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะได้เปรียบ ที่ผ่านมาพรรคที่เป็นฝ่ายค้าน ตรวจสอบรัฐบาล เพื่อให้ผลักดันนโยบายตามสัญญาไปถึงประชาชน พอถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไปก็กลายเป็นพรรคที่ใหญ่ขึ้นได้พรรคการเมืองต้องพร้อมเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านมีปัจจัยอะไรบ้างที่พรรคภูมิใจไทยมีแนวโน้มไม่เอาพรรค กธ. น.อ.อนุดิษฐ์ บอกว่า เร็วเกินไปที่ชี้ว่าเกิดจากปัจจัยนั้นปัจจัยนี้ และยังไม่ถึงเวลาพูดคุยกัน ที่สำคัญอย่าเพิ่งไปพูดถึงการจัดตั้งรัฐบาล ให้ดูกรณีหมิ่นเหม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งก่อนดีกว่า ตามที่ ร.อ.ธรรมนัสได้ระบุเอาไว้เมื่อพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล พรรค กธ.ถึงออกมาเปิดประเด็นความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้ง น.อ.อนุดิษฐ์ บอกว่า พรรค กธ.ไม่มีอำนาจไปชี้ว่าการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม โมฆะหรือไม่“ในฐานะพรรคมีส่วนได้เสีย ทุกพรรคต้องเท่าเทียม ไม่ใช่ห้ามพรรค กธ.ออกมาเปิดเรื่องนี้ มันผิดหลักการ พรรคที่ได้เสียงสูงสุดควรออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ถ้าเป็นไปตามข้อสันนิษฐาน ข้อเท็จจริงทั้งหมด ต้องถูกตรวจสอบว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างน้อยที่สุดเราตรงไปตรงมา ไม่ได้กลัว เรากลัวความไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมมากกว่า”มาถึงตรงนี้ น.อ.อนุดิษฐ์ แย้มถึงยุทธศาสตร์เลือกตั้ง ที่เน้นยุทธวิธีเชิงพื้นที่ “ชาวบ้านเดือดร้อนเมื่อไหร่ ที่ไหน อย่างไร กล้าธรรมลงไปสะสางให้ทันที ทันเวลา คลายทุกข์ให้ชาวบ้านได้จริง” จนเลือดสีเขียวเข้าไปในหัวใจชาวบ้าน สามารถกวาด สส.ได้ 56 คน แถมอีก 45 คนที่แพ้นิดเดียว และลำดับ 3 บางเขตห่างลำดับ 1 ก็ไม่มากวันนี้พรรค กธ.ตัวแปรอำนาจการเมืองมาหลายรัฐบาล กำลังหยุดวงโคจรอำนาจ ไม่ได้ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย น.อ.อนุดิษฐ์ บอกว่า ขณะนี้เร็วเกินไปที่พูดถึงการจัดตั้งรัฐบาล ตามที่ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ.ย้ำตลอดตามกติการอให้ กกต.รับรองผลภายใน 60 วัน คือ 9 เม.ย.69 ก่อน และขณะนี้ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริง การเลือกตั้งยังไม่สะเด็ดน้ำ โดยเฉพาะบัตรเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อหรือบัตรสีชมพู สะท้อนให้เห็นถึงจำนวน 100 สส.บัญชีรายชื่ออาจมีปัญหา เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม ทั้ง 3 ศาลที่ชี้ขาดหากชี้เลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่กันอีกครั้งหรือชี้ออกมาในแนวใดๆ ก็สุดแล้ว แต่ คำถามคือ เมื่อ ตัวเลข สส.แต่ละพรรคยังไม่มีความชัดเจน การเจรจาเพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล แบ่งสรรปันส่วนโควตากระทรวง จึงเป็นไปไม่ได้“มันจึงไม่มีประเด็นกล้าธรรมไม่ได้ร่วมรัฐบาลหรือร่วมรัฐบาล ตราบใดที่ประชาชนยังสงสัยกระบวนการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่ที่สำคัญการจัดขั้วตั้งรัฐบาลยังเกิดขึ้นไม่ได้แน่นอน หาก กกต.ยังไม่รับรองสถานะอย่างเป็นทางการให้ สส.อย่างน้อย 475 คน เมื่อทุกอย่างชัดเจนถึงเริ่มเจรจาอย่างเป็นทางการ”ขณะนี้พรรค กธ.กำลังตามดูข้อเท็จจริง ตรวจสอบความผิดปกติของบัตรเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ ก็สอดคล้องและเป็นไปตามข้อเท็จจริงเหมือนที่มีบุคคลอื่นหรือพรรคอื่นดำเนินการอยู่โดยเฉพาะกรณีบาร์โค้ด พิมพ์เพิ่มเข้าไปทำไม ทั้งที่ไม่มีในทีโออาร์ บริษัทเอกชนไปเพิ่มต้นทุนทำไม ตั้งข้อสังเกตว่ามีเจตนาแอบแฝงหรือไม่ รวมถึงการลงคะแนนโดยตรงและลับ เป็นหน้าที่ของ กกต.ต้องชี้แจง สุดท้ายศาลจะวินิจฉัยชี้ขาดขณะนี้ข้อเท็จจริงที่ทุกฝ่ายมี ไม่ต้องใช้ดุลพินิจ ทั้งนี้ขอย้ำถึงข้อสังเกตมีเจตนาแอบแฝงหรือไม่ที่พิมพ์บาร์โค้ด ทำให้รู้ถึงตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้จริง ทั้งที่ทีโออาร์ในมาตรฐานความปลอดภัย มีเฉพาะ “ลายน้ำ-หมึกล่องหน” เพียงพอแล้ว“เมื่อสมมติฐานมีเจตนาอื่นแอบแฝง เลยค้นหาข้อเท็จจริงพบว่าน่ากลัวมาก พิสูจน์ครบถ้วนชัดเจนย้อนกลับไปเห็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งกาเบอร์อะไรได้เลย”เคยเป็น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมาก่อน ยุคนี้นวัตกรรมที่สแกนบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด ตามจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งประเทศ เพื่อประมวลผลว่าประชาชนคนไหนเลือกผู้สมัคร สส.คนไหน เลือกพรรคอะไรได้เลยอย่างไร น.อ.อนุดิษฐ์ บอกว่า ถ้ามีคนเข้าถึงข้อมูลบัตรเลือกตั้งที่กากบาทแล้ว ในทางเทคนิคทำได้ขอย้ำว่าไม่ได้ระบุว่ามันจะมีคนทำแบบนี้ แต่เป็นการตอบเชิงเทคนิค หากมันมีแบบนี้ สามารถ Mapping ชื่อ บ้านเลขที่อุดมการณ์ทางการเมือง คุณเลือกพรรคการเมืองไหนได้เลยสมมติ ประกาศรับรองผลเลือกตั้งเสร็จ บัตรเลือกตั้งทั้งหมดถูกเก็บรักษาตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ถึงเวลาต้องทำลาย โดยที่ประชาชนไม่รู้ว่าบัตรเลือกตั้งเก็บไว้ที่ไหน ไม่มีใครสนใจ แต่มีกลุ่มคนพยายามทำเรื่องเหล่านี้อาจกลายเป็นว่าข้อมูลเหล่านี้กระทบต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพราะผู้ที่กุมข้อมูลเอาไปประยุกต์ใช้ทำอะไรได้ต่อไป ทั้งการโยกย้ายข้าราชการ โดยเฟ้นเลือกคนที่มีอุดมการณ์เดียวกันขึ้นมา เป็นประเด็นที่อดคิดไม่ได้ขณะเดียวกัน สมมติกระบวน การทั้งหมดบริสุทธิ์ยุติธรรม เก็บบัตรเลือกตั้งไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งเกี่ยว เข้าไปถึงกล่องหีบบัตรที่เก็บเอกเอกสารได้ ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ใช้สิทธิก็เป็นความลับจนกระทั่งมันถูกทำลายไปขอถามย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยเคลื่อนขบวนแห่งอำนาจรัฐบาลใหม่ไปแล้ว วันนี้พรรค กธ.ตกขบวนเรียบร้อย น.อ.อนุดิษฐ์ บอกว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย พูดชัดเจน “ยังไม่พูดถึงการฟอร์มรัฐบาล รอ กกต.รับรองผลเลือก สส.ก่อน”รัฐบาลภูมิใจไทยที่ไม่มีพรรค กธ.จะเป็นอย่างไร น.อ.อนุดิษฐ์ บอกว่า ยังไม่อยากระบุว่ารัฐบาลภูมิใจไทยมีกล้าธรรมเป็นอย่างไร ไม่มีกล้าธรรมเป็นอย่างไร ขอให้ย้อนไปดูรัฐบาลภูมิใจไทยที่มีกล้าธรรมอยู่ ขอให้ดูจากตรงนี้เป็นหลัก การแก้ไขปัญหาให้ประชาชนเป็นที่ยอมรับหรือไม่ ผลงานที่ปรากฏระยะสั้นๆน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดยังไม่ต้องมองไปถึงอนาคต ไม่มีกล้าธรรมก็หักลบกลบหนี้กันออกไปว่า ถ้าไม่มีก็ไม่มีตรงนี้ แต่ถ้ามีก็มีอย่างที่เห็นโอกาส “กล้าธรรม 58-เพื่อไทย 74-ประชาชน 118 เสียง รวม 250 เสียง” จับมือตั้งรัฐบาลเป็นไปได้แค่ไหน น.อ.อนุดิษฐ์ บอกว่า เห็นในโซเชียลมีเดีย สูตรรัฐบาลไฟจราจร แต่ไฟเหลืองเป็นไฟส้มแทนต้องขอบอกว่าทุกสูตรเป็นไปได้ทั้งหมดเพราะสูตรตั้งรัฐบาลต้องมีเสียง 251 เสียง.ทีมการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม