ปิดหีบเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 พรรคประชาชนเหมา เรียบ กทม. 33 เขต และมีคะแนนนำโซนปริมณฑล ด้านพรรคภูมิใจไทยแลนด์สไลด์อีสานใต้ บุรีรัมย์-สุรินทร์ ทีมบ้านใหญ่ไม่พลาดเป้า กวาดเก้าอี้มโหฬารภาคกลาง อ่างทอง อยุธยา สิงห์บุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี ส่วน จ.ชลบุรี สีน้ำเงินมาแรงกวาด 8 เก้าอี้ “เสี่ยเฮ้ง” จ่อเข้าวิน นำแชมป์เก่าค่ายสีส้ม พรรคเพื่อไทยยังไม่ฟื้น จ.เชียงใหม่ หดเหลือ 2 เก้าอี้ แต่กู้หน้าได้ที่โคราช กวาด 13 เขต จาก 16 เขต “ผู้กองนัส” ไม่พลาดเป้ากวาดหมดพะเยา 3 เขต พร้อมยึดภาคเหนือได้หลายจังหวัด “หมอฮา” ฮึดไม่ขึ้น พ่าย “จูรี” พรรคประชาธิปัตย์ที่สงขลาผลการเลือกตั้งทั่วประเทศ หลังปิดหีบ พรรคประชาชนแลนด์สไลด์กวาดเรียบ กทม. 33 เขต พรรคภูมิใจไทยปักธงยึดอีสานใต้และภาคกลาง พรรคกล้าธรรมมาแรงภาคเหนือส้มแรงปลายเหมา 33 เขต กทม.ภายหลังปิดหีบผลการเลือกตั้งทั่วประเทศวันที่ 8 ก.พ. เวลา 17.00 น. บรรยากาศการนับคะแนนในหลายพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก โดยผลการนับคะแนนล่าสุด เมื่อเวลา 20.30 น. ในพื้นที่น่าสนใจ มีดังนี้ สนาม กทม.ที่มีเก้าอี้ สส.ช่วงชิงกันมากที่สุด 33 เก้าอี้นั้น ปรากฏว่า พรรคประชาชนมีแนวโน้มยึดเรียบทั้ง 33 เขต โดยไม่แบ่งให้พรรคอื่นแม้แต่เขตเดียว โดยมีคะแนนนำในทุกพื้นที่ แม้กระทั่งเขต 20 ลาดกระบัง ที่เป็นเขตเดียวที่ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ปักธงสส.ให้พรรคเพื่อไทยได้สำเร็จ ก็ทำท่าว่าจะต้านกระแสสีส้มในเมืองกรุงรอบนี้ไม่อยู่ โดยมีคะแนนตามหลังคู่ปรับเก่า นายชุมพล หลักคำ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชนปชน.มีแต้มนำเขตปริมณฑลส่วนเขตปริมณฑล จ.สมุทรปราการ มี 8 เขต ที่พรรคประชาชนเคยกวาดได้ยกจังหวัด เมื่อการเลือกตั้งปี 2566 ปรากฏว่า พรรคประชาชนยังมีคะแนนนำ 7 เขต มีคะแนนตามหลังอยู่เขตเดียวในเขต 6 พระประแดง ที่นายวีรภัทร คันธะ ยังไล่กวดนายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ส่วนจ.ปทุมธานี มี 8 เขต พรรคประชาชนนำอยู่ 4 เขต ในเขต 3, 4, 5, 6 และ 8 พรรคเพื่อไทยนำ 2 เขต ในเขต 1 และ 2 พรรคภูมิใจไทย นำ 2 เขตคือ เขต 7 และเขต 8 ขณะที่ จ.นนทบุรี มี 8 เขต พรรคประชาชน นำ 5 เขต คือ 1, 2, 3, 6 และ 7 โดยมีพรรคภูมิใจไทย เบียดนำ 3 เขต ที่เขต 4, 5 และ 8สีน้ำเงินปักธงเพียบภาคกลางขณะเดียวกันโซนภาคกลาง พรรคภูมิใจไทยที่มีกลุ่มบ้านใหญ่อยู่หลายคน สามารถเหมา สส.ยกจังหวัดหลายพื้นที่ได้ตามเป้า เช่น จ.อยุธยา 5 เขต จ.อ่างทอง 2 เขต จ.สิงห์บุรี 1 เขต จ.อุทัยธานี 2 เขต ส่วน จ.สุพรรณบุรี 5 เขต ที่นายวราวุธ ศิลปอาชา นำ สส.จากพรรคชาติไทยพัฒนา มาอยู่รวมกับพรรคภูมิใจไทยนั้น ยังมีคะแนนนำอยู่เพียง 4 เขต ยกเว้นเขต 3 นายนพดล มาตรศรี มีคะแนนตามหลัง นายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ ผู้สมัครพรรคกล้าธรรม อยู่ประมาณ 700 คะแนนภท.แลนด์สไลด์อีสานใต้สำหรับภาคอีสาน พรรคภูมิใจไทยสามารถยึดฐานที่มั่นโซนอีสานใต้ไว้ได้เกือบหมด โดยมีคะแนนนำยกจังหวัดที่ จ.บุรีรัมย์ 10 เขต จ.สุรินทร์ 8 เขต ส่วน จ.ศรีสะเกษ มีคะแนนนำ 7 เขต จาก 9 เขต ขณะที่ภาคอีสานอีกหลายจังหวัด พรรคภูมิใจไทย ก็เก็บคะแนนได้ สส.เป็นกอบเป็นกำยกจังหวัด อาทิ จ.ยโสธร 3 เขต จ.บึงกาฬ 3 เขต จ.อำนาจเจริญ 2 เขต ขณะที่ จ.มหาสารคาม มีคะแนนนำ 5 เขต จาก 6 เขตโคราชสีแดงยึดเกือบเรียบขณะที่ จ.นครราชสีมา มี 16 เขต รอบที่แล้ว พรรคเพื่อไทยได้มา 12 เขต มาในรอบนี้พรรคเพื่อไทยยังมาแรง ทำคะแนนนำ 13 เขต จาก 16 เขต โดยมีแนวโน้มทวงคืนพื้นที่จากพรรคประชาชนได้ 2 เขต ในเขต 2 และเขต 3 หลังจากนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา นำทีมย้ายมาอยู่กับพรรคเพื่อไทยนั้น ทำให้คะแนนเขต 2 และ 3 ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยทำคะแนนนำผู้สมัครพรรคประชาชนทั้ง 2 เขต ยกเว้นเขต 1 ในโซน อ.เมือง ที่แชมป์เก่าอย่างนายฉัตร สุภัทรวณิชย์ ยังมีคะแนนนำนายประเสริฐ บุญชัยสุข ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ส่วนพรรคภูมิใจไทย มีคะแนนนำอยู่ 2 เขต ที่ เขต 9 ของนายพลพีร์ สุวรรณฉวี แชมป์เก่า ที่มีคะแนนนำค่อนข้างขาด และเขต 10 นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย และอดีต สส.หลายสมัย ก็มีคะแนนนำแชมป์เก่า นายอภิชา เลิศพชรกมล จากพรรคเพื่อไทยไทรวมพลังพลิกนำอุบลฯ 4 เขตส่วนที่ จ.อุบลราชธานี มี 11 เขต เป็นเขตหลาย พรรคการเมืองต่อสู้ขับเคี่ยวกันอย่างหนัก ทำคะแนนคู่คี่กันในหลายเขต โดยพรรคเพื่อไทยมีคะแนนนำ 3 เขต คือ เขต 1, 6 และ 7 พรรคภูมิใจไทยนำ 3 เขต คือ เขต 5, 8 และ 11 และที่สร้างเซอร์ไพรส์คือ พรรคไทรวมพลัง มีคะแนนนำใน 4 เขต คือ เขต 2, 3, 9 และ 10 และพรรคประชาชน นำ 1 เขต จ.อุดรธานี มี 10 เขต ปรากฏว่า พรรคเพื่อไทย มีคะแนนนำ 6 เขต และพรรคประชาชนนำ 1 เขต จ.กาฬสินธุ์ 6 เขต พรรคเพื่อไทยนำ 4 เขต โดยมีพรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม นำอย่างละ 1 เขต จ.ขอนแก่น มี 11 เขต ปรากฏว่าคะแนนกระจายไปทุกพรรค โดย พรรคเพื่อไทยนำ 3 เขต พรรคกล้าธรรมนำ 4 เขต พรรคภูมิใจไทย 3 เขต พรรคประชาชน 1 เขตหนองบัวฯส่อล้มช้าง “ไชยา” พ่ายขณะที่ จ.หนองบังลำภู เขต 2 มีแนวโน้มจะ เกิดการล้มช้าง เมื่อนายไชยา พรหมา อดีต สส. หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย และอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่รอบนี้เปลี่ยนสีเสื้อมาอยู่พรรค กล้าธรรม แต่ปรากฎว่านายไชยามีคะแนนตามหลังนายรุ่งเพชร ศรีกาญจนา ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย อยู่หลายพันคะแนน ส่วนอีก 2 เขต ของ จ.หนองบัวลำภู ในเขต 1 และเขต 3 นั้น ปรากฏว่า ผู้สมัครพรรคกล้าธรรม ทำคะแนนนำผู้สมัครพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 เขตเพื่อไทยยังไม่ฟื้นที่เชียงใหม่ภาคเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ความหวังของพรรคเพื่อไทย ปรากฏว่า จ.เชียงใหม่ มี 10 เขตเลือกตั้ง เดิมปี 2566 พรรคก้าวไกลได้ไป 7 เขต พรรคเพื่อไทย 2 เขต และพรรคพลังประชารัฐ 1 เขต มาในปี 2569 รอบนี้พรรคประชาชนมีแนวโน้มจะเสียพื้นที่หลายเขต โดยขณะนี้มีคะแนนนำอยู่เพียงแค่ 5 เขต คือ เขต 1, 2, 3, 4 และ 8 โดยมีพรรคกล้าธรรมที่มาแรงนำอยู่ใน 3 เขต คือ เขต 6, 7, และ 9 ขณะที่พรรค เพื่อไทยที่เคยเป็นเจ้าของอาณานิคมใน จ.เชียงใหม่ มารอบนี้ยังไม่ฟื้น มีคะแนนนำอยู่แค่ 2 เขตเดียวคือ เขต 5 และ 10“ธรรมนัส” ไม่พลาดเหมาพะเยาจ.เชียงราย มี 7 เขต ปรากฏว่าพรรคกล้าธรรม มาแรง มีคะแนนนำอยู่ 4 เขต ได้แก่ เขต 3, 4, 6 และ 7 พรรคเพื่อไทยนำ 2 เขตที่เขต 1 และ 2 ส่วนพรรค ภูมิใจไทย เบียดนำอยู่ 1 เขต คือ เขต 5 ส่วนที่ จ.แม่ฮ่องสอน 2 เขต ส่วน จ.พะเยา 3 เขต ที่เป็นฐานเสียงหลักของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พรรคกล้าธรรมยังคงมาแรง มีคะแนนนำในทุกเขต เช่นเดียวกับ จ.น่าน มี 3 เขต พรรคกล้าธรรม มีคะแนนขึ้นนำ 2 เขต จ.ลำปาง มี 4 เขต พรรคกล้าธรรม มีคะแนนนำ 2 เขต ตีคู่มา กับพรรคประชาชนที่นำ 2 เขตเช่นกัน“เสี่ยเฮ้ง” แต้มนำชลบุรีเขต 1จ.ชลบุรี มี 10 เขตเลือกตั้ง ที่เดิมพรรคประชาชนเคยกวาด สส.ได้มากมาย มารอบนี้มีแนวโน้ม เสียท่าให้พรรคภูมิใจไทย โดยพรรคภูมิใจไทยมีคะแนนนำ 8 เขต โดยเฉพาะเขต 1 ปรากฏว่านาย สุชาติ ชมกลิ่น ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ทำคะแนนนำ แชมป์เก่า นายวรท ศิริรักษ์ ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ส่วน จ.ระยอง มี 5 เขต ผู้สมัครจากพรรค ภูมิใจไทย ขณะที่พรรคประชาชนมีคะแนนนำอยู่ 2 เขต ในเขต 9 และ 10“หมอฮา” แต้มตาม “จูรี” ที่สงขลาส่วนสนามภาคใต้ เขตสำคัญที่มีการแข่งขันสูงเป็นที่จับตาของประชาชนคือเขต 2 จ.สงขลา เป็นการสู้กันระหว่าง นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัครพรรคประชาชน ที่โดนคณะกรรมการ อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุขมีมติให้ออกจากราชการในช่วงหาเสียงโค้งสุดท้าย กับนายจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ และนายศาสตรา ศรีปาน ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นแชมป์เก่า ปรากฏว่านายจูรีจากพรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนนำ โดยมี นพ.สุภัทรตามมาเป็นที่ 2 อยู่ 2,000 กว่าคะแนนปชน.เดี้ยงภูเก็ตหาย 2 เขตขณะที่ จ.ภูเก็ต ที่พรรคก้าวไกลเคยครองความยิ่งใหญ่ได้มาทั้ง 3 เขต เมื่อปี 2566 มาในการเลือกตั้งรอบนี้ พรรคประชาชนนำอยู่เพียงแค่เขตเดียว ส่วน จ.ชุมพร พรรคภูมิใจไทย นำยกจังหวัดทั้ง 3 เขต รวมถึง จ.กระบี่ 3 เขต จ.สตูล 2 เขต จ.ระนอง 1 เขต ขณะที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา ยังต่อสู้ขับเคี่ยวกันอย่างคู่คี่ในหลายเขต โดย จ.ปัตตานี พรรคภูมิใจไทยนำอยู่ 4 เขต จาก 5 เขต จ.ยะลา พรรคกล้าธรรม นำ 1 เขต และพรรคประชาชาตินำ 2 เขต จ.นราธิวาส พรรคกล้าธรรมนำ 3 เขต พรรคประชาชาติและพรรคภูมิใจไทยนำอย่างละ 1 เขต3 จังหวัดชายแดนใต้แบ่งแต้มขณะที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา ยังต่อสู้ขับเคี่ยวกันอย่างคู่คี่ในหลายเขต โดย จ.ปัตตานี พรรคภูมิใจไทยนำอยู่ 4 เขต จาก 5 เขต จ.ยะลา 3 เขต พรรคประชาชาตินำทั้ง 3 เขต จ.นราธิวาส 5 เขต พรรคกล้าธรรมนำ 3 เขต พรรคประชาชาติและพรรคภูมิใจไทยนำอย่างละ 1 เขต“ศักดิ์ดา” จ่อพ่ายเมืองกาญจน์ขณะที่ จ.กาญจนบุรี 5 เขต ปรากฏว่า พรรคภูมิใจไทยทำคะแนนนำ 3 เขต ที่เขต 2, 3 และ 4 โดยพรรคเพื่อไทยเบียดนำอยู่ 2 เขต คือ เขต 1 และเขต 5 โดยเฉพาะที่เขต 5 นายพนม โพธิ์แก้ว ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ทำคะแนนนำนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย ที่เคยเป็นอดีต สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย แต่รอบนี้นำทีม สส.หลายคนหนีจากพรรคเพื่อไทยไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย และล่าสุดยังมีประเด็นตกเป็นกระแสข่าวคลิปประกาศศักดาที่ว่อนโลกโซเชียลอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่