“อนุทิน” นัดนำ ครม.ใหม่เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ฯ 6 เม.ย. จากนั้นเรียกถก ครม.นัดพิเศษ หารือเตรียมแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา 9-10 เม.ย. เรียก “เชน-หนิม” หม่ำข้าวพูดคุยขับเคลื่อนงาน หวานใส่ พท.เชื่อถือ เชื่อใจกัน เมินฝ่ายค้านจ้องขย่มซ้อมซักฟอก โอ่ผ่านมาเยอะและไม่ดื้อ พร้อมรับฟังความเห็น เสียงวิจารณ์ถือเป็นมงคลชีวิต “พริษฐ์” ลั่นสู้ยิบตาอย่าเพิ่งด่วนสรุปคดี 44 สส.ก้าวไกล ยัน 10 สส.ปชน.ลุยทำงานจนวินาทีสุดท้าย กระตุก ครม.ใหม่ไม่มีเวลาทดลองงาน จี้เร่งลงมือทำงานแก้ปัญหาปากท้องผลพวงวิกฤติพลังงาน “ปิยบุตร” เฉ่งนิติสงครามบดขยี้ผู้แทนฯ จับ สส.ขึ้นกิโยตีนประหารทางการเมืองนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียมนำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ ในวันที่ 6 เม.ย. หลังจากนั้นนายกฯจะเรียกประชุม ครม.นัดพิเศษ ที่ตึกสันติไมตรี เพื่อเตรียมความพร้อมแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันที่ 9-10 เม.ย.ต่อไป“อนุทิน” แถลงนโยบาย รบ.9–10 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวันที่ 31 มี.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เดินทางไปทานอาหารอีสานที่ร้านมลอีสาน ย่านดุสิต ร้านประจำ มีนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ร่วมด้วย ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง นายอนุทินยิ้มแย้มทักทายกับคนในร้านอย่างเป็นกันเอง ทั้งนี้ นายอนุทินมีกำหนดการเบื้องต้นจะนำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ทั้ง 35 คน เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 6 เม.ย. สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เตรียมแจ้ง ครม.ชุดใหม่ ถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวรัฐมนตรีและตรวจคัดกรองโควิด-19 ก่อนเวลา 15.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี จากนั้นเวลา 17.00 น. นายกฯนำ ครม.ชุดใหม่เดินทางไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ จากนั้นนายกฯจะเป็นประธานการประชุม ครม.นัดพิเศษ ที่ตึกสันติไมตรีฯ เตรียมความพร้อมแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันที่ 9-10เม.ย.นำบิ๊ก ขรก.ทำบุญสถาปนา 134 ปี มท.เมื่อเวลา 06.49 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงมหาดไทย ครบ 134 ปี วันที่ 1 เม.ย.69 มีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย คณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย อธิบดี หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ คณะกรรมการบริหารและสมาชิกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายวิชัย ศรีขวัญ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย สมาคมนักปกครองแห่งประเทศไทย สมาคมข้าราชการบำนาญ และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมพิธี โดยนายอนุทินนำคณะผู้บริหารระดับสูง สักการะศาลพระชัยมงคล ศาลพระกาฬไชยศรีและสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ หลั่งน้ำจากพระสังข์ที่ป้ายพระนาม “ดำรงราชานุภาพ” เสร็จแล้วเจิมถวายพวงมาลัย โปรยดอกไม้และวางพุ่มดอกไม้ถวายสักการะ จุดธูปเทียนที่เครื่องทองน้อยและที่โต๊ะเครื่องสังเวยลั่นยึดมั่นแนวทางบำบัดทุกข์ บำรุงสุขนายอนุทินกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการตั้งกระทรวงมหาดไทยขึ้น เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2435 และได้ทรงมอบหมายให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ดำรงตำแหน่งองค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย พระองค์ได้ทรงวางรากฐานอันมั่นคงให้แก่กระทรวงมหาดไทย ทรงกำหนดความหมายของงานมหาดไทยให้ชัดเจนว่า “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ทรงสดับตรับฟังทุกข์และสุขของประชาชนด้วยพระองค์เอง ปี 2505 องค์การ UNESCO ได้ถวายการสดุดีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลกนับเป็นเกียรติภูมิอันยิ่งใหญ่ของประเทศไทย และชาวกระทรวงมหาดไทย 134 ปีที่ผ่านมา ข้าราชการมหาดไทยยึดมั่นในอุดมการณ์ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนอย่างต่อเนื่องมั่นคงสืบเนื่องตราบจนปัจจุบันจากนั้นเวลา 09.00 น. นายอนุทินเป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร พร้อมคณะสงฆ์จากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ถวายไทยธรรม ภัตตาหาร และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลยันการเมืองไม่แทรก 3 แม่ครัวต่อมาเวลา 09.45 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงคณะรัฐมนตรีอนุทิน 2 ที่ 3 มืออาชีพ ทั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ โดยไม่มีรัฐมนตรีช่วย และนายสุชาติ ชมกลิ่น เป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ได้ควบรองนายกฯเหมือนเดิมเพราะเหตุใด นายอนุทินยิ้มก่อนตอบว่า ทำงานนี้ก็มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด เมื่อถามว่าเพื่อให้รัฐมนตรี 3 แม่ครัว (มืออาชีพ) ทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ให้การเมืองมาแทรกแซงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า การเมืองไม่เคยแทรกอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น 3 แม่ครัวหรือ 3 พ่อครัว เราทำงานกันในนาม ครม. แต่ละท่านมีอิสระสำหรับการทำงาน ตนคัดเลือกคณะรัฐมนตรีที่มีคุณสมบัติ มีความรู้ความสามารถมาทำหน้าที่ ในฐานะนายกฯมอบนโยบายและสนับสนุนภารกิจ หากเป็นประโยชน์กับส่วนรวม บ้านเมืองและประชาชน พร้อมสนับสนุนไม่ตอบตั้ง รมต.แค่ 35 ขอเก็บไว้กับตัว เมื่อถามว่าเหตุใดนายกฯจึงตั้ง ครม.เพียง 35 คนเท่านั้น นายอนุทินกล่าวว่า ถือเคล็ด เมื่อถามย้ำว่าถือเคล็ดหมายความว่าอย่างไร ก็อย่าให้ล้น เมื่อถามว่ามีนัยทางการเมืองหรือไม่ เช่น รอใครมานั่ง หรือดึงฝ่ายค้านมาร่วมรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า ของบางอย่างขอให้เก็บไว้ที่ตัวเอง เมื่อถามว่ารอใครเกษียณหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่มีอะไรที่จะกระทบกับการทำงานของรัฐบาลหนู 2 เมื่อถามถึงการทานอาหารอีสานร่วมกันกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้มอบคำแนะนำอะไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เมื่อวานไปกินลาบ ไม่ได้มีคำแนะนำอะไรหวานหยดใส่ พท.เชื่อถือเชื่อใจกันเมื่อถามว่า การร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย (พท.) มีข้อตกลงหรือทำเอ็มโอยูล็อกเก้าอี้รัฐมนตรีไว้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี เราเชื่อใจ เชื่อถือกัน วันที่ 2 เม.ย. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน หัวหน้าพรรค พท.จะมาร่วมทานอาหารกลางวันที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือถึงการทำงานที่นายยศชนัน รองนายกฯ ต้องมากำกับดูแลกระทรวงในโควตาของพรรค พท. เมื่อถามย้ำว่านายยศชนันจะได้กำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯด้วยใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “รวมด้วยสิครับ”ลั่นผ่านมาเยอะไม่กลัวฝ่ายค้านขย่มเมื่อถามถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา จะมุ่งแก้เรื่องใดให้ประชาชนเป็นอันดับแรก นายอนุทินกล่าวว่า การเตรียมร่างแถลงของรัฐบาลเหลืออีกเพียงนิดหน่อย คาดว่าจะส่งให้สมาชิกรัฐสภาพิจารณาได้ต้นสัปดาห์หน้า เวลาพิจารณาให้วิปตกลงกัน เมื่อถามว่ามีเรื่องการยกเลิก MOU 44 หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อยู่ในคำแถลง ส่วน MOU 43 ยังต้องพิจารณาอยู่ ยกเลิกแค่ MOU 44 เท่านั้น เมื่อถามว่ากังวลฝ่ายค้านจะใช้เวทีแถลงนโยบายซ้อมซักฟอกรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ผ่านมาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการซักฟอกหรือการวิพากษ์วิจารณ์ การเสนอความเห็น การแนะแนวทาง เป็นมงคลกับตนทั้งนั้น เพราะในคำวิพากษ์จะมีคำแนะนำดีๆ ไม่ได้มีใครสงวนสิทธิ์ที่จะให้ตนนำไปใช้ ตนรับฟังและไม่ดื้อ เมื่อถามว่าจำเป็นต้องมีทีมองครักษ์ป้องกันฝ่ายค้านโจมตีรัฐบาล เพื่อหวังผลทางการเมืองหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าต้องตรงไปตรงมา เป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคลอยู่แล้วที่จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และพวกเขาทำเพื่อประชาชน อย่าไปมองว่าเขาเป็นใคร เป็นนาย ก. หรือนาย ข. แต่คือผู้แทนประชาชน จะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ก็เป็นคนที่ประชาชนเลือกมา ต้องมองประชาชนทั้ง 75 ล้านคนเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่เฉพาะคนที่เลือกพรรค ภท.มาที่จะดูแลเท่านั้น แบบนี้ไม่ใช่ สิ่งที่กังวลอยู่คือปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่จะให้มันจบหมดสิ้นไปโดยเร็วลั่นคนละครึ่งพลัสต้องลุยต่อแน่เมื่อถามอีกว่านโยบายคนละครึ่งจะจ่ายเดือนละ 200 บาท 10 เดือน หรือจะจ่ายเป็นก้อน นายอนุทินกล่าวว่า โครงการคนละครึ่งเป็นโครงการที่ต้องทำ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง เสนอขึ้นมา ตอนนี้ต้องใช้คำว่าหลาย “พลัส” โดยเฉพาะเมื่อเจอกับสถานการณ์น้ำมัน จึงต้องพลัสขึ้นไปอีก เพื่อให้ประชาชนได้มีอะไรมาทดแทน ทุกคนรับนโยบายไปดำเนินการ รัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงจะมีส่วนร่วมยกร่าง ตนในฐานะนายกฯจะมีเพิ่มและปรับปรุงเข้าไป แต่จะไม่ได้ตัดทอนอะไร เมื่อถามอีกว่า โครงการคนละครึ่งจะใช้เติมน้ำมันได้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า อย่าเพิ่งถามถึงขนาดนั้น ขอให้มีคนนำเสนอขึ้นมาก่อน เพราะบางอย่างถูกจำกัดด้วยข้อกฎหมายว่าทำได้หรือไม่ได้ จะต้องกู้เงินเพื่อมาดำเนินโครงการหรือไม่ ตอนนี้ต้องนึกถึงประชาชนก่อน หน้าที่ในการแสวงหาทรัพยากรและหน้าที่บริหารทรัพยากร รัฐบาลต้องพิจารณาให้ครบถ้วนว่าดำเนินการได้ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ“ศุภจี” ชี้ไร้สาระยันเรียนจริงจบจริงเมื่อเวลา 13.18 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีเพจ CSI LA เปิดข้อมูลว่ามหาวิทยาลัยที่นางศุภจีเรียนจบ เป็นมหาวิทยาลัยห้องแถวใน LA ที่ปิดตัวไปตั้งแต่ปี 1991 ว่า ไม่ใช่หรอก คนที่จบจากมหาวิทยาลัยแบบนี้มีมากมาย ในประเทศไทยก็มี ผลิตบุคลากรจำนวนมาก ยืนยันเรียนจริงๆ จบจริงๆ ส่วนเรียนจบมาแล้วมหาวิทยาลัยเขาปิดหรือไม่ปิด ไม่ใช่เรื่องของเรา แต่ช่วงที่เรียนมีอยู่จริง เราทำงานมาขนาดนี้ในบริษัทต่างๆ มีผลงานมากมาย ไม่ได้คิดว่าเป็นประเด็นอะไร ก่อนส่ายศีรษะพร้อมกล่าวว่า ไร้สาระมาก ทั้งนี้ คงไม่ฟ้องหรอก ไม่ซีเรียส เพราะมีเรื่องใหญ่กว่านี้ให้โฟกัส เช่น ความเดือดร้อนของประชาชน และตนไม่ได้ยื่นวุฒิการศึกษาเข้ามาทำงานการเมือง เป็นเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่ไม่ซีเรียสปล่อยไปเถอะ เรามาเดินหน้าทำเรื่องเพื่อช่วยประโยชน์กับสังคม ขอช่วยกันโปรโมตโครงการไทยช่วยไทย ช่วยคนเดือดร้อนตรงนี้ดีกว่า10 สส.ปชน.ทำงานจนวินาทีสุดท้ายเมื่อเวลา 10.20 น. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช.ยื่นศาลฎีกาฯ ฟ้องคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ร่วมกันเสนอร่างแก้ไขมาตรา 112 ผิดจริยธรรมร้ายแรงว่า นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชน. ฝ่ายกฎหมาย เตรียมคำร้องกรณีหากศาลมีการรับเรื่อง จะไม่นำไปสู่การหยุดปฏิบัติหน้าที่ ขอพูดแทนเพื่อน สส. 10 คน ในสภาฯ ชุดที่ 27 ว่า ทุกคน จะทำหน้าที่เต็มที่จนถึงวินาทีที่มีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ หากจะมีสิ่งที่น่ากังวลต่อจากนี้ไม่ใช่อนาคตพรรค ปชน. แต่คืออนาคตประเทศ ต้องยืนยันหลักการร่วมกัน การเสนอกฎหมายโดย สส.มันไม่ควรนำไปสู่การตัดสิทธิทางการเมือง“ไอติม” สู้ยิบตาอย่าด่วนสรุปคดี 44 สส.นายพริษฐ์กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปด่วนสรุป 44 สส.ยังไม่ถูกตัดสิทธิใดๆทั้งสิ้น ถึงแม้ศาลฎีกามีคำสั่ง หรือไม่เห็นด้วยกับคำร้องเรา และมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ยังไม่ได้เป็นการสรุปว่า 44 สส. กระทำความผิดตามกระบวนการนี้ ต้องไปต่อสู้ในชั้นศาล ต้องใช้เวลาพิจารณา พรรคมีมาตรการรองรับไว้ทุกฉากทัศน์อยู่แล้ว ก็ทำเต็มที่ ยังไงก็สู้ยิบตาทุกขั้นตอน แต่ผลลัพธ์เป็นอย่างไร ขอให้เป็นการตัดสินของศาล สำหรับการประชุมพรรค ปชน.ที่จะเกิดขึ้นปลายเดือน เม.ย.นี้ เป็นการประชุมสามัญพรรคที่มีทุกปี ส่วนจะต้องพิจารณาวาระอื่นหรือไม่ ต้องรอกระบวนการให้มีความชัดเจนก่อนว่าศาลจะมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ สำหรับการเปลี่ยนตำแหน่งสำคัญๆนั้น คิดว่ามาตรการรองรับทุกฉากทัศน์ พูดไปหลายรอบ คิดว่าเป็นที่รับรู้ของประชาชนว่ามีความเป็นไปได้อย่างไหนบ้างกระตุก ครม.ใหม่ไม่มีเวลาทดลองงานนายพริษฐ์ กล่าวถึงโฉมหน้า ครม.ใหม่ว่า ประชาชนคาดหวังให้ ครม.ใหม่เดินหน้าทำงานเลยทันที เพราะว่านอกจากปัญหาเรื้อรัง ยังมีวิกฤติเฉพาะหน้าเรื่องพลังงานกระทบปากท้องประชาชน ทุกอาชีพ คงไม่มีเวลาทดลองงาน สิ่งที่กังวลคือช่วงเทศกาลสงกรานต์ หวังว่ารัฐบาลจะมีความชัดเจนว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชน และเศรษฐกิจช่วงสงกรานต์อย่างไร เช่น การจัดระบบข้อมูลที่เปิดเผยอย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่า สภาวะน้ำมันจะไม่ขาดแคลน เติมน้ำมันที่ไหนได้บ้าง เรื่องการพยายามอำนวยความสะดวกขนส่งสาธารณะให้เดินทางได้ และความปลอดภัยบนท้องถนน“ป๊อก” ฉะนิติสงครามบดขยี้ผู้แทนฯเมื่อเวลา 11.15 น. นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กว่า กรณี 44 สส.พรรคก้าวไกล ที่กำลังถูกพิจารณาว่าการเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ ไม่มีอะไรที่พวกเขาฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงเลย นิติสงครามที่กำลังบดขยี้พวกเขาอยู่นี้ ไม่ใช่เรื่องแสวงหาจริยธรรมใดๆหรอก แต่มันคือนิติสงครามสั่งสอน นิติสงครามตัดกำลังและนิติสงครามล้อมคอก สั่งสอนบรรดานักการเมืองว่าอย่าสะเออะมาทำเรื่องเหล่านี้ ไปทำเรื่องอื่น เรื่องนี้ห้ามทำไม่อยากโดนอย่าทำ เอ็งเห็นแล้วใช่ไหมว่าถ้าบังอาจทำผลจะเป็นอย่างไร ตัดกำลังนักการเมืองกลุ่มก้อนที่พวกผู้คุม ใบอนุญาตที่ 2 ไม่นิยมและล้อมคอกสภาฯว่าต่อไปนี้จะไม่มีผู้แทนฯหน้าไหนจากพรรคใด จะไม่มีสภาฯชุดไหน กล้าเสนอกฎหมายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ อีกตราบนานเท่านานโวยถูกกิโยตีนบั่นคอทางการเมืองนายปิยบุตรระบุด้วยว่า ประเทศไทยของเรา ณ เวลานี้ คนก่อรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ ใช้กำลังทหารยึดอำนาจรัฐ ได้เสวยสุขอยู่ในอำนาจยาวเกือบทศวรรษ ไม่โดนอะไร แถมยังได้รับการอวยยศมากมาย แต่ผู้แทนฯเสนอกฎหมายในสภาฯ กลับกลายเป็นพวกล้มล้างการปกครอง ถูกยุบพรรค ตัดสิทธิ นักการเมือง ข้าราชการที่ทุจริตคอร์รัปชัน สังคมสงสัยตั้งคำถาม ได้เชิดหน้าชูคออยู่ในอำนาจต่อไป ขอเพียงปวารณารับใช้พวก “ใบอนุญาตที่ 2” ไว้ แต่พวกนักการเมืองที่ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น เป็นความหวังของผู้คนจำนวนไม่น้อย กลับถูกจับขึ้น “กิโยตีน” ตัดคอประหารทางการเมือง ปัญหาที่ประชาชนคนไทยต้องขบคิดกันต่อไป เราจะปล่อยให้ประเทศไทยอันเป็นที่รักของพวกเรา เป็นแบบนี้หรือ ที่เป็นๆทำๆกันอยู่นี้ ถูกต้องหรือถล่มรัฐบาลไม่ใส่ใจแก้ฝุ่นพิษต่อมาเวลา 14.15 น. ที่รัฐสภา ที่ประชุมสภาฯพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาฯพิจารณาเสนอมาตรการเร่งด่วนและนโยบายการจัดการปัญหาฝุ่น PM 2.5 มี สส.ฝ่ายค้านและรัฐบาลร่วมเสนอญัตติด่วน 4 คน ได้แก่ นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรค ปชน. นายธนรัช จงสุทธานามณี สส.เชียงราย พรรค พท. นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. และ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรค ภท. โดยนายภัทรพงษ์อภิปรายว่า 9 จังหวัดภาคเหนือกำลังป่วยหนักจากฝุ่น PM 2.5 จากการละเลยการแก้ปัญหาของรัฐบาล จ.เชียงใหม่ค่าฝุ่น 300 ไมโครกรัมต่อ ลบ.ม. บางพื้นที่สูงถึง 700 ไมโครกรัมต่อ ลบ.ม. รู้มาทุกปีว่าเดือน มี.ค.-เม.ย.ค่าฝุ่น PM 2.5 สูงสุดจากการเผาและมลพิษข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่งบฯแก้ปัญหาไม่เพียงพอ รัฐบาลละเลยการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง และการแก้วิกฤติฉุกเฉิน 9 จังหวัดภาคเหนือเข้าข่ายเป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉินแล้ว ควรประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ให้มีงบฯแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ไม่สน ครม.ชุดใหม่จะมาด้วยวิธีไหน เมื่อมีอำนาจและงบฯอยู่ในมือควรลุกมาทำงาน อย่าดีแต่ลมปาก เลิกทำงานด้วยคำขู่แล้วหันมาใช้มันสมองสักทีเร่งรับรอง ก.ม.อากาศสะอาดมาใช้นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.อภิปรายว่า 2-3 สัปดาห์หน้าจะมีเรื่องท่องเที่ยวภาคเหนือ แต่มีการยกเลิกจากนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้น ขอเสนอทางออก 6 มิติคือ 1.ควรยื่นร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดพิจารณาอีกครั้ง ก่อนถึงเส้นตาย 6 สัปดาห์ข้างหน้า เป็นเรื่องเร่งด่วนทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบ ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นคนรับผิดชอบ ไม่ใช่ประชาชนทั่วไป 2.การสร้างแรงจูงใจไม่ให้เกษตรกรใช้วิธีเผาพื้นที่กำจัดขยะทางการเกษตร เช่น ให้สินเชื่อ 0% ใช้เครื่องมือเก็บเกี่ยวไม่ก่อให้เกิดมลพิษ 3.การแจกหน้ากากอนามัยป้องกันเฉพาะหน้า การสร้างห้องปลอดฝุ่น การติดตามผลกระทบด้านสุขภาพระยะยาว 4.เร่งฟื้นการท่องเที่ยวและดึงความเชื่อมั่นกลับมา 5.ยกระดับการวิเคราะห์ข้อมูล ตรวจจับมลพิษข้ามแดนโดยใช้เทคโนโลยี 6.การเจรจาระหว่างประเทศกำจัดจุดฮอตสปอตตีตกคำร้องชะลอเปิดประชุมสภาฯที่ศาลรัฐธรรมนูญ ถนนแจ้งวัฒนะ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะจัดการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่8ก.พ.69 กำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ต่อมานายภัทรพงศ์ ศุภักษร ผู้ร้องเรียนที่ 18 ที่ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นขอคำร้องลงวันที่ 18 มี.ค.69 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยให้ยุติหรือชะลอการเปิดประชุมสภาฯครั้งแรก ศาลฯเห็นว่านายภัทรพงศ์ ไม่ใช่ผู้ร้องในคดีนี้ คำร้องมีลักษณะแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ร้องตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา55 จะกระทำโดยผู้ร้องเท่านั้น จึงมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องดังกล่าว และยังไม่มีเหตุป้องกันความเสียหายหรือความรุนแรงอันใกล้จะถึง จึงไม่เป็นกรณีที่ศาลจะกำหนดมาตรการหรือวิธีการใดๆเป็นการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่