ไฟต์บังคับเร่งเครื่องไทม์ไลน์อำนาจ ในภาวะโงกเงกโงนเงน เจอพิษสงคราม ฤทธิ์น้ำมัน วิกฤติทำเป๋อีกรอบ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” ต้องรีบตั้งหลัก เร่งสปีดโปรแกรมเข้าบริหารประเทศ หลังเสร็จจากกระบวนการเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ วันที่ 6 เม.ย.นี้ จัดคิวแทรกด่วน นัดประชุม ครม.นัดพิเศษทันที ก่อนแถลงนโยบายต่อรัฐสภา วันที่ 9–10 เม.ย.นอกจากมีคิวปั๊มมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพดูแลปากท้องชาวบ้าน กับสารพัดแผนอัดฉีด ตามแคมเปญ “ไทยช่วยไทยพลัส” แจกกันจุใจพลัสๆ ทั้งเติมเงินบัตรคนจน อัดฉีดโครงการคนละครึ่ง จ่อพลัสเพิ่มวงเงิน ช่วยค่าน้ำมันขนส่ง ขนส่งสาธารณะ ฯลฯครม.รอบประชุมพิเศษนัดนี้ ตั้งแท่นชงเรื่องรอไว้ไฟเขียวรอบหน้าตามภารกิจกู้แต้ม หลังเจอภัยพิบัติการเมืองเรื่องน้ำมัน คะแนนนิยมวูบ ในทางการเมืองก็หนีไม่พ้นด้วยเกมถนัด จัดสูตรแก้ไขหน้างานจัดงบฯอัดฉีดปิดปากชาวบ้าน กระตุกฟื้นแต้มเพราะอีกด้านในคิวเดียวกันก็มีแผนพ่วง กระทรวงการคลังเตรียมตั้งเรื่องการลดภาษีสรรพสามิต ขยายเพดานกู้เงินเพื่อเติมเข้า “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ตามที่ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯและ รมว.คลัง เปิดไต๋ เตรียมกู้เพิ่มสำรองไว้อีก 1.5 แสนล้านบาทจัดคิวขอใช้ 2 เครื่องมือแก้วิกฤติน้ำมัน ที่ยื้อดึงเวลามาพักใหญ่โดยเฉพาะเรื่องหั่นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ก่อนนี้ใครแนะก็ไม่ทำ บทจะทำก็ปรับลดลงนิดๆหน่อยๆพอเป็นพิธี อีกทางก็แผนกู้เงิน ก่อนหน้านี้ทำได้ ก็ไม่ทำ อ้างต้องขออนุญาต กกต. ทั้งที่เรื่องเร่งด่วนก็คงไม่โดนขวางคิวบริหารจัดการวิกฤติของรัฐบาลถึงออกทรงแปลกๆแปร่งๆวันนี้พอคนในรัฐบาลเปิดแผนรับมือ วิกฤติน้ำมันสารพัด ก็เลยพอจะจับโป๊ะได้ ที่ดึงจังหวะยื้อเวลาเล่นตามข้อเรียกร้องต่างๆ เพราะต้องตุนงบฯ กันวงเงินกู้เอาไว้ไม่ให้เกินกรอบหนี้สาธารณะเพื่อรออัดฉีดสารพัดโครงการ “มหาประชานิยมพลัสๆ”เพราะขืนเร่งลดภาษี รีบใช้กองทุนน้ำมันอุ้มเรื่องราคาไปก่อนหน้า ก็จะไม่เหลือวงเงินไว้อัดฉีดปิดปาก ไม่ได้พ่วงแผนฉุดแต้มต้องเดินตามสูตรเกมซ่อนกลของโคตรเซียน “ครูใหญ่บุรีรัมย์” ทำอะไรก็ต้องพลัสๆ บวกๆจัดทีเดียวได้หลายเด้ง ทับซ้อนส่วนรวม กับคะแนนสีน้ำเงินแน่นอน รายการแฝงแนวนี้ก็ย่อมทำได้ ทางการเมืองเป็นเรื่องธรรมดา เพียงแต่ถัดจากนี้ ต้องห้ามขาด ไม่ให้มีเรื่องหมิ่นเหม่อย่างที่เคยเจอเช่นกรณี “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม นั่งเป็นหัวหน้าทีมคุมศูนย์ติดตามสถานการณ์ บริหารจัดการวิกฤติน้ำมัน ไม่รู้บริหารอีท่าไหน ข้อสงสัยตามมาอื้อเรื่องประโยชน์ทับซ้อนยังตามแก้กันรายวัน แถมวันนี้ปมน้ำมันร้อนๆ ลามลวกไปถึงบริษัทของครอบครัว ข้อครหาลากอารมณ์โกรธของชาวบ้าน จ่อไปถึงขั้นปลุกบอยคอตงดใช้บริการทั้งที่ “พิพัฒน์” แจงรายวัน ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทน้ำมันของตระกูลมานานโขยืนยันไม่มีเล่ห์แฝงเร้น ใช้ข้อมูลลับทางราชการเอื้อประโยชน์ต่อความมั่งคั่งธุรกิจครอบครัวไม่มีเรื่องถอนทุนใดๆแต่ถึงวันนี้ ข้อเคลือบแคลงก็ยังไม่เคลียร์ใจชาวบ้าน โดยเฉพาะจุดใหญ่อยู่ที่ ปม “ไอ้โม่ง 6 บาท” ขึ้นราคาน้ำมันพรวดมีคนได้ประโยชน์ทั้งนายกฯอนุทิน-“พิพัฒน์” ที่คุมหน้างาน ไม่จริงจังเคลียร์จัดการไอ้โม่ง ไอ้กั๊ก ไอ้โกง โกยพุงปลิ้นเสือโหยถอนทุนบนความทุกข์ชาวบ้าน ถ้ามีจริงก็จ่อลอยนวลถึงจากนี้ให้ตั้งใจปั่นงานแก้เกม สร้างงานต่อก่องานใหม่ โดดเด่นแค่ไหนก็เหนื่อยที่จะล้างปมคลางแคลงคาใจ เพราะถ้าชาวบ้านนึกขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็จะยิ่งหวนย้ำภาพจำไม่ลืมประเภทจุดอ่อน พวก “บ่อน้ำมัน” ในรัฐบาลเป็นอีกตัวอย่างคราบฝังลึก บทเรียน “ชาวคณะอนุทิน” ต่อจากนี้ไม่ให้ละเลยต้องไม่ปล่อยให้เปรอะเปื้อนแบบพลัสๆกันอีก.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม