เข้าช่วงโค้งสุดท้ายหาเสียงเลือกตั้ง สส. 8 ก.พ.2569 บรรยากาศหาเสียงยิ่งดุเดือดเข้มข้น ล่าสุดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน ที่จัดทำโดยกลุ่ม Zero Corruption ร่วมกับภาคเอกชน ระบุข้อมูลมีการซื้อเสียงเป็นจำนวนมาก เฉพาะเขต กทม. และปริมณฑล อยู่ที่ 7,500 บาท ต่อหัว ขณะที่ต่างจังหวัดเฉลี่ยอยู่ที่ 3 พันบาท ถึง 5 พันบาทต่อหัวอัตราซื้อเสียงในวงเงินดังกล่าว กลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด นักการเมืองส่วนใหญ่มองว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการจ่ายหนัก 7,500 บาท ต่อคน แต่มีนักการเมืองบางส่วนเชื่อว่ามีการจ่ายหนัก ทุ่มเงินซื้อเสียงอย่างมโหฬารเกิดขึ้นจริง และเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบอย่างจริงจังขณะที่ กกต.มีท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ระบุว่า ตัวเลขซื้อเสียงดังกล่าวอาจเป็นการประเมิน หรือความเห็นตามหลักวิชาการจากการสำรวจความคิดเห็น เป็นเพียงการคาดการณ์ ยังไม่มีการร้องเรียนหรือมีหลักฐานการซื้อเสียงราคานี้ โดยยืนยัน กกต.มีมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดป้องกันการซื้อเสียงแม้ตัวเลขซื้อเสียง 7,500 บาท ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่ามีจริงหรือไม่ แต่สร้างความตื่นตระหนกในสังคม สะท้อนการเลือกตั้งปี 2569 มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด เป็นสนามดวลกระสุน ทุ่มทุนอย่างมหาศาล เพื่อชัยชนะทางการเมือง เป็นดัชนีบ่งชี้การเมืองไทยเข้าสู่ยุคใช้ทุนนำการเมือง แต่ระบบตรวจสอบไม่สามารถไล่ตามกลโกงได้นอกจากแจกเงินซื้อเสียงโดยตรงแล้ว ยังพบความรุนแรงวิธีอื่นๆในรูปแบบวิชามาร อาทิ การติดป้ายหาเสียงโจมตีพรรคคู่แข่ง การใช้สื่อโซเชียลปั่นกระแสเฟกนิวส์ ทำลายชื่อเสียงฝ่ายตรงข้าม การเก็บบัตรประชาชนไม่ให้คู่แข่งซื้อทับ การซื้อเสียงผ่านการเติมเงินอีวอลเล็ต รวมถึงการใช้ทุนเทามาใช้จ่ายสนับสนุนการเลือกตั้งรูปแบบทุจริตเลือกตั้งพัฒนาและซับซ้อนมากขึ้น ถือเป็นโจทย์สำคัญ ที่จะเป็นบทพิสูจน์ท้าทายฝีมือการทำงาน กกต. ต้องจับให้ได้ ไล่ให้ทันกลยุทธ์ความไม่โปร่งใส กกต.ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงรุกในพื้นที่มีความเสี่ยงสูง การแกะรอยจับผู้บงการทุจริตระดับปลาใหญ่ ไม่ใช่มีแค่พวกปลาซิวปลาสร้อย หรือหัวคะแนนรายย่อยที่ถูกจับสิ่งที่ประชาชนคาดหวัง คือการปฏิบัติหน้าที่ปราบการทุจริตเลือกตั้งได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ มีมาตรฐานเท่าเทียมกัน หาก กกต.จัดการเลือกตั้ง ปี 2569 ได้อย่างโปร่งใส จะสร้างความเชื่อมั่นที่ไม่ได้มาจากเฉพาะคำพูด ตรงกันข้ามหากจัดเลือกตั้งล้มเหลว มีการทุจริตมโหฬาร วิกฤติศรัทธาต่อองค์กรจะยิ่งรุนแรงขึ้น.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม