หยุดยาวข้ามปี วันนี้กลับสู่โหมดทำงานปกติวันแรกของปี 2569 ปีม้าไฟ การหาเสียงเลือกตั้งยังเป็นไปอย่างเข้มข้น อีก 34 วัน ประชาชนกว่า 53 ล้านคนจะได้ใช้สิทธิเลือกตั้งรัฐบาลใหม่กันแล้ว ที่น่าสนใจในเวลานี้ก็คือ “โฉมหน้ารัฐบาลใหม่” ก็เริ่มจะเห็นเค้าลางกันแล้ว เมื่อ “คุณเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคส้ม (ประชาชน) ประกาศชัดเจนว่า “มีส้มไม่มีเทา” จะไม่จับมือร่วมตั้งรัฐบาลกับ พรรคภูมิใจไทย ของ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล และ พรรคกล้าธรรม ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ใน ขณะที่ “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯหน้าใหม่พรรคเพื่อไทย ก็ประกาศชัดเจนเช่นเดียวกันว่า พรรคเพื่อไทยจับมือได้กับทุกขั้ว ดังนั้น พรรคการเมือง 2 ขั้ว จึงแตกต่างกันอย่างชัดเจน ประชาชนเลือกได้ไม่ยากคุณเท้ง ณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรคส้ม ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนพรรคประชาชนว่า จะไม่โหวตให้พรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯภูมิใจไทย และ ตัวแทนพรรคกล้าธรรม โดยระบุอย่างชัดเจนว่า “เราไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรมได้” การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการชี้ชะตาว่า จะเอาการเมืองที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับสีเทาหรือพรรคประชาชนที่มีจุดยืนชัดเจน ให้ “กาส้มล้มเทา” ถ้ามั่นใจในจุดยืนของพรรคประชาชน ให้กาพรรคประชาชนให้ถล่มทลายคุณเท้ง กล่าวว่า หลายครั้งที่ผ่านมาแม้ประชาชนจะให้ความไว้วางใจพรรคก้าวไกลเป็นอันดับ 1 แต่ยังไม่ได้มีโอกาสเป็นรัฐบาล เนื่องจากมีเสียง สว.อยู่ ครั้งนี้ สว.ไม่มีสิทธิเลือกนายกฯแล้ว ขอให้กาพรรคประชาชนให้ถล่มทลายเป็นที่หนึ่ง เราตั้งรัฐบาลได้แน่นอน ถ้าบริหารล้มเหลว อีก 4 ปีทุกคนลงโทษพรรคประชาชนได้ นี่คือความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย ทุกการตัดสินใจอยู่กับเสียงประชาชน ไม่ได้อยู่กับกลุ่มชนชั้นนำในสังคมเท่านั้นดร.เชน ยศชนัน แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย ก็ให้สัมภาษณ์ถึงการจับมือทางการเมืองว่า พยายามจะไปพูดคุยกับผู้คนว่า มีปัญหาเดือดร้อนแค่ไหน เพื่อนำมาเป็นนโยบายส่งไปถึงประชาชน แต่ละพรรคมีแนวนโยบายแตกต่างกัน หากพรรคใดไม่ได้มีประเด็นนโยบายที่ไม่ไปทางเดียวกัน “สามารถจับได้ทุกขั้ว” หลายคนพยายามบอกว่า พรรคเพื่อไทยเป็นอันดับ 3 เรายังไม่ค่อยเต็มใจตอบ เมื่อลงพื้นที่ ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนหลายคน จึงมองว่านโยบายเราจะเป็นตัวตั้งการเมือง และต้องมาดูว่า พรรคไหนจะจัดทำนโยบายพรรคเพื่อไทยได้ และเปิดกว้างหากพรรคอื่นมีนโยบายที่ดี เราก็พร้อมที่จะทำดร.เชน ถือเป็น แคนดิเดตนายกฯมือใหม่คนหนึ่ง คำตอบของ ดร.เชน จึงเป็น คำตอบที่ซื่อใสทางการเมือง สะท้อนให้เห็นว่า ยังไม่ค่อย รู้ปัญหาของประเทศสักเท่าไหร่ ดร.เชน บอกว่า การพยายามลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชน เพื่อดูว่ามีปัญหาเดือดร้อนกันแค่ไหน เพื่อเอามาทำเป็นนโยบาย แทนที่จะนำนโยบายลงไปหาประชาชนอย่างคนที่รู้ปัญหาการประกาศว่า “สามารถจับมือได้ทุกขั้ว” เพื่อให้ได้เป็นรัฐบาล โดยไม่สนใจจะเป็นพรรคสีอะไร พูดแบบนี้คนรุ่นใหม่คงไม่ชอบใจแน่นอนการเลือกตั้ง 8 ก.พ. เป็นการชิงชัยระหว่าง 3 พรรคการเมืองใหญ่ในปัจจุบัน โพลที่ผ่านมายกให้ พรรคส้ม–ประชาชน เป็นอันดับ 1 พรรคนํ้าเงิน–ภูมิใจไทย เป็นอันดับ 2 และ พรรคแดง–เพื่อไทย เป็นอันดับ 3 มีการวิเคราะห์ประเมินกันว่า พรรคอันดับ 1 (พรรคไหนยังไม่รู้) จะได้ประมาณ 200 เสียง พรรคอันดับ 2–3 จะอยู่ในระดับ 70–100 เสียง โอกาสที่จะจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวจึงมีน้อยมาก ยกเว้นพรรคส้มจะได้เกิน 250 เสียงรัฐบาลใหม่ จึงคาดว่าจะเป็น “รัฐบาลผสม” ที่มี 3 พรรคนี้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลการตัดสินใจ “เลือกอนาคต” ในวันที่ 8 ก.พ.จึงอยู่ที่ “คนไทย 53 ล้านคน” ที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ท่านจะ “เลือกตั้งด้วยความหวัง” ในอนาคตที่ดีกว่าเดิม หรือจะ “เลือกตั้งด้วยความกลัว” ในสิ่งที่มองไม่เห็น แล้ว “ได้ผลลัพธ์แบบเดิมๆ” ที่ ทำให้ประเทศไทยจมดิ่งลงไปเรื่อยๆด้วยจีดีพีที่ตํ่าลงไปทุกปี จาก 3% ในปี 67 เป็น 2% ในปี 68 และ 1.5% ในปี 69 พร้อมกับคุณภาพชีวิตที่แย่ลงไปเรื่อยๆ ท่านจะเลือกแบบไหน.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม