ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ รัฐนาวา “พ่อดันลูก” กำลังเดินไปสู่จุดที่จะสิ้นอายุขัยตามไทม์ไลน์ที่ปรากฏให้รับรู้นับแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป“ผู้พ่อ” ชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” ศาลได้นัดตัดสินคดีหมิ่นสถาบัน ม.112 วันที่ 22 ส.ค.2568 หลังจากที่มีไต่สวนครบทุกปากแล้วคดีนี้เกิดที่ต่างประเทศนานมาแล้วจากนั้นก็ยังมีอีกคดีหนึ่งคือชั้น 14 รพ.ตำรวจ ว่าด้วย “ป่วยทิพย์” ไม่ต้องติดคุกแม้แต่วันเดียว โดยศาลดำเนินการไต่สวนเองทุกขั้นตอนหลังจากสอบสวนทุกมิติพบว่ามีหลักฐานที่พอจะชี้ว่ามีความผิดจริงเนื่องจากการสอบสวนทวนความ โดยเฉพาะแพทยสภาได้สรุปแล้วพบว่าแพทย์เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง ถูกพบว่ามีส่วนวินิจฉัยไปในทางที่ช่วยเหลือ “ทักษิณ” จนเห็นว่าต้องนำไปรักษาที่ รพ.ตำรวจเพราะอาการขั้น “วิกฤติ”!นี่แหละคือหลักฐานที่จะผูกมัดได้คงอีกไม่นานเกินรอก็จะได้ทราบผลนี่เป็นเรื่องของ “พ่อ” ที่กำลังจะเดินเข้าบ่วงกรรมจากนั้นก็เป็นเรื่องของลูก “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ที่ถูกศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากมีปัญหาเรื่อง “คลิปฉาว” บทสนทนากับ “ฮุน เซน”เวลานี้มีตำแหน่งในรัฐบาลก็คือรัฐมนตรีวัฒนธรรมที่สามารถร่วมประชุม ครม.ได้หลังจากครบกำหนดตามที่ศาลสั่งให้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาครบ 15 วันแล้ว ได้ขอขยายเวลาไปอีก 15 วัน อ้างว่ายังทำชี้แจงไม่ทันนั่นเป็นเทคนิคในการต่อสู้คดีที่สามารถทำได้แต่เหตุผลจริงๆแล้วก็เพื่อต้องการซื้อเวลาเพื่อหวังว่าจะทำให้ประชาชนลืมเรื่องนี้จากเหตุที่ไม่พอใจคลิปดังกล่าวทว่า ในสภาพความเป็นจริงแล้วเล่นกับใครไม่เล่นเล่นกับ “ฮุน เซน” นั้นไม่ง่าย!เพราะเขาประกาศว่าไม่เจรจากับนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้เป็นอันขาด ดังนั้นจะเล่นเกมกับรัฐบาลชุดนี้ต่อไปก็อย่างที่เห็นๆกันคือพยายามยั่วยุในรูปแบบต่างๆ ทั้งจาก “ฮุน เซน” เอง ทั้งจากนายกรัฐมนตรีที่เป็นลูกชายฝ่ายพื้นที่ชายแดนก็ส่งคนเข้ามาสร้างความปั่นป่วนทำให้คนไทยและทหารไทยเกิดความไม่พอใจ เพื่อหวังให้เกิดการปะทุกันเป็นชนวนไปสู่สงครามได้พูดง่ายๆว่าไม่หยุดนั่นทำให้คนไทยไม่ลืมเหตุการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ความคุกรุ่นไม่พอใจนายกรัฐมนตรียังคงดำรงอยู่ต่อไปแผนซื้อเวลาจึงไม่สัมฤทธิผลจากนี้รอเพียงว่าศาลจะนัดตัดสินวันไหนเท่านั้นเป็นอันว่า “พ่อ-ลูก” กำลังเดินเข้าสู่บ่วงกรรมไม่ต่างกันล่าสุด “ทักษิณ” ที่ดูเหมือนจะยอมรับความจริงได้ ประกาศว่า หาก “แพทองธาร” มีอันเป็นไป ก็กลับไปเลี้ยงลูกที่บ้านไม่มีปัญหา เมื่อไม่ต้องการให้ทำงานแต่รัฐนาวา “เพื่อไทย” จะต้องเดินหน้าต่อไป โดยจะเสนอชื่อ “ชัยเกษม นิติสิริ” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ให้เป็นผู้นำประเทศคนต่อไปแทนก็ไปลุ้นกันในสภา!หากยุ่งยากมากก็ “ยุบสภา” ไม่มีปัญหาและชี้ว่าประเทศไทยนั้นมีปัญหาใหญ่คือเรื่องการเมืองที่เป็นอุปสรรคทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ยาก...ก็ต้องถามกลับไปว่าแล้วใครล่ะ...ที่ทำให้เกิดปัญหาทางการเมือง!ลิขิต จงสกุลคลิกอ่านคอลัมน์ “สับรางวันอาทิตย์” เพิ่มเติม