ที่เคยฟังๆกันมาทัณฑนิคมเกาะตะรุเตา ที่กรมราชทัณฑ์ย้ายนักโทษการเมืองจากคุกบางขวางไปเมื่อ 16 ก.ย.2482 นั้นมีบางคนนิยามว่า “นรกตะรุเตา”แต่เรื่องราวที่ผมเพิ่งรู้จากหนังสือ 2475 นักปฏิวัติแถวสอง (แสงดาวพิมพ์ พ.ศ.2568) นั้นต้องนิยามกันใหม่พลเอก บัญชร ชวาลศิลป์ ผู้เขียน ยืนยันจากบันทึกของ สอ เสถบุตร รวมเรื่องเล่าจากนักโทษอีกหลายคนว่า ตอนแรกนักโทษ 70 คน พักรวมแออัดในโรงนอนไม้ ไม่มีฝากั้น หลังคามุงด้วยใบหวายแต่ชีวิตประจำวันค่อนมีอิสระ กลางวันนักโทษการเมืองจะท่องเที่ยวปีนป่ายโขดเขา ไปเล่นน้ำตก เข้าป่าหาผลไม้กิน จะตกปลา เล่นน้ำทะเลก็ทำได้ เพียงแต่ทุกเย็นต้องกลับมาเข้าแถวขานชื่อจะเลือกนอนเมื่อใดก็ได้ต่อมามีนักโทษคนหนึ่งป่วยเป็นโรคผิวหนัง ทัณฑนิคมจึงผ่อนผันให้แยกย้ายกันสร้างกระท่อมที่พักบรรยากาศผ่อนคลายนำไปสู่การตั้งครัวทำอาหารกันเอง โดยซื้อข้าวสารขาว น้ำตาล กาแฟ บุหรี่ ฯลฯ จากร้านสหกรณ์ โดยมีเงินที่ญาติฝากเจ้าหน้าที่ไว้แต่นักโทษก็มีเงินที่แอบเก็บไว้ซื้อเนื้อหรือผักสดที่นักโทษสามัญที่แยกอยู่อีกด้านของเกาะ ลักลอบเอามาขาย โดยการซุกไว้ในกระบอกไม้ไผ่ โรงไม้ พุ่มไม้ หรือแม้ซอกหิน ผู้ซื้อก็ไปหยิบสินค้า วางเงินไว้ตามราคาที่กำหนดเนื้อสัตว์มีทั้ง หมูป่า อีเก้ง กระจง กระต่าย แลนหรือตะกวด หลายครั้งนักโทษการเมืองถูกต้ม เพราะขาอีเก้งกระจงที่ได้มาที่จริงเป็นขาสุนัขที่บนเกาะมีอยู่ฝูงใหญ่ ส่วนพืชมีทั้งเห็ดสด พริก มะเขือ ขิง ข่า ตะไคร้ กระชายสอ เสถบุตร เล่าว่า บางครั้งก็ซื้อได้ครีบปลาฉลาม ท่านก็มีวิธีปรุงหูฉลาม ใส่เนื้อปูมากพิเศษ โดยใส่น้ำสต๊อกที่ทำจากเปลือกกุ้ง กระดองปู และกระดูกต่างๆ ต้มใส่เกลือน้ำสต๊อกที่อร่อยที่สุด คือสูตรที่ทำจากหนวดหอยมือเสือ บางตัวใหญ่ขนาดเท่ากระจาดมีอาหารคาวอร่อยลิ้นกินไม่ขาดแล้ว ก็ยังมีของหวาน สอ เสถบุตร ทำขนมปัง ขนมเค้ก และพายหลายอย่าง โดยอบจากเตาของ ม.จ.สิทธิพร กฤดากร ซึ่งหม่อมศรีพรหมภรรยาส่งมาให้ ทำแบ่งกันกิน จนเหลือกินแล้วก็ทำขายนายศิริ กลัมพากร ขายปาท่องโก๋ ร้อยเอก พัน จันทโรช ขายบะหมี่ลูกค้าไม่ได้มีแค่นักโทษการเมืองด้วยกัน ผู้คุมเรือนจำก็แวะเวียนเข้ามาซื้อสอ เสถบุตร เล่าว่า ชีวิตนักโทษเกาะตะรุเตาสะดวกสบาย ได้สูดอากาสบริสุทธิ์จากสิ่งแวดล้อมตามธรรมขาติ แตกต่างคุกบางขวาง ซึ่งถูกจำกัดอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมแต่ความสงบราบรื่นนั้นก็มีเรื่องสะดุดอยู่บ้าง 13 ธ.ค.2484 ได้รับแจ้งจากกองบัญชาการเกาะ รัฐบาลไทยประกาศเป็นสัมพันธมิตรกับญี่ปุ่น มีการประกาศกฎอัยการศึก นักโทษการเมืองจึงถูกควบคุมเคร่งครัดขึ้นปลายปี 2485 เกิดพายุไต้ฝุ่นกระท่อมนักโทษพังราบ ต้องกลับไปนอนในเรือนพักรวมเหมือนตอนแรกสงครามยิ่งยืดเยื้อ มีการโจมตีทางอากาศ ทางรถไฟถูกตัดขาด ข้าวของเงินทอง ของกินของใช้ ยาแก้ไข้มาลาเรียและยารักษาโรคที่ญาติเคยส่งมาให้ขาดแคลน นักโทษป่วยเป็นไข้มาลาเรีย รักษากันแบบงูๆปลาๆ19 เม.ย.2486 ได้รับคำสั่งให้เตรียมตัว 2 วัน ก็ต้องย้ายไปทัณฑนิคมใหม่ เริ่มชีวิตนักโทษที่ทุกข์ยาก ลำบากมาก ที่เกาะเต่า กลางอ่าวไทย สุราษฎร์ธานีสอ เสถบุตร สรุปความทรงจำครั้งนั้นว่า “รวมเวลาแห่งความสุขที่ไร้อิสรภาพบนเกาะตะรุเตาเกือบ 4 ปี”เรื่องคุกตะรุเตาผมเคยอ่าน แล้วก็เคยเอามาเขียนหลายครั้ง ทุกเรื่องอ่านแล้วยิ้มได้ไม่ชื่นใจเหมือนอ่านครั้งนี้แล้วก็อย่ามาถามต่อ 6 เดือนของนักโทษบนสวรรค์ชั้น 14 มีเรื่องเล่าอะไร ให้ยิ้ม ให้ชื่นใจได้บ้างผมเดาเอานะครับ...สวรรค์ตะรุเตาคงไม่สุขสมอารมณ์ทุกสถาน เหมือนสวรรค์ชั้น 14 จึงไม่มีเสียงเล่าขานออกมาให้ใครฟัง สักแอะเดียว.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม