ผมเขียนเรื่อง “ไทยจะเป็นมหาอำนาจยาเสพติด” เมื่อวันจันทร์ 26 พ.ค. ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นประเทศมหาอำนาจทางยาเสพติด มีการค้าขายยาเสพติดมากไม่แพ้ประเทศค้ายาเสพติดยักษ์ใหญ่ในโลก นับตั้งแต่ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปลดล็อก “กัญชา/กระท่อม” ออกจากบัญชียาเสพติด ส่งเสริมให้ปลูกกันทุกบ้าน ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศส่งออกยาเสพติดรายใหญ่ของโลก สมัยนี้ไม่ต้องลักลอบส่งออกเป็นตู้คอนเทนเนอร์จากท่าเรือแหลมฉบังเลยล่าสุดบีบีซีตีข่าว อดีตนักฟุตบอลพรีเมียร์ลีกขนกัญชาจากไทย 4 กระเป๋าเดินทางไปถูกจับที่อังกฤษ ทำไมยาเสพติดจึงขนออกจากไทยไปอย่างง่ายดาย ยิ่งเห็นปริมาณยาเสพติดที่จับได้ในไทยปี 2567 ก็ยิ่งช็อก ทั้งยาบ้า ยาไอซ์ ยาอี เฮโรอีน คีตามีน จำนวนมหาศาล ที่จับไม่ได้มากกว่าไม่รู้กี่เท่าบ่าย 27 พ.ค. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ประธานกรรมการติดตามเร่งรัดการปราบปรามยาเสพติด (ครส.) เชิญ คุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไปปาฐกถาหัวข้อ “ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ มุมมองและความท้าทายต่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน” ที่สำนักงานปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) โดยมี คุณภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม คุณสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ไปนั่งฟังด้วยคุณทักษิณ บอกว่า อยากพูดเรื่องนี้มานานแล้ว ชาวบ้านบอกเศรษฐกิจวันนี้รอได้ แต่ยาเสพติดรอไม่ไหวแล้ว เดือดร้อนไปหมดแล้ว นอนผวากันหมด ดูทีวีเห็นเด็กไล่ฆ่าปู่ย่าตายายพ่อแม่ สมัยก่อนพ่อค้ารายใหญ่อยู่ในไทย การผลิตอยู่ต่างประเทศครึ่งหนึ่ง ในไทยครึ่งหนึ่ง แต่วันนี้กลายเป็นการผลิตแทบจะ 100% ที่ “ว้าแดง” รู้จุดแล้วแปลว่าอยู่เฉยไม่ได้ พ่อค้ารายใหญ่หลบหนีไปข้างบ้านหมด แต่ยังมีเครือข่ายในไทย เจ้าหน้าที่แกล้งไม่รู้เรื่องหรือไม่อยากรู้เรื่องวันนี้การแก้ปัญหาต้องประยุกต์ อันตรายกำลังมาถึงลูกหลานเราตัวยาที่ใช้ทำยาเสพติดคือ “คาเฟอีน” และ ตลาดยาเสพติดที่ใหญ่ที่สุด คือ ประเทศไทย ตอนนี้ มีหน่วยงานจัดการยาเสพติด 29 หน่วย ไม่รู้มากไป หรือความหอมหวานของงบประมาณคุณทักษิณ ระบุว่า ยาเสพติดเข้ามาประเทศไทยตรงๆ มาทางเรือด้วยคอนเทนเนอร์ ศุลกากรวันนี้มีตู้เข้ามา 6 ล้านตู้เครื่องเอกซเรย์มีไม่พอ เปิดตู้บ้าง ไม่เปิดตู้บ้าง ตั้งใจ ไม่เปิดตู้ก็มี ไม่รู้ว่าคาเฟอีนลงเรือที่เขมรมาที่แหลมฉบัง เราแย่เพราะระบบราชการถูกวางไว้ต่างคนต่างทำ ขาดเจ้าภาพและวัดเคพีไอ วันนี้ต้องกลับมาบริหารแบบองค์กร เมื่อแหล่งผลิตอยู่ใน “ว้าแดง” เขตติดต่อสามเหลี่ยมทองคำ ถ้า “เมียนมา” บอกว่าจัดการไม่ได้ เพราะเป็นชนกลุ่มน้อย เราคงต้องขอจัดการเอง เพราะมันเป็นศัตรูของเรา วิธีจัดการของเรามีวิธีที่สากลรับได้ คิดว่าอีก 1-2 เดือนนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศ จะต้องไปพบกับเพื่อนบ้านทั้งหมด เพื่อผนึกกำลังกันให้ว้าแดงเลิกผลิตยาเสพติด ถ้าคุณยังผลิต คุณคือศัตรูของประเทศไทย เราไม่ควรมีความปราณีกับศัตรู รัฐบาลจะต้องมีความชัดเจนคุณทักษิณ กล่าวอีกว่า การลำเลียงยาเสพติดผ่านชายแดนไทยไปทางลาวผ่านแม่นํ้าโขง เราต้องดักจับทุกรูปแบบ ที่สำคัญหมู่บ้านและชุมชนต้องเป็นสีขาวให้ได้ ความร่วมมือของส่วนราชการสำคัญมาก ตำรวจและปกครองต้องเป็นปาท่องโก๋ ต้องไปด้วยกัน ต่างคนต่างทำไม่ได้ ผู้การกับผู้ว่าฯ นายอำเภอกับผู้กำกับ ปลัดอำเภอกับสารวัตร ทำให้เราสามารถซอยย่อยลงไป เอกซเรย์จัดการได้หมด อย่าให้มันอยู่ในหมู่บ้านผมเห็นด้วยกับ คุณทักษิณ ทุกอย่าง ต้องเร่งปราบยาเสพติดในไทยให้หมดไปเร็วที่สุด ลงลึกถึงระดับหมู่บ้าน เพราะมันกำลังกัดกร่อนบ่อนทำลายคนไทยและเศรษฐกิจไทยจนอ่อนแอ สิ่งสำคัญที่รัฐบาลเพื่อไทยทำได้ทันทีเพื่อแสดงความจริงใจก็คือ เอา “กัญชา/ กระท่อม” กลับไปเป็น “ยาเสพติด” วันนี้ ไทยกลายเป็น “ประเทศส่งออกกัญชา” รายใหญ่ของโลกไปแล้ว ส่วน “กระท่อม” ชาวบ้านก็เสพกันเองในหมู่บ้าน นักเรียนก็พกไปเสพกันในโรงเรียน เศร้าใจไหม เมื่อ คุณทักษิณ ซึ่งมีบารมีเหนือรัฐบาล พูดแล้วรัฐบาลต้องทำทันที ไม่เพียงทำให้ยาเสพติดหมดไป แต่ยังทำให้ “การคอร์รัปชันยาเสพติด” หมดไปด้วย.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม