ในหนังสือชุดธรรมโฆษณ์ เล่มปฏิจจสมุปบาท ท่านอาจารย์พุทธทาส สอนไว้ตอนหนึ่งธรรมะชุดห่วงโซ่ความทุกข์ที่เริ่มต้นว่าเพราะอวิชชามี...สังขารจึงมีไปจบที่โศกปริเทว ทุกข์ โทมนัส อุปายาส...ความโศกเศร้าพิไรรำพันความทุกข์กายทุกข์ใจ และความคับแค้นใจ...จึงมี...เป็นธรรมะที่พระอริยะเจ้า มักท่องทบทวน จนประหนึ่งเป็นเพลงโปรดประจำตัวใน 12 ห่วงโซ่นี่...ผมจับใจห่วงโซ่ข้อนาม-รูป...รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อีกชื่อเรียก “ขันธ์ 5” ครับลองท่องตามกันดูสักหน่อยจะเป็นไร!รูปอุปมาเหมือนฟูมฟองแม่น้ำ เวทนาอุปมาเหมือนฟองน้ำฝน สัญญาอุปมาเหมือนพยัพแดด สังขารอุปมาเหมือนต้นกล้วย วิญญาณอุปมาเหมือนมายากลเหตุที่ชอบ...เกิดจากความฝังใจ ตอนเริ่มเรียนบาลีหัดแปลธรรมบทเรื่องแรกจักขุบาลพระชราตาบอดไม่ยอมให้สามเณรหลานชาย จูงมือท่านเดินในป่าต่อไป เพราะจับได้ว่าไปศีลขาดกับผู้หญิงประชุมชาดกท้ายธรรมบทมีคาถา ผมสะดุดใจ...บาทหนึ่ง ชีวิตเหมือนฟองน้ำเด็กอายุ 12 ปี มีสิทธิ์ที่จะค้าน...เกิดมาเป็นตัวตน...จับต้องได้ ...แล้วตัวตนออกใหญ่โตจะเป็นเหมือนฟองน้ำไปได้อย่างไร? ก็ค้านก็เถียงอึงๆในใจประสาเด็กเด็กโง่เติบโตเรื่อยมาประสบการณ์จริงบวกการอ่านหนังสือธรรมะมากเล่ม... ก็ยอมรับเต็มที่ อือ! ชีวิตคนนี่ เหมือนฟองน้ำจริง...บ่ายโมงวันศุกร์ผมบอก “สิงห์คะนองนา” เพื่อนคนนั้น อย่ามักมากอยากได้เกินไปถ้ารู้จักให้ให้เป็นฝากความดีไว้กับใครอื่นบ้าง เผลอแป๊บตาย จะเสียดายที่ไม่ได้ทำหลังนัดบ่ายสองโมง (วันศุกร์) ผมก็ทิ้งท้ายอย่างผมวางมือถือ ก็อาจหัวใจวาย...ตายไม่ได้ไปตามนัดกับคุณจุดนัดหมายของพวกเราหลายครั้ง วนเวียนอยู่ละแวกสวนจตุจักร...ผมมีปกตินิสัยซื้อกาแฟดำเดินไปนั่งเก้าอี้ริมสระน้ำจิบกาแฟไปดูพระอาทิตย์ตกดินไปห้าหกปีมานี่...เตะตา ตึกสูงโด่เด่...ตรงหน้า ไม่สำคัญจนต้องถามตึกอะไร? เดาเอาคงเป็นหนึ่งในอภิมหาโครงการศูนย์บางซื่อของคุณสุริยะ รมว.คมนาคมก่อนถึงเวลานัด...บ่ายโมงยี่สิบนาที...เวลาแผ่นดินไหวที่พม่า แต่แรงไหวทำให้ตึกสำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน...ก็ตึกโด่เด่สะดุดตาหลังนั้น...ถล่ม เพื่อนโทร.มาหารือขอเลิกนัดดูคลิปข่าวทีวี...แล้วผมก็ทบทวนถึงประโยคสั่งลา...อย่าว่า แต่ “รูป” เนื้อตัวหน้าตาที่เป็นชีวิต “ ตามข่าวล่า...รูปชีวิต ราว 50 คน “รูป” อาคาร 33 ชั้น สร้างมากว่า 6–7 ปี เป็นถาวรวัตถุ” ช่วงอายุยืนยาวกว่ายังพังครืนลงมาในพริบตา เหลือเป็นเศษอิฐปูนกองเดียวย้อนไปนึกถึงเพลงอริยะที่ผมเลือกร้อง ท่องทบทวนในระหว่างสมาธิ รูป สิ่งที่เห็นด้วยสายตา คือตัวตน อุปมาฟูมฟองแม่น้ำ เวทนา ทุกข์ สุข ความไม่สุข ความไม่ทุกข์ ในใจ อุปมาเหมือนฟองน้ำฝนเหตุตึกถล่มเพราะแผ่นดินไหวคราวนี้คืออีกหนึ่งประสบการณ์ที่ยืนยัน ชีวิตคน ตึกหลังใหญ่ เปรียบเป็นฟูมฟองแม่น้ำ เป็นฟองน้ำฝน จริงเสียยิ่งกว่าจริงธรรมะชุดปฏิจจสมุปบาทเป็นธรรมะชุดที่พระพุทธองค์ ทรงค้นพบแล้วจึงตรัสสินพระองค์ว่า ทรงตรัสรู้มีชาวพุทธมากมายที่เรียนรู้ตามปฏิบัติตาม ใช้เป็นยารักษาชีวิตให้ยืนยงคงอยู่ในโลกพาลาใบนี้ต่อไปได้ โดยไม่ทุกข์ร้อน ทุรนทุรายจนเกินไปพ้นจากภัยแผ่นดินไหวไปแล้ว เรายังมีภัยอภิมหาภัยอีกมากมาย ที่ต้องเผชิญต่อ ฝากความหวังชีวิตให้รอดเอาไว้กับรัฐบาลแล้ว หากยังนึกอะไรไม่ออกลองหาเนื้อ “เพลงอริยะ” ของพระพุทธเจ้ามาหัดร้องกันไว้ ร้องๆๆ กันให้คล่องปาก แล้วก็ค่อยๆคิดพิจารณาลงลึกในเนื้อหา “ห่วงโซ่ทุกข์” แต่ละข้อ จนถึงวันที่เข้าใจความหมาย ชีวิตเหมือนฟองน้ำ ถ่องแท้...ทุกข์หนักหนาสารพันตรงหน้าก็จะมลายหายไปเอง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม