ในหนังสือ “ตำรวจน้ำดี” (งานพระราชทานเพลิงศพ พล.ต.อ.ณรงค์ มหานนท์ ต.ค.2567) มีเรื่องราวของตำรวจ 8 นาย เรียงชื่อ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร รองอธิบดีกรมตำรวจ เป็นลำดับที่ 4แฟนประจำ “ชาวกรุง” ของสยามรัฐ รุ่น พ.ศ.2500 พอจะรู้ เจ้าของนามปากกา “โก้ บางกอก” ผู้เขียนเรื่อง “ล.ว.สุดท้าย” แล้วก็รัก ตชด.ขึ้นมาจับใจ คือตำรวจชื่อวสิษฐคนนี้เหตุการณ์ 14 ตุลาฯ 2516 หนึ่งในหลายคนกลางที่พยายามประสานม็อบราชดำเนินกับรัฐบาลให้ดีกัน ก่อนระเบิดเป็นตุลาฯ มหาวิปโยค มีนายตำรวจชื่อวสิษฐคนหนึ่งแต่มีน้อยคนนักที่จะรู้เบื้องลึกสาแหรกชีวิตท่านเป็นไง? มาไง?เกิดอุดรธานี พ.ศ.2472 พ่อแม่เป็นครู เรียน ร.ร.ขอนแก่นวิทยา พ่อย้ายไปเป็นศึกษาธิการจังหวัดยะลา แม่ต้องลาออกจากครู ทั้งครอบครัวย้ายตามพ่อไป พ่อย้ายมารับตำแหน่งเดิมที่ขอนแก่น จึงจบม.6 ที่ขอนแก่นสอบเตรียมนายร้อยไม่ได้ พ่อส่งไปต่อ ม.6 พิเศษ กรุงเทพฯ กะจะสอบเข้าเตรียมทหาร พ.ศ.2487 เกิดสงคราม กรุงเทพฯถูกทิ้งระเบิด ลี้ภัยไปอยู่ขอนแก่น พ่อเป็นเสรีไทย จับลูกชายอายุ 14 เป็นเสรีไทยด้วยเรียนรู้เรื่องปืน เรื่องระเบิด ฝึกรบกองโจร เตรียมสู้กับญี่ปุ่น สองคนกับพ่อ กู้กระสุนปืนรถถังที่ด้าน เป็นประสบการณ์เร้าใจแรกเป็นเสรีไทยระดับครูฝึกสองปี จบสงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ.2488 พ่อส่งกลับกรุงเทพฯเรียน ม.8 ร.ร.วัฒนศิลป์วิทยาลัย พ่อมีเรื่องถูกออกจากราชการ หย่ากับแม่ ช่วงที่ชีวิตเร่ร่อน ย้ายไปอาศัยญาติบ้าง เพื่อนพ่อบ้าง เจอเรื่องร้ายฝังใจขนของเข้าไปอาศัยบ้านญาติ แต่ไม่สะดวกใจ ระหว่างขนของย้ายออกไปหาบ้านเช่า...ขันน้ำพานรองเงิน หัวจักรเย็บผ้าหาย สงสัย ญาติเจ้าบ้านขโมย ชวนกันเดินดู เจอถูกฝังไว้ในหลุมที่ขุดใหม่ ก็อุ้มขึ้นรถไปบ้านเช่ายังไม่ทันขนของลงจากรถ ตำรวจก็มาจับไปโรงพักพญาไทญาติเจ้าของบ้านแจ้งความว่าของหาย“ผมให้การกับตำรวจ ของที่หายเป็นของของผม ถ้าเป็นของเขาจะเอาไปฝังทำไม?”“ของของเขา จะเอาไปทำยังไงก็ได้” นอกจากเหตุผลตำรวจฟังไม่เข้าท่า ตำรวจนายนั้นยังแจ้งข้อหาเอาวสิษฐเข้าห้องขัง เดือดร้อนถึงพ่อ ต้องมาวิ่งเต้นกับเพื่อนตำรวจเอาลูกชายออกความอยุติธรรมจากตำรวจ คุณวสิษฐตั้งปณิธานว่าจะต้องเข้าเป็นตำรวจให้ได้ ที่เข้าไม่ใช่เพราะรักตำรวจ แต่เพราะเกลียดตำรวจความตั้งใจตอนนั้น จะเป็นตำรวจไปจนกว่านายตำรวจคนที่จับยัดข้อหา...มาคำนับ แล้วจะลาออกวันเวลาผ่านไป คุณวสิษฐจบจากเมืองนอก ติดยศ ร.ต.อ. เป็นอาจารย์สอนโรงเรียนสืบสวน นายตำรวจคนนั้น ยศ ร.ต.ท. วันหนึ่งก็ให้บังเอิญ...เจอกันต่างฝ่ายต่างจำกันได้ ไม่มีฝ่ายไหนหลุดปากพูดเรื่องเก่า “เขาโค้งคำนับผม”“ก็จบกัน” คุณวสิษฐใช้คำนี้ นี่คือจุดบรรลุปณิธานข้อแรก แต่ปณิธานข้อต่อมา “ลาออก” ยังไปไม่ถึงคุณวสิษฐไม่ผ่านโรงเรียนนายร้อย จบมาด้วยวิชารัฐศาสตร์ ระหว่างชีวิตตำรวจบางช่วงที่ชะงัก ทำให้ท้อใจ...คุณวสิษฐเล่าว่าในวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 พระราชทาน “พระพิมพ์จิตรลดา” ให้ ตรัสว่า “ไปหาทองมาปิดข้างหลังพระ ปิดข้างหลังมากๆ ไม่ช้าทองจะโผล่ออกมาด้านหน้า”พ.ศ.2533 อานิสงส์ทองที่โผล่มาด้านหน้า ตำรวจชื่อวสิษฐ ก็ฝ่าฟันงานชีวิตตำรวจมาได้จนเกษียณอายุราชการ ในตำแหน่ง รองอธิบดีกรมตำรวจเรื่องเล่าของตำรวจน้ำดีคนหนึ่ง ที่ก่อเกิดมาจากตำรวจน้ำเน่าอีกคน ก็จบลงตรงนี้.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม