พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวัง จัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตามราชประเพณี พระราชทานพระโกศทองใหญ่สำหรับทรงพระศพ กางกั้นด้วยฉัตร 7 ชั้นและประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง ครม.น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ สั่งสถานที่ราชการลดธงครึ่งเสา 15 วัน นายกฯนำ ครม.ถวายน้ำสรงพระศพ ไม่ห้ามจัดกิจกรรม-งานรื่นเริง ให้ประชาชนดำเนินชีวิตปกติ “กษัตริย์จิกมี-ราชินี” แห่งราชอาณาจักรภูฏานและนานาชาติร่วมถวายความอาลัยการสิ้นพระชนม์ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ปวงราษฎร์กอดรูปร่ำไห้ดั่งหัวใจแตกสลาย หลั่งไหลเดินทางมาถวายความอาลัย ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ อดีตนางงามจักรวาล โพสต์ภาพความทรงจำ เมื่อครั้งเข้าเฝ้าใกล้ชิดดวงใจทวยราษฎร์แตกสลาย เหล่าพสกนิกรไทยทั่วแผ่นดินตกอยู่ในความโศกาอาดูรและน้อมถวายความอาลัยส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ภายหลังการสิ้นพระชนม์ด้วยพระอาการสงบของพลเอกหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิรา เทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่มีขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 11 มิ.ย. สิริพระชันษา 47 ปี หลังทรงพระประชวรหมดพระสติด้วยพระอาการทางพระหทัยตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 โดยปวงชนชาวไทยได้ร่วมกันน้อมรำลึกถึงในพระกรุณาธิคุณ พระวิริยอุตสาหะในพระราชกรณียกิจนานัปการ ที่ทรงบำเพ็ญเพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชนชาวไทยตลอดมาโศกสลด “พระองค์ภา” สิ้นพระชนม์ทั้งนี้ เมื่อเวลา 07.26 น. วันที่ 12 มิ.ย. สถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจออกประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ความว่า ภายหลังจากที่ทรงพระประชวรหมดพระสติด้วยพระอาการทางพระหทัยและทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม พุทธศักราช 2565 โดยสำนักพระราชวังได้แถลงความคืบหน้าพระอาการให้ทราบเป็นระยะมาโดยตลอดพระอาการทรุดหลัง “พระนาภี” ติดเชื้อต่อมา ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 พระอาการทรุดลงจากการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) อันเนื่องมาจากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ร่วมกับภาวะความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ และการแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดและสุดความสามารถ แต่พระอาการได้ทรุดหนักลงตามลำดับ จนถึงวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เวลา 19.48 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สิริพระชันษา 47 ปีโปรดเกล้าฯถวายพระเกียรติยศสูงสุดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรม ราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุด ตามราชประเพณีและประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง โดยพระราชทานพระโกศทองใหญ่ สำหรับทรงพระศพ กางกั้นด้วยฉัตร 7 ชั้น (ปกติ ชั้นเจ้าฟ้า ฉัตร 5 ชั้น) เนื่องจากสมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เป็นพระราชธิดาพระองค์โตและทรงกรม (กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร) ตั้งแต่ทรงมีพระชนม์ชีพ ส่วนการบำเพ็ญพระราชกุศลพระศพ 7 วัน มีขึ้นในวันที่ 17-18 มิ.ย. การบำเพ็ญพระราชกุศลพระศพ 15 วัน ในวันที่ 25-26 มิ.ย. การบำเพ็ญพระราชกุศลพระศพ 50 วัน วันที่ 30-31 ก.ค. และการบำเพ็ญพระราชกุศลพระศพ 100 วัน ในวันที่ 18-19 ก.ย.6914 มิ.ย. เปิดถวายสักการะหน้าพระรูป1.พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ประชาชน ทั่วไปเข้าถวายน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวง ราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูป ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรม มหาราชวัง ในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึงเวลา 12.00 น. 2.พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน เวลา 08.30-16.00 น. เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569 ในการนี้ได้จัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัยไว้ด้วยขณะเดียวกันสำนักพระราชวังได้แจ้งงดเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ “พระพันปีหลวง” ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และงดการชมพระบรม มหาราชวังระหว่างวันที่ 13-19 มิ.ย.27 มิ.ย.เปิดเข้าถวายสักการะพระศพ3.พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยาภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ทุกวัน เวลา 09.00-21.00 น. เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราชสกุล ราชินิกุล คณะองคมนตรี คณะรัฐบาล คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วันเผยเส้นทางขบวนเชิญพระศพอีกด้าน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยเส้นทางขบวนเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวง ราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง ที่มีขึ้นในวันเสาร์ที่ 13 มิ.ย. เวลา 15.30 น.ว่า ใช้เส้นทางจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เลี้ยวซ้ายเข้าถนนอังรีดูนังต์ เลี้ยวขวาออกถนนพระราม 4 แยกสามย่าน เลี้ยวขวาเข้าถนนพญาไท แยกพญาไท เลี้ยวซ้ายเข้าถนนศรีอยุธยา ผ่านอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผ่านวัดเบญจมบพิตรฯ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชดำเนินนอก ถนนราชดำเนินกลาง ถนนราชดำเนินใน เลี้ยวขวาเข้าถนนหน้าพระลาน เลี้ยวซ้ายเข้าประตูวิเศษไชยศรี ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยาในพระบรมมหาราชวัง ขอประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว และวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อความสะดวกและลดผลกระทบด้านการจราจรทำเนียบฯลดธงครึ่งเสาส่วนบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังมีประกาศสำนักพระราชวัง ถึงการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรน ทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหา วัชรราชธิดา โดยทำเนียบฯได้ลดธงชาติลงครึ่งเสา ขณะที่บรรดารัฐมนตรี ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ รวมถึงสื่อมวลชน พร้อมใจกันสวมชุดสีดำ ถวายความอาลัย ในเวลา 08.56 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่บนตึกไทยคู่ฟ้า มีรัฐมนตรีหลายคนเดินทางมาหารือกับนายอนุทิน ต่อมาเวลา 10.00 น. นายอนุทินเป็นประธานประชุม ครม.นัดพิเศษ ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นายกฯและคณะรัฐมนตรีได้ยืนถวายความอาลัย ต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้นจึงเริ่มประชุม ครม.“อนุทิน” แถลงการณ์ไว้อาลัยจากนั้นเวลา 10.30 น. นายอนุทินแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ มีใจความสำคัญว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่าน สำนักพระราชวัง ได้มีประกาศอย่างเป็นทางการว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวง ราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้สิ้นพระชนม์แล้ว นำมาซึ่งความโทมนัสสุดอาลัย ต่อพสกนิกรชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดิน ไม่มีถ้อยคำใดที่จะสามารถบรรยายความรู้สึกของพสกนิกรชาวไทยได้อย่างครบถ้วนปวงชนไทยอาดูรสุดประมาณนายกฯกล่าวต่อว่า เพราะความสูญเสียครั้งนี้ มิได้เป็นเพียงข่าวร้ายที่ประชาชนได้รับรู้ หากเป็น ความอาดูรสุดที่จะประมาณที่เกิดขึ้นในดวงใจของผู้คน ทั้งชาติ ด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเป็นที่รักเคารพ และเทิดทูนของประชาชนทุกหมู่เหล่า ทรงเป็นเจ้าฟ้าราชนารีผู้เปี่ยมด้วยพระเมตตา พระปรีชาสามารถและพระจริยวัตรอันงดงาม เป็นแบบอย่างแห่งการอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติและประชาชนตลอดพระชนม์ชีพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงดำรงพระองค์เป็นขัตติยนารีผู้ทรงคุณูปการยิ่งแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และกำลังพระทัย ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ในการสร้างสรรค์สังคมที่เปี่ยมด้วยความยุติธรรม ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ พระปรีชาสามารถอันรอบด้าน ทั้งในฐานะนักกฎหมาย นักการทูต นักสังคมสงเคราะห์ ล้วนเป็นแบบอย่างการดำรงพระองค์ให้คนไทยเชื่อมั่นในคุณค่าของตนเอง กล้าที่จะใฝ่ฝัน มุ่งมั่นพัฒนาตนเอง และใช้ความรู้ความสามารถเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติพระกรุณาธิคุณจะยังคงดำรงอยู่นายอนุทินกล่าวว่า แม้วันนี้ขัตติยนารีผู้ทรงเป็นความภาคภูมิใจของแผ่นดินไทยได้เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว พระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชน และพระปณิธานในการสร้างสังคมแห่งความเมตตา ความยุติธรรม ความเสมอภาคจะยังคงดำรงอยู่เป็นมรดกทางคุณธรรมของชาติ เป็นดั่งประกายแสงแห่งเพชรที่ส่องนำทางแก่คนไทยรุ่นแล้วรุ่นเล่าสืบไป ในการนี้กระผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิรา เทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยการตั้งมั่นอยู่ในความดี การมีเมตตาต่อกัน การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส การทำคุณประโยชน์เพื่อส่วนรวม อันเป็นคุณค่าที่พระองค์ทรงยึดถือและทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่างมาตลอดพระชนม์ชีพเชิญชวนถวายกำลังพระทัย “ในหลวง”นายกฯกล่าวอีกว่า เพื่อถวายเป็นกำลังพระราชหฤทัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ในห้วงเวลาแห่งความเศร้าโศกนี้ ตนในนามของรัฐบาล ข้าราชการและพสกนิกรชาวไทยทั้งในและนอกราชอาณาจักร ขอน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ขอให้พระเกียรติคุณ พระจริยวัตร และพระกรุณาธิคุณสถิตเป็นมิ่งขวัญ เป็นแสงสว่างแห่งเพชรในดวงใจของปวงชนชาวไทยตราบกาลนิรันดร์สั่ง รมต.ไป ตปท.ให้ใช้เวลาสั้นที่สุดจากนั้นเวลา 11.00 น.นายอนุทินแถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้มีวาระเดียวคือการเตรียมการดำเนินการงานพระราชพิธีต่างๆ โดยมอบหมายให้แต่ละกระทรวงและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนและให้การดูแลประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงานให้ดีที่สุด แนวทางการไว้อาลัยขอให้เป็นไปตามแถลงการณ์ของสำนักพระราชวัง เมื่อถามถึงภารกิจของนายกฯที่จะเดินทางไปต่างประเทศต้องปรับอะไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า สำหรับภารกิจต่างประเทศที่เตรียมการนัดหมายผู้นำประเทศต่างๆไว้แล้วก็ยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิม ได้แจ้งให้รัฐมนตรีและหน่วยงานต่างๆว่าหากมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ขอให้เน้นที่ตัวภารกิจ พยายามตัดกำหนดการที่ไม่ใช่ประเด็นหลักและให้ไปในระยะเวลาที่สั้นที่สุดให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติเมื่อถามว่าการจัดงานต่างๆของประชาชนสามารถดำเนินการต่อได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องการใช้ชีวิต การทำมาหากิน การสร้างรายได้ต่างๆ คิดว่าประชาชนก็ใช้ชีวิตอย่างปกติ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราเก็บความเศร้าโศก ทุกคนมีความเศร้าโศก มีความเสียใจเป็นอันมากอยู่แล้ว แต่เรื่องของการปฏิบัติหน้าที่การใช้ชีวิต การทำมาหากิน ขอให้เป็นเรื่องปกติ มั่นใจว่าพวกเราทุกคนทราบดีว่า เราจะปฏิบัติอย่างไรที่เหมาะสมในช่วงเวลาการไว้ทุกข์ และในแถลงการณ์พระราชวังแถลงมาชัดเจน ถือเป็นช่วงเหลื่อมล้ำเพราะในส่วนราชการ ก็ไว้ทุกข์ในวาระของสมเด็จพระพันปีหลวงอยู่แล้ว เมื่อถามว่าสำหรับงานรื่นเริงคอนเสิร์ตยังสามารถดำเนินการได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามปกติเหมือนสมัยสมเด็จพระพันปีหลวงก็สามารถจัดได้ งานทุกงานจะเริ่มด้วยการยืนถวายความอาลัย ถ้าเราทำตรงนั้น ถือว่าเราได้รับทราบและได้ปฏิบัติตนด้วยความเหมาะสมแล้วครม.น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณต่อมาเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม. พิเศษ ว่า สืบเนื่องจาก แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่องสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวง ราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ นายกรัฐมนตรีจึงเรียกประชุม ครม.เป็นการด่วน ช่วงเริ่มต้นการประชุม นายกฯได้น้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมนำคณะรัฐมนตรียืนสงบนิ่งถวายความอาลัย และในที่ประชุม ครม.ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการและการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธีพระศพเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ ตามโบราณขัตติยราชประเพณีสั่งลดธงครึ่งเสา–ขรก.ไว้ทุกข์ 15 วันน.ส.รัชดากล่าวอีกว่า ในการนี้ สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ประกาศสำนักนายก รัฐมนตรี เรื่องสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหา วัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ดังนี้ 1.ให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐและสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป 2.ให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์กำหนด 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป สำหรับประชาชนทั่วไปขอให้พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสมจัดพระราชพิธีพระศพสมพระเกียรติโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม.ยังกำหนดเรื่องการจัดพระราชพิธีศพให้เป็นไปอย่างสมพระเกียรติ ตามโบราณขัตติยราชประเพณี ดังนี้ 1.มอบหมายสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรับไปดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการ จัดงานพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราช สาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการและเลขานุการ และกราบบังคมทูลเชิญพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นองค์ที่ปรึกษา รวมทั้งให้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ เช่น ฝ่ายอำนวยการจัดงานพระราชพิธี ฝ่ายจัดการพระราชพิธี ฝ่ายจัดสร้างพระเมรุ สิ่งปลูกสร้าง ราชรถ พระยานมาศ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายรักษาความปลอดภัย แจ้งส่วนราชการให้จัดข้าราชการไปร่วมเฝ้าฯในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เป็นเวลา 100 วัน เป็นประจำทุกวันมอบ ก.วัฒนธรรม–กรมศิลป์ สร้างเมรุน.ส.รัชดากล่าวอีกว่า 2. มอบหมายกระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากร ดูแลรับผิดชอบในเรื่องรูปแบบพิธีและการจัดสร้างพระเมรุ โดยขอรับพระราชวินิจฉัยจากองค์ที่ปรึกษา 3.มอบหมายสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจัดผลัดเวรเฝ้าฯ ของคณะรัฐมนตรีไปเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม 4. มอบหมายกระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานครจัดกิจกรรมถวายเป็นพระกุศลเพื่อให้ประชาชนร่วมในการถวายสักการะแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวง ราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา 5.มอบหมายกรมประชาสัมพันธ์รับไปดำเนินการเผยแพร่พระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี อย่างต่อเนื่องและประสานความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศในการจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษด้วยนายกฯนำ ครม.ถวายน้ำสรงพระศพโฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า ที่ประชุม ครม.ยังมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการจัดเตรียมแผนรองรับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น โดยจัดให้มีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และประสานความร่วมมือกับอาสาสมัครหรือมูลนิธิ ภาคเอกชน รวมทั้งสถานพยาบาลต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ตามที่พระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายน้ำสรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวง ราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 13 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30-12.00 น. โดยในวันดังกล่าวนายกฯจะนำคณะรัฐมนตรีไปร่วมถวายน้ำสรงพระศพตั้งแต่เวลา 08.30 น. เมื่อถามว่างานรื่นเริง หรืองานกิจกรรมต่างๆจะมีการสั่งให้ยกเลิกหรือไม่ น.ส.รัชดากล่าวว่า ไม่ได้มีการห้าม โดยขอให้ทุกคนแสดงความไว้อาลัยและระลึกถึงพระองค์ท่าน และดำเนินชีวิตได้ตามปกติรัฐบาลทราบข่าวด้วยความโทมนัสยิ่งผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เว็บไซต์ราชกิจจา นุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิรา เทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ความว่าโดยตามที่ได้มีประกาศสำนักพระราชวัง รัฐบาลได้รับทราบด้วยความโทมนัสอย่างยิ่ง จึงเห็นสมควรประกาศให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ และสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 15 วัน โดยเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย.69 เป็นต้นไป และให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกหน่วยงาน ไว้ทุกข์เป็นเวลา 15 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย.69 เป็นต้นไป สำหรับประชาชนทั่วไป ขอให้พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม ประกาศ ณ วันที่ 12 มิ.ย.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีกษัตริย์จิกมี–ราชินี สดุดีพระองค์ภาวันเดียวกัน สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เผยแพร่ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “His Majesty King Jigme Khesar Namgyel Wangchuck” ระบุว่า ทรงทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความโทมนัสอย่างยิ่ง ตลอดพระชนม์ชีพพระองค์ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชนชาวไทย ทั้งการปฏิบัติพระกรณียกิจพัฒนากระบวนการยุติธรรม ส่งเสริมสวัสดิภาพสตรีและเด็ก รวมถึงการทรงงานอย่างสมพระเกียรติในกองทัพไทย พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างอันประเสริฐของความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และทรงมีความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแน่วแน่ การอุทิศพระองค์เพื่อสาธารณประโยชน์นี้ทำให้พระองค์ทรงเป็นที่เคารพรักและชื่นชมอย่างกว้างขวางแสดงความเสียพระราชหฤทัยสุดซึ้งข้อความของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน ในเพจเฟซบุ๊ก ยังระบุด้วยว่า ในห้วงเวลาอันโศกเศร้าอาลัยยิ่งนี้ หม่อมฉันในนามของประชาชนชาวภูฏาน ขอพระราชทานกราบบังคมทูลแสดงความเสียพระราชหฤทัยอย่างสุดซึ้ง มายังพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนประชาชนแห่งราชอาณาจักรไทยทุกคน รวมทั้งขอร่วมแสดงความอาลัยต่อการสูญเสียพระบรมวงศานุวงศ์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่ง พระผู้ทรงอุทิศพระชนม์ชีพเพื่อประเทศชาติและประชาชนตลอดมาทูตนานาชาติร่วมถวายความอาลัยขณะเดียวกัน เอกอัครราชทูตและผู้แทนทางการทูตจากนานาประเทศประจำประเทศไทย ต่างออกแถลงการณ์ร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อพระบรมวงศานุวงศ์ รัฐบาล และพสกนิกรชาวไทย โดย นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่สถานทูต ได้ร่วมถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้ง เช่นเดียวกับนายฌอน โอนีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ แถลงในนามชาวอเมริกันร่วมอาลัยกับชาวไทยในฐานะมิตรแท้ และนายมาร์ค กูดดิ้ง เอกอัครราชทูตอังกฤษ ที่ร่วมส่งกำลังใจและความห่วงใยมายังชาวไทยในห้วงเวลาอันโศกเศร้านี้ญี่ปุ่นภาวนาเสด็จสู่สวรรคาลัยด้านนายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อพระบรมวงศานุวงศ์ รัฐบาลและพสกนิกรชาวไทยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พร้อมระบุว่า พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการกระชับสัมพันธไมตรีระหว่างไทยและญี่ปุ่น ผ่านการเสด็จเยือนญี่ปุ่นหลายครั้ง รวมถึงการทรงบรรยายพิเศษ ณ สถาบันฝึกอบรมและวิจัยการบริหารงานยุติธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNAFEI) และทรงร่วมแข่งขันโตเกียวมาราธอน ประชาชนชาวญี่ปุ่นต่างสำนึกในพระกรุณาธิคุณและเทิดทูนพระเกียรติคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมขอร่วมภาวนาให้ดวงพระวิญญาณเสด็จสู่สวรรคาลัยยกย่องทรงส่งเสริมสิทธิสตรีนอกจากนี้กลุ่มประเทศตะวันตกอย่างแคนาดา ฝรั่งเศส และเยอรมนี ได้ออกแถลงการณ์น้อมรำลึกถึงพระปณิธานและคุณูปการอันโดดเด่นในเวทีสากล ทั้งในฐานะอดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย และทูตสันถวไมตรีสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ขับเคลื่อนหลักนิติธรรม สาธารณสุข พัฒนาสังคมและการส่งเสริมสิทธิสตรี ซึ่งเป็นที่ยกย่องระดับนานาชาติประชาชนสุดเศร้ากอดรูปร่ำไห้ส่วนบรรยากาศที่บริเวณอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มีประชาชนเดินทางมาพร้อมนำพระรูปพระองค์ภาฯมาร่วมแสดงความอาลัยและร่วมน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย หลายคนกอดพระรูปร่ำไห้อย่างสุดอาลัย ในจำนวนนี้มี ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ เดินทางมาด้วยและกล่าวว่า ช่วงเย็นและค่ำของวันที่ 11 มิ.ย. มีความกังวลเกิดขึ้นในหมู่ประชาชนที่ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับพระอาการของ พลเอกหญิงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทุกคนต่างเฝ้ารอความชัดเจนจากแถลงการณ์ของสำนักพระราชวัง กระทั่งเช้าวันที่12มิ.ย. ถึงมีประกาศอย่างเป็นทางการว่า พระองค์สิ้นพระชนม์ตั้งแต่ค่ำวันที่ 11มิ.ย. ทำให้รู้สึกโศกเศร้าและอาลัย เช่นเดียวกับประชาชนจำนวนมากที่ก่อนหน้านี้ต่างภาวนาขอให้พระองค์ทรงมีพระอาการแข็งแรงอ.ธงทองเชิดชูพระกรณียกิจศ.พิเศษ ธงทอง กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชน นั่นคือ “ปาฏิหาริย์” ที่ยิ่งใหญ่และทรงคุณค่า พระองค์ทรงเป็นมิ่งขวัญของพสกนิกร ทรงอุทิศพระวรกายในการทำงานเพื่อบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในหลายด้าน ทั้งงานด้านอาสาสมัคร งานยุติธรรม การทรงรับราชการเป็นอัยการ และการทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะงานร่วมกับองค์การสหประชาชาติด้านการป้องกันอาชญากรรมและยาเสพติด ซึ่งล้วนเป็นคุณูปการสำคัญต่อประเทศ นับเป็นความโชคดีในชีวิตที่ได้มีโอกาสถวายงานและใกล้ชิดพระองค์ ทรงมีพระเมตตาและพระปฏิสันถารอย่างเป็นกันเอง ทรงสนพระทัยเรื่องประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม กฎหมาย และความเป็นไปของบ้านเมืองอยู่เสมอ มีพระราชปฏิสันถารสอบถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลายประเด็น จนทำให้รู้สึกว่าพระองค์ทรงเป็นที่พึ่งทางใจและทรงใส่พระทัยต่อทุกข์สุขของประชาชนอย่างแท้จริงประทับใจทรงห่วงใยผู้ต้องขังหญิงอาจารย์ธงทองยังเล่าถึงความประทับใจอีกว่า พระองค์ทรงห่วงใยผู้ต้องขังหญิงเป็นอย่างมาก เคยตามเสด็จไปทรงเยี่ยมเรือนจำและเห็นพระองค์ทรงอุ้มบุตรของผู้ต้องขังด้วยพระเมตตา จนต่อมาพระราชดำริเรื่องการดูแลผู้ต้องขังหญิงได้รับการพัฒนาเป็น “กติกากรุงเทพ” หรือ Bangkok Rules ที่องค์การสหประชาชาติรับรองเป็นมาตรฐานสากลในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงทั่วโลก ถือเป็นเกียรติยศสำคัญของประเทศไทย อีกหนึ่งความทรงจำที่ยังติดอยู่ในใจ คือเมื่อปี 2534 ขณะไปทำงานวิจัยที่เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จและร่วมตามเสด็จไปยังร้านขายสัตว์เลี้ยงใกล้โรงแรม พระองค์ทรงเลือกซื้อสุนัขด้วยพระอิริยาบถเรียบง่าย ภายหลังยังทรงฝากให้ช่วยจัดหาลูกบอลสำหรับสุนัขส่งกลับมาถวาย เรื่องราวเล็กๆเหล่านี้ทำให้ได้สัมผัสถึงพระอุปนิสัยที่งดงาม ความเป็นกันเอง และพระเมตตาที่ทรงมีต่อผู้คนรอบข้าง เมื่อมาถึงวาระที่พระองค์ไม่ได้อยู่กับพวกเราแล้ว ก็เป็นความโศกเศร้า เสียดายและอาลัยยิ่ง ด้วยความจงรักภักดีที่มีมาตลอดชีวิตเผยพระกรุณาธิคุณครั้งน้ำท่วมหาดใหญ่นางกนกพรรณ จันทรเพท ข้าราชการบำนาญ อายุ 67 ปี หนึ่งในผู้มาถวายความอาลัยที่ รพ.จุฬาฯ กล่าวด้วยน้ำตาว่า บ้านอยู่ย่านรัชดาภิเษก ขณะเตรียมตัวไปใส่บาตรเมื่อเช้าวันที่ 12 มิ.ย. ลูกชายโทร.มาแจ้งข่าวพระองค์ภาสิ้นพระชนม์ แม้จะทราบว่าทรงประชวรอยู่และติดตามพระอาการจากข่าว แต่รู้สึกใจหาย ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงแล้ว จึงใส่บาตรและอธิษฐานจิตถวายเป็นพระราชกุศล จากนั้นเดินทางจากบ้านมา รพ.จุฬาลงกรณ์ ตนและครอบครัวเป็นชาวสงขลา รู้สึกน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างยิ่ง เมื่อปี 2543 เกิดน้ำท่วมหาดใหญ่ พระองค์ภาได้พระราชทานถุงยังชีพผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก รวมทั้งยังมีโครงการกำลังใจในพระดำริ ช่วยเหลือผู้ต้องขัง สร้างอาชีพ ช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงและทารก มหาอุทกภัยหาดใหญ่ครั้งล่าสุด มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก ก็ยังส่งความช่วยเหลือมาให้ชาวหาดใหญ่อย่างทันทีประทับใจภาพทรงดูแลเสด็จพ่ออีกรายคือ น.ส.สิทธินี ดำรงทรงพร อายุ 65 ปี กล่าวว่า เดินทางมาจากพระประแดง สมุทรปราการตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 11 มิ.ย. มาที่ รพ. หลังทราบข่าวจากเพื่อนว่าพระอาการของพระองค์ภาไม่สู้ดี อยู่ถึงประมาณตี 2 ก็เดินทางกลับบ้านไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วกลับมาติดตามข่าวที่ รพ.จุฬาฯอีกครั้งนึง ที่ผ่านมาจะไปเฝ้ารับเสด็จเป็นระยะเวลา 10 กว่าปีแล้ว เพราะต้องการถวายความจงรักภักดี ส่วนตัวเคยได้เจอกับพระองค์ และท่านได้ลงพระนามลงบนพระรูปให้ด้วย ตอนนั้นดีใจมากที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้า ชื่นชมพระองค์เป็นอย่างมากที่มีความวิริยะอุตสาหะ เก่งและกตัญญู ท่านไปศึกษาเรื่องกฎหมาย แล้วก็มาดูแลประชาชน มีครั้งหนึ่งที่ตนไปเฝ้ารับเสด็จ ขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินแล้วมีพระอาการเซ พระองค์รีบเข้าไปประคองพระบิดาอย่างรวดเร็ว ประชาชนที่เห็นภาพนั้นรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมากจุฬาฯ เทิดพระเกียรติ “มหาวัชรราชธิดา”ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันเดียวกันมีการจัดพื้นที่ถวายความอาลัยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า พัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณี สิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่โถงอาคารจามจุรี 5 เพื่อให้คณาจารย์ บุคลากร นิสิตจุฬาฯ และนิสิตเก่าจุฬาฯ ร่วมลงนามแสดงความอาลัยและมีการเขียนข้อความเทิดพระเกียรติ ตอนหนึ่งว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวง ราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่น สุทธนารีนาถ เป็นพระบรมวงศ์ที่ผูกพันกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ดำรงพระอิสริยยศ ที่พระเจ้าหลานเธอ พระกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติหลายประการ ชาวจุฬาฯหลายรุ่นได้สนองพระดำริ ในโครงการต่างๆที่ได้ทรงบำเพ็ญเพื่อเป็นประโยชน์แก่ปวงชนชาวไทย ทั้งได้ยลพระจริยวัตรอันงามสง่า สมเป็น “มหาวัชรราชธิดา” ผู้ทรงงดงามแจ่มใสและสถิตอยู่ในหัวใจของชาวจุฬาฯเสมอมาตราบนิรันดร์คนบันเทิงหลั่งไหลถวายความอาลัยทางด้านคนบันเทิง ร่วมกันโพสต์พระรูปสมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมข้อความน้อมถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้ง อาทิ เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ เบลล่า-ราณี แคมเปน อ้อม-พิยดา จุฑารัตนกุล ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี หนิง-ปณิตา ธรรมวัฒนะ ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์ แอน ทองประสม เพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี มิสเวิลด์ 2025 หน่อย บุษกร วงศ์พัวพันธ์ แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย บี้-สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว ก้อย-รัชวิน คงมาลัย และศิลปินดาราอีกจำนวนมากปุ๋ย–ภรณ์ทิพย์ โพสต์ภาพความทรงจำด้าน “ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ไซม่อน” อดีตนางงามจักรวาลขวัญใจชาวไทย ผู้สร้างประวัติศาสตร์คว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์ส เมื่อปี 2531 และเคยได้เข้าเฝ้า “พระองค์ภา” อย่างใกล้ชิดเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ ได้โพสต์ภาพเมื่อครั้งที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า พัชรกิติยาภาฯ ทรงประทับที่ตักของปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ อย่างเปี่ยมด้วยพระเมตตาและเป็นกันเอง ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ถวายความอาลัยว่า “ตื่นขึ้นมาพร้อมข่าวอันน่าเศร้าอย่างยิ่ง ถึงการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระเมตตาและพระกรุณาอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ จะคงอยู่ชั่วนิรันดร์และจะสถิตอยู่ในดวงใจของปวงชนชาวไทยตลอดไป เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ข้าพเจ้าเคยได้รับโอกาสเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์หลายครั้ง เมื่อครั้งที่พระองค์ยังทรงพระเยาว์และประทับอยู่บนตักของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะจดจำพระสรวลอันสดใส พระปรีชาสามารถอันเฉียบแหลม พระอิริยาบถอันสง่างาม ที่เปี่ยมด้วยภาวะผู้นำโดยธรรมชาติของพระองค์ตลอดไปขอพระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย”ปรับกิจกรรมบวชถวาย “พระสังฆราช”อีกด้าน สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช มีหนังสือเรื่อง ประทานพระดำริในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและถวายพระกุศล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา ในเดือนมิถุนายน 2569 ณ วัดราชบพิธ สถิตมหาสีมาราม การนี้สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชฯโปรดประทานพระดำริว่า สมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงกอปรด้วยพระคุณูปการต่อประเทศชาติ พระบวรพุทธศาสนาและมหาชนเหลือคณานับ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณและถวายพระกุศลฯ จึงโปรดประทานพระดำริ เพื่อพิจารณาดำเนินการ ดังนี้ 1.กิจกรรมบรรพชาอุปสมบทถวายพระกุศลแด่เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ตั้งแต่วันที่ 13-29 มิ.ย. ให้เปลี่ยนเป็นการอุปสมบท ถวายพระกุศลแด่สมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 2.กิจกรรมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ปรับเปลี่ยนเป็นกิจกรรมนิทรรศการ “13 รอบนักษัตรวัดราชบพิธ พระบรมราชูทิศแห่งพระราชศรัทธา” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 3.กิจกรรมอื่นๆให้ปรับเป็นการถวายพระกุศลแด่สมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ“คริสตจักร” สวดถวายพระราชกุศลทางด้านอาร์ชบิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมัน คาทอลิกแห่งประเทศไทย ออกประกาศให้ทุกสังฆมณฑล และวัดคาทอลิกทั่วประเทศร่วมส่งเสด็จ สมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สู่อ้อมพระหัตถ์พระผู้เป็นเจ้า โดยเชิญชวนคริสตชนชาวไทยสวดภาวนาขอองค์พระผู้เป็นเจ้ารับดวงพระวิญญาณของพระองค์ให้ได้พักผ่อนตลอดนิรันดร์ในบรมสุขแห่งพระราชัยของพระองค์ ให้วัดคาทอลิกทุกแห่งในทุกสังฆมณฑลภาวนาถวายเป็นพระราชกุศลในบทภาวนาเพื่อมวลชนในพิธีบูชาขอบพระคุณวันอาทิตย์ เป็นพิเศษโดยพร้อมเพรียงกัน และวอนขอพระเมตตาจากองค์พระเป็นเจ้าประทานพระพรบรรเทาพระราชหฤทัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ขณะที่สภาคริสตจักรในประเทศไทย ประกาศแจ้งถึงคริสตจักรภาค คริสตจักรท้องถิ่น และสถาบันสังกัดสภาคริสตจักร ให้จัดนมัสการพระเจ้าหรืออธิษฐานถวายต่อพระเจ้าเพื่อรำลึกถึงพระองค์ ให้ลดธงครึ่งเสาและแต่งกายไว้ทุกข์ 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย.เป็นต้นไปเผยภาพถ่ายฝีพระหัตถ์อาลัยสุดซึ้งผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสำนักพระราชวัง เผยแพร่ประกาศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชร กิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. เพจเฟซบุ๊ก HRH Princess Sirivannavari Narira tana Rajakanya และอินสตาแกรม hrhsirivan navari ได้เผยแพร่พระรูปส่วนพระองค์สมเด็จพระ เจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในพระอิริยาบถที่ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน ซึ่งเป็นภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน ราชกัญญา ขณะที่อินสตาแกรม hrhsirivannavari ระบุว่า น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา In My Loving Memory of My Sisterยกเลิกกิจกรรมแสดงพลุสีรุ้งขณะเดียวกัน ห้างไอคอนสยาม ประกาศเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ยกเลิกการจัดแสดงพลุสีรุ้ง Journey of Pride Spectrum Show ในวันที่ 14 มิถุนายน 2569 ณ ไอคอนสยาม ในส่วนของกิจกรรม Pride & Greet และ Special Talk กับศิลปินจากค่าย Domundi จะยังเป็นไปตามกำหนดการเดิม สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างใกล้ชิดได้ทาง Social Media ของไอคอนสยาม ทั้งนี้ ขอขอบพระคุณและขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่