ศึก “เวิลด์ คัพ 2026” เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ คู่เอกกลุ่มเอฟ “กังหันลมสีส้ม” เนเธอร์แลนด์ ดวล “ซามูไร” ญี่ปุ่น คู่นี้มีเสียว ทีมดัชต์เล่นไม่แน่นอน อาจโดนนักเตะแดนปลาดิบสวนจุก ด้านกลุ่มอี “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี อดีตแชมป์โลก 4 สมัย ฟาดแข้ง “คูราเซา” ตัวแทนโซนคอนคาเคฟ อีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน “ช้างดำ” ไอวอรีโคสต์ ทีมแกร่งกาฬทวีป บดเดือดกับ “เอกวาดอร์” ทีมจากอเมริกาใต้ คู่สุดท้ายกลุ่มเอฟ “ไวกิ้ง” สวีเดน พบ “อินทรีแห่งคาร์เธจ” ตูนิเซีย ทั้ง 4 คู่ใครกำชัยมีลุ้นเข้ารอบลึก ขณะที่แฟนบอลไทยสุดปลื้ม “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล ซุปเปอร์สตาร์สาวไทยระดับโลก ขึ้นโชว์ลีลากระหึ่มในพิธีเปิดการแข่งขันของสหรัฐอเมริกา ก่อนเจ้าภาพ “พญาอินทรี” โชว์ฟอร์มโหดไล่ถล่มปารากวัยขาดลอย 4-1 ครองจ่าฝูงกลุ่มบี อีกคู่ “ใบเมเปิ้ลสีแดง” แคนาดา เกือบไม่รอด ไล่เจ๊าบอสเนีย 1-1 แบ่งกันไปทีมละแต้มผู้สื่อข่าวรายงานการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 13 มิ.ย. ตามเวลาประเทศไทย ไฮไลต์อยู่ที่เกมกลุ่มดี ระหว่าง “พญาอินทรี” สหรัฐอเมริกา หนึ่งในเจ้าภาพร่วม ลงสนามพบกับปารากวัย ตัวแทนจากทวีปแอฟริกาใต้ที่สนาม ลอสแอนเจลิส สเตเดียม, ลอสแอนเจลิส ก่อนการแข่งขันได้มีพิธีเปิดไฮไลต์คือการขึ้นโชว์ของ “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” ซุปเปอร์สตาร์สาวไทยระดับโลก ที่กลายเป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้ขึ้นแสดงในพิธีเปิดฟุตบอลโลก “ลิซ่า” ได้ร้องเพลง “GOALS” หนึ่งในเพลงประจำการแข่งขันร่วมกับแอนนิตา นักร้องชาวบราซิล และเรมา ศิลปินไนจีเรีย และยังมีการแสดงจากฟิวเจอร์ และไทลา ก่อนปิดท้ายที่เคที เพอร์รี ศิลปินสาวอเมริกัน ควงคู่ติอุส ลูกา ศิลปินหนุ่มน้อยที่โด่งดังจากการคัฟเวอร์เพลงทางโซเชียลมีเดีย ร่วมขับร้องเพลงวันเดอร์หลังเสร็จสิ้นพิธีเปิด การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น เปิดฉากไปได้เพียง 7 นาที สหรัฐอเมริกา ขึ้นนำ 1-0 จากการทำเข้าประตูตัวเองของดาเมียน โบบาดิยา จากนั้นเป็นโฟลเรียน บาโลกัน ที่มายิงเบิ้ลในนาทีที่ 31 และ 45 (+5) ให้สหรัฐฯ ฉีกหนีไปเป็น 3-0 ครึ่งหลัง นาทีที่ 73 เมาริซิโอ ยิงตีไข่แตกให้ปารากวัย ตามมาห่างๆ 1-3 ก่อนช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90 (+8) จิโอวานนี เรย์นา ซัดปิดท้ายให้กับเจ้าถิ่น จบเกมสหรัฐอเมริกา ชนะปารากวัย ไป 4-1 ประเดิมชัยชนะได้อย่างสวยงามและทะยานขึ้นไปรั้งจ่าฝูงของกลุ่มดีอีกคู่กลุ่มบี “ใบเมเปิ้ลสีแดง” แคนาดา หนึ่งในเจ้าภาพร่วมลงดวลนัดเปิดสนามกับบอสเนีย และเฮอร์เซโกวีนา ตัวแทนจากยุโรป ณ โตรอนโต สเตเดียม เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา ก่อนแมตช์ดังกล่าวได้มีพิธีเปิดการแข่งขันเช่นกัน เจ้าภาพเน้นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมแคนาดา ไฮไลต์อยู่ที่การเผยโฉมถ้วยฟุตบอลโลก ที่ออกแบบลวดลายเป็นงานโมเสก สัญลักษณ์การรวมตัวของกลุ่มคนหลากหลายวัฒนธรรมที่หลอมรวมเป็นประเทศแคนาดา พร้อมการแสดงของศิลปินดังไมเคิล บูเบลย์, ลานิส มอริสเซตต์, อเลสเซีย คารา, โนรา ฟาเทฮี, ดีเจซานจอย, เอลีอานา และเจสซี เรเยซ จากนั้นการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น บอสเนียออกนำไปก่อนจากโจโว ลูคิช นาทีที่ 21 แต่เจ้าถิ่นไม่ยอมแพ้ ไล่ตามตีเสมอได้จากไซล์ ลาริน นาทีที่ 78 จบเกมทั้งสองทีมเสมอกันไป 1-1 แบ่งกันทีมละแต้มขณะที่โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก “ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2026” ในรอบแรก วันนี้ไฮไลต์อยู่ที่กลุ่มเอฟ “กังหันลมสีส้ม” เนเธอร์แลนด์ ยักษ์ใหญ่ จากยุโรป ดวลเกือกกับ “ซามูไร” ญี่ปุ่น ยอดทีมจากเอเชีย ฟาดแข้งกันที่ดัลลัส สเตเดียม, รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา วันที่ 14 มิ.ย. เวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทยวันที่ 15 มิ.ย. เวลา 03.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์ ถ่ายทอดสดโรนัลด์ คูมัน กุนซือเลือดดัตช์ของทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ไม่มีเยอร์เรียน ทิมเบอร์ ที่ถอนตัวไปแล้ว ส่วนคนอื่นๆยังอยู่กันครบ แนวรับวางเวอร์จิล ฟาน ไดก์, แยน ปอล ฟาน เฮคเค, มิคกี ฟาน เดอ เฟน ยืนเป็น 3 เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ เฟรงกี เดอ ยอง, ทิจจานี ไรน์เดอร์ คุมจังหวะเกมกลางสนาม แดนหน้าวางโคดี กักโป ที่กดไป 2 ตุงในเกมอุ่นเครื่องผนึกกำลังกับครายเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ และดอนเยลล์ มาเลน ลงล่าตาข่ายฮาจิเมะ โมริยาสุ เทรนเนอร์ทีมชาติญี่ปุ่นจะไม่มีวาตารุ เอ็นโด กองกลางคนสำคัญที่เจ็บและถอนตัวออกจากชุดบอลโลก พร้อมประกาศเลิกเล่นทีมชาติไปเลย แต่ผู้เล่นคนอื่นๆยังอยู่กันพร้อมหน้า แนวรับวางทาเคฮิโระ โทมิยาสุ, สึโยชิ วานาตาเบะ, โค อิตากูระ ยืนเป็น 3 เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ไคจิ คามาดะ, อาโอ ทานากะ คุมจังหวะเกมทาเคฮิโร คูโบะ, จุนยะ อิโตะ ปั้นเกมรุก แดนหน้าวางอายาเซะ อูเอดะ กองหน้าจากเฟเยนูร์ดลงยืนหน้าเป้าเนเธอร์แลนด์ ชื่อชั้นเหนือกว่าก็จริง แต่ฟอร์มยังไม่ค่อยคงเส้นคงวา แถมมีปัญหาเรื่องจังหวะเข้าทำที่ยังหากองหน้าเด็ดขาดแบบยุคก่อนไม่ได้ ด้านญี่ปุ่นขนมาค่อนข้างฟูลทีม แม้สรีระร่างกายเป็นรอง แต่มีจุดเด่นอยู่ที่ทีมเวิร์ก รูปเกมคาดว่า “กังหันลมสีส้ม” จะเดินหน้าเปิดเกมรุกกดดันเข้าใส่ตั้งแต่ต้นเกม แต่ด้วยจังหวะเข้าทำที่ยังขาดความแน่นอน คงยากจะทะลวงแนวรับ “ซามูไร” เข้าไปพังประตูได้ แถมดีไม่ดีแข้งดัตช์อาจโดนทีเด็ดจากเกมโต้กลับเร็วของขุนพลแดนปลาดิบเล่นงานจนพ่ายก็เป็นไปได้กลุ่มอี “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี อดีตแชมป์โลก 4 สมัย ดวลกับคูราเซา ตัวแทนจากโซนคอนคาเคฟ ฟาดแข้งกันที่ฮุสตัน สเตเดียม, ฮุสตัน วันที่ 14 มิ.ย. เวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศ ไทยวันที่ 15 มิ.ย. เวลา 00.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์ และโมโนแม็กซ์ สปอร์ต (ช่อง 29) ถ่ายทอดสด เกมนี้ฮูเลียน นาเกลส์มัน กุนซือชาวเยอรมันของทีมชาติเยอรมนี มาหนนี้หวังเรียกฟอร์มเก่งกลับมาให้ได้ เกมนี้จัดหนักจัดเต็ม ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งของลิเวอร์พูล ผนึกกำลังจามาล มูเซียลา, ลีรอย ซาเน ปั้นเกมรุก แดนหน้าวางไค ฮาเวิร์ตซ์ ลงยืนหน้าเป้า ด้านดิก อัดโวคาท กุนซือจอมเก๋าชาวดัตช์ของทีมชาติคูราเซา ไม่มีปัญหาในการจัดทัพ มีเยอร์เกน โลคาเดีย, เจเรมี อันโทนิส, จูนินโญ บาคูนา, เลอันโดร บาคูนา เป็นตัวทีเด็ดกลุ่มอี “ช้างดำ” ไอวอรีโคสต์ ทีมแกร่งจากทวีปแอฟริกา ลงดวลกับเอกวาดอร์ ตัวแทนจากทวีปอเมริกาใต้ ฟาดแข้งกันที่ฟิลาเดลเฟีย สเตเดียม, รัฐเพนซิลเวเนีย วันที่ 14 มิ.ย. เวลา 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทยวันที่ 15 มิ.ย. เวลา 06.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์ ถ่ายทอดสด นัดนี้ทั้งสองทีมใส่กันยับแน่เพราะใครชนะมีโอกาสผ่านเข้ารอบ 32 ทีมค่อนข้างสูง เกมนี้เอเมอร์ส ฟาเอ เทรนเนอร์ทีมชาติไอวอรีโคสต์ จัดชุดใหญ่มีอาหมัด ดิยัลโล, ยาน ดิโอม็องเต, นิโคลัส เปเป เป็นตัวทีเด็ดกะซวกตาข่ายคู่ต่อสู้ ส่วนเซบาสเตียน เบคคาเซเซ เฮดโค้ชเอกวาดอร์ ขุมกำลังตัวหลักอยู่กันพร้อมหน้ามีมอยเซส ไกเซโด, เอนเนอร์ วาเลนเซีย, ปิเอโร ฮินคาปี, เปอร์วิส เอสตูปิญาน, เควิน โรดริเกวซ เป็นตัวชูโรงคู่สุดท้ายเป็นคิวของกลุ่มเอฟ สวีเดน ทีมดังจากยุโรป ดวลกับ “อินทรีแห่งคาร์เธจ” ตูนิเซีย ทีมแกร่งจากทวีปแอฟริกา ฟาดแข้งกันที่มอนเตร์เรย์, สเตเดียม, มอนเตร์เรย์ ประเทศเม็กซิโก วันที่ 14 มิ.ย. เวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทยวันที่ 15 มิ.ย. เวลา 09.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์ ถ่ายทอดสด แกรม พ็อตเตอร์ กุนซือชาวผู้ดีของทีมชาติสวีเดนได้รับข่าวดีเมื่ออเล็กซานเดอร์ อิซัค กองหน้าค่าตัวแพงจากลิเวอร์พูล ฟิตเปรี๊ยะออกสตาร์ตตัวจริงลงล่าตาข่ายเคียงข้างวิคตอร์ โยเคเรส ดาวยิงจากอาร์เซนอล เจ้าของแชมป์พรีเมียร์ลีก ด้านซาบรี ลามูชี เฮดโค้ชตูนิเซีย ไม่มีปัญหานักเตะเจ็บหรือติดโทษแบน เกมนี้มีเอลาส ซาอัด, ฮาเซม มาตูรี, ฮานนิบาล เมจบรี, เอลเยส ชาฮิริ เป็นตัวชูโรงอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่