เกิดสงครามกลางเมือง เหมือนไม่มีรัฐ ใครฆ่าใครไม่รู้นายชวน ชูจันทร์ ผู้ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และศิษย์เก่าพรรคพลังธรรม ย้อนวันวานสถานการณ์การเมือง ปี 57 จน คสช.ยึดอำนาจรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก่อนเกิดแนวคิดตั้งพรรค พปชร.ภายใต้โจทย์ออกจากกับดักความแตกแยกทางความคิด รวมตัวทุกคนในประเทศ ทุกภาคส่วน เปิดให้ทุกคนกลับตัวกลับใจร่วมพัฒนาประเทศ และกลับเข้าสู่โหมดเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยอีกครั้งผู้ก่อตั้งพรรค พปชร.ช่วงแรก ฐานรากสนับสนุนเยอะมากในฐานะที่ทำงานอยู่กับชุมชนกว่า 20 ปี เข้าใจทุกมิติโครงสร้างฐานรากของประเทศ พอระบบการเมืองเก่าเข้ามาบดบังและภาพรวมในช่วงที่พรรคเฟื่องฟูอำนาจยังเป็น “ระบบการเมืองเก่า” มีโควตา-ซื้อเสียง-แย่งตำแหน่งทางการเมือง-นโยบายไม่โปร่งใส-คนมีความสามารถไม่มีโอกาสเข้ามา-นักการเมืองไม่ได้สร้างสิ่งที่ดีงามให้เกิดความหวัง-สร้างระบบคิดที่ไม่ถูกต้องให้ชาวบ้าน-เป็นการเมืองที่ประชาชนเข้าถึงได้ยาก ท่ามกลางการเมืองใหม่ค่อยๆเกิดขึ้นมาถึงวันนี้พอถอยฉากออกจากพรรค พปชร. แต่ยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ก็ไม่ใช่ปัญหา แม้ถูกมองเป็นพรรคต่อท่ออำนาจพรรคทหาร เราในฐานะผู้ตั้งพรรคไม่ได้คิดแบบนั้น ในฐานะที่เข้าใจบริบทการเมืองไทย ที่มีความหลากหลายเชิงโครงสร้างอำนาจ ทั้งทุน ข้าราชการ ต่างมีอำนาจส่วนหนึ่ง สถาบันมีอำนาจส่วนหนึ่งทางด้านจิตวิญญาณ ประชาชนค่อนข้างมีอำนาจน้อย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณเมื่อเกิดเหตุสงครามกลางเมือง ไม่รู้ใครมาหยุดได้ ช่วงนั้นมีคนบอกว่ามีคนทำลายประชาธิปไตย แล้วประชาธิปไตยก็ทำลายตัวเองเหมือนกัน จะฆ่ากี่ล้านคนไม่เป็นไร ขอให้ประชาธิปไตยอยู่ นี่คือเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นในช่วงนั้น ถ้าผมปฏิเสธรับคนเข้าพรรค คนนั้นคนนี้ก็ไม่ได้ จะทำงานการเมืองได้อย่างไรถ้าเราตั้งพรรคทหาร ก็ยอมรับหรือปฏิเสธได้ บางคนบอกไปรับใช้ทหาร คำถามคือผมเข้าไป ชาวบ้านก็ได้ประโยชน์ ทหารไม่ใช่รู้ทุกเรื่องในการพัฒนาประเทศ ใครไม่เข้าใจก็ยอมรับในความคิดเห็นต่าง แต่ต้องมองภาพใหญ่ทางการเมือง มองโครงสร้างถึงมีทางออกฉะนั้นถึงเวลาขับเคลื่อนชุดความคิดใหม่ เปลี่ยนโฉมหน้าประเทศไทย โดยไม่ได้สะท้อนเฉพาะปัญหาภายในพรรค พปชร.ที่เกิดแตกหักระหว่างกลุ่ม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้า พปชร. กับกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการ พปชร. ที่สถานการณ์ยังหักเหลี่ยมกันวันต่อวันพลิกผันได้ตลอด จนตั้ง ครม.เสร็จถึงเห็นทางลงเอยแต่พยายามมองถึงแก่น “ระบบการเมืองเก่า” ในภาพรวมช่วง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แกนนำจัดตั้งรัฐบาล กำลังฟอร์ม ครม.ชุดใหม่ ที่รวมพรรคต่างๆเข้าร่วม และนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เปิดใจครั้งแรกในงานดินเนอร์ทอล์ก ชัดเจนสมรภูมิเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้าเหลือแค่ 2 กลุ่มใหญ่“พรรคประชาชน” ปะทะ “กลุ่มทักษิณ”ท่ามกลางขวาใหม่-การเมืองใหม่ก่อตัว“ตอนนี้คนส่วนใหญ่เห็นการเมืองแบบเก่ามันไปไม่ได้ นับจากนี้ไปเป็นโอกาสมีพรรคการเมืองที่เป็นความหวัง เน้นคุณธรรม จริยธรรม ไม่ซื้อเสียง ดึงคนเก่ง ดี เข้ามารักษาสถาบัน และพัฒนาประเทศไทยควบคู่กัน โดยหล่อหลอมรากเหง้าแห่งประวัติศาสตร์ นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ แนวพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากต้องไปด้วยกันโมเดลนี้เป็นขวาใหม่ คล้ายก่อเกิดพรรค พปชร.ใหม่ๆ เป็นทางเลือกใหม่ ถ้าชาวบ้านยังไม่สบายใจเลือกพรรคประชาชน ที่ไม่มีประสบการณ์หรือติดเงี่ยงเกี่ยวกับสถาบัน” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่าพรรค พปชร.ปรับสโลแกนใหม่เป็น “อนุรักษ์นิยมทันสมัย” ปกป้องสถาบัน ทันสมัยเศรษฐกิจ มีชีวิตที่สดใส นายชวน บอกว่า ยังไม่ชัดเจน แม้ช่วงหลังๆ พล.อ.ประวิตรมีเจตนาเริ่มเปิดประตูให้คนที่มีความคิดอ่าน มีความสามารถเข้ามา แต่มันไม่พอ การบริหารภายในพรรคเปลี่ยนไปหมดการเมืองใหม่ไม่ใช่แค่ดึงคนที่ใช่เข้ามา 2-3 คน แต่รอบข้างส่วนใหญ่ยังเป็นคนการเมืองเก่า มันก็ไปไม่รอด รวมถึงอีกหลายพรรคการเมืองก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน พรรคเก่าแก่ก็ตกอยู่ในสภาพพอๆกับพรรค พปชร. การเมืองเก่ามารวมกันโดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำการทำงานการเมืองยุคภูมิรัฐศาสตร์ผันผวน 1-2 ปีนี้ รู้แล้วรัฐบาลชุดใหม่บริหารราชการแผ่นดินไปได้แค่ไหน ฉะนั้นการเปลี่ยน แปลงทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ หากรัฐบาลทำงานไม่ได้ผลเปลี่ยนผู้บริหารได้ทันทีโดยสันติ เป็นจุดแข็งของประชาธิปไตยปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในพรรค พปชร.และพรรคอื่นที่เข้าร่วมรัฐบาล สะท้อนการเมืองเก่า ไม่มีทางออกให้ประเทศ กำลังเกิดปรากฏการณ์ขวาใหม่ก่อตัว เพื่อเป็นทางเลือกแห่งความหวัง และโอกาสของประเทศ นายชวน บอกว่า ใช่ พอกลุ่มซ้ายใหม่เกิดชุดความคิดใหม่ขึ้นมา ประชาชนก็ตอบรับฉะนั้นเมื่อมีกระบวนการขวาใหม่ เอาความบกพร่องขวาเก่าหรือการเมืองเก่าผลิตเป็นชุดความคิดใหม่สู่สังคมมั่นใจประชาชนตอบรับขั้วขวาใหม่เพราะการเมืองเก่าไม่มีอะไร พัฒนาประเทศหรือแก้ไขปัญหาแบบเดิม อยากมี อยากได้ อยากเป็น ไม่มีความจริง ความถูกต้องไม่ชัดเจน คอร์รัปชันมหาศาล ช่วงที่ซ้ายใหม่ยังไม่แข็งแกร่ง การเมืองเก่าก็ยังทำได้แค่นี้ขอย้ำหากรัฐบาลยังบริหารแบบนี้ต่อไป หลายอย่างชาวบ้านที่ชนบทสายหน้า ระบบราชการมีปัญหา แต่พรรคราชการใหญ่ที่สุด คนระดับอธิบดี ผู้บัญชาการรับเงินเดือนนับแสนบาท แต่ชาวบ้านในมือไม่มีเงิน เขาจะอยู่กันอย่างไรต้องใช้สมการใหม่พัฒนาประเทศถึงสำเร็จ เหมือนที่ “ไอน์สไตน์” ระบุว่า “คนบ้าเท่านั้นที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงโดยใช้สมการเดิม”“ในเมื่อนายกฯ และ ครม.เป็นผู้นำบริหารพรรคราชการ ทำไมผู้นำประเทศถึงบริหารทำให้ข้าราชการ ทำให้ประเทศเติบโตไม่ได้ ทั้งที่นายกฯ และ ครม.ไม่ต้องออกเงินจ้างสักบาทเดียวต่างกับเจ้าของบริษัทใหญ่ ต้องจ้างเงินพนักงานถึงบริหารบริษัทให้เติบโตได้ แล้วทำไมผู้นำ และ ครม.ยุคนี้บริหารพรรคราชการให้ทำงานแบบเอกชนไม่ได้ต่างกับฝ่ายซ้ายใหม่ ติดอาวุธทางปัญญาให้ชาวบ้านมีความหวังจัดการแก้ไขปัญหาแบบนั้น แบบนี้ได้ แสดงว่ารู้ปัญหาของคนไทยว่าคิดอย่างไร ทำได้ แก้ได้หรือไม่ ไม่รู้”เลือกตั้งครั้งหน้ามีโอกาสเป็นไปได้ที่พรรคประชาชนได้รับเลือกทะลักถึง 20 ล้านเสียงแน่ ภายใต้ยังไม่มีกระบวนการขวาใหม่เกิดขึ้น โดยกลุ่มนี้ชูชุดความคิด ผู้นำต้องมีคุณธรรม จริยธรรม เก่ง เหมือนประเทศสิงคโปร์ที่ไม่เอาคนกระจอกขึ้นมาบริหารประเทศ มองทุกคนเป็นมิตร เป็นหุ้นส่วนพัฒนาประเทศ รวมถึงทุนใหญ่ด้วยทำไมไม่คุยกับผู้บริหารพรรค พปชร. เพื่อทำการเมืองใหม่ที่เป็นทางออกของประเทศ ไทย นายชวน บอกว่า เราถอยฉากออกมาแล้ว หากเข้าไปคุยก็เป็นเรื่องที่เข้าใจยาก เป็นชุดความคิดที่บางคนมองไม่เห็น ไม่เช่นนั้นพรรค พปชร.คงเปลี่ยนโดยไม่ต้องมีใครไปบอก เมื่อเดินตามระบบการเมืองเก่าแล้วคงยากที่จะเปลี่ยนแปลงได้ รวมถึงเกือบทุกพรรคด้วย เมื่อประชาชนเลือกแล้ว แต่เข้าไปไม่ทำ“ขวาใหม่มีคนทุกรุ่นร่วมทำงาน คนเก่งมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศ บุคคลที่เคยผ่านการเมืองมาไม่ควรเข้ามาในพรรค เดี๋ยวเกิดคำถาม ทำให้พรรคทางเลือกเกิดยากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ่งชี้ให้เห็นว่าสังคมส่วนใหญ่กำลังหันหลังการเมืองเก่า เพื่อไปเลือกการเมืองใหม่ นายชวน บอกว่า ใช่เลยๆวันนี้ฝ่ายซ้ายใหม่ ฝ่ายขวาใหม่ ต่างเป็นเม็ดทรายในชายหาดเหมือนกันหมด ฝ่ายไหนต่างถวิลหาให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาชาติ แต่ฝ่ายซ้ายใหม่มีเงื่อนไข ถ้าประเทศเจริญต้องตัดรากเหง้าของไทยออกยังไม่พูดถึงมิติความมั่นคงที่ต่างชาติ สหรัฐอเมริกา ตะวันตก จีนเข้ามาอ้างปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ ไทยรับมือความผกผันเหล่านี้อย่างไรเราเตรียมชูชุดความคิดเปลี่ยนประเทศการเมืองใหม่มีเป้าให้ประชาชนมีสุขขจัดคอร์รัปชันให้ลดลงเหลือน้อยที่สุด.ทีมการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม