หลังจากปล่อยให้อึมครึมมาหลายวัน นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ก็ออกมายืนยันว่ารัฐบาลจะ ลุยเจรจาปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย– กัมพูชาเพื่อเร่งพัฒนาแหล่งพลังงานปริมาณมหาศาลขึ้นมาใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยฝ่าย สมเด็จฯฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา ก็ต้องการให้เร่งพัฒนาขุมทรัพย์ใต้ทะเลในพื้นที่ทับซ้อน 26,000 ตร.กม. ขึ้นมาใช้ประโยชน์เช่นกันเพราะหากนำก๊าซธรรมชาติที่เรามีอยู่เองขึ้นมาใช้ทดแทนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติราคาแพงจะทำให้ค่าไฟฟ้าถูกลง 30–40 เปอร์เซ็นต์!!รัฐบาลไทย–กัมพูชาเซ็นเอ็มโอยูเจรจาแบ่งผลประโยชน์จากแหล่งพลังงานมาตั้งแต่ปี 2544เท่ากับเราปล่อยเวลาผ่านไป 23 ปี โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์จากแหล่งก๊าซธรรมชาติใต้ทะเลที่มีอยู่บานตะเกียงวันนี้แหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยก็ร่อยหรอไปทุกทีถ้าไม่เร่งพัฒนาแหล่งพลังงานขึ้นมาใช้ให้ทันเวลา คนไทยจะต้องถูกโขกค่าไฟฟ้าแพงไปอีกหลายสิบปีการเร่งเดินหน้าเจรจาแบ่งผลประโยชน์ด้านพลังงานจึงเป็นเรื่องสำคัญต่ออนาคตประเทศไทยโดยตรง!!“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าสาเหตุที่การเจรจาแหล่งพลังงานพื้นที่ทับซ้อนไทย– กัมพูชาต้องยืดเยื้อมากว่า 20 ปีเพราะ “เอ็มโอยู 2544” ที่ไทย–กัมพูชาลงนามไว้กำหนดให้เจรจาเส้นเขตแดนให้จบลงก่อนแล้วจึงเริ่มเจรจาแบ่งผลประโยชน์แหล่งพลังงานปรากฏว่าฝ่ายกัมพูชาจงใจลากเส้นเขตไหล่ทวีปแฉลบมากินพื้นที่ประเทศไทยมากเกินควรคือดันลากเส้นผ่ากลางอำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด ซึ่งอยู่ในเขตประเทศไทยไปถึง 50 เปอร์เซ็นต์ซึ่งฝ่ายไทยไม่ยอมรับและรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิงดังนั้น ถ้าจะรอให้การเจรจาปักปันเส้นเขตแดนทางทะเลได้ข้อยุติก่อนค่อยเจรจาแบ่งผลประโยชน์แหล่งพลังงานคงต้องรอไปชาติหน้าตอนบ่ายอย่างแน่นอนล่าสุด ฝ่ายกัมพูชาเสนอให้เริ่มเจรจาแบ่งผลประโยชน์แหล่งพลังงานก่อนแล้วค่อยเจรจาปัญหาเขตแดนทางทะเลเป็นช็อตต่อไปแต่ฝ่ายไทยยืนยันตามเอ็มโอยูต้องเจรจาเขตแดนให้จบก่อนแล้วค่อยเจรจาแบ่งผลประโยชน์แหล่งพลังงานปัญหาติดขัดจึงอยู่ที่ฝ่ายไทย ไม่ใช่ติดขัดที่ฝ่ายกัมพูชา“แม่ลูกจันทร์” มองว่าไม่ควรเอา 2 เรื่องไปผูกติดกันเป็นเรื่องเดียวทางออกที่ควรทำคือ “แก้ไขเอ็มโอยู” ให้เจรจาปัญหาเส้นเขตแดน และเจรจาผลประโยชน์แหล่งพลังงานคู่ขนานกันไปถ้าไม่แก้ไขเอ็มโอยูก็จะติดแหง็กอย่างนี้ไปอีกห้าร้อยปี“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่า วันนี้ปัญหาขาดแคลนแหล่งพลังงานเป็นวาระเร่งด่วนต้องเร่งให้จบโดยเร็วแต่การเจรจาเส้นแบ่งอาณาเขตทางทะเลทั้ง 2 ฝ่าย ต้องปรับแก้เส้นเขตแดนให้โปร่งใสเป็นธรรมและตรงความจริงความจริงคือกัมพูชาย่อมรู้อยู่แก่ใจว่า “เกาะกูด” เป็นของไทยมานมนานกาเลจึงเป็นไปไม่ได้ที่ “เกาะกูด” จะอยู่ในเขตกัมพูชาฉันใดก็ฉันเพล จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะตีเส้นให้ “เกาะกง” ของกัมพูชาอยู่ในเขตประเทศไทยอะไรที่มันไม่เข้าท่าก็อย่าหาทำดีกว่านะโยม.“แม่ลูกจันทร์”คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม