ผมศรัทธาข้อธรรมอันเป็นโลกบาลคุ้มครองโลก หิริ ความละอายต่อบาป โอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อบาป...ของพระพุทธเจ้าครับ...อย่างน้อยก็ยังเห็นทั้งฝ่ายฮามาส ทั้งฝ่ายอิสราเอล อ้างมนุษยธรรมเป็นกำแพงอ้างความถูกต้องของฝ่ายตนใจชื้นขึ้นมาบ้าง เมื่อทุกๆประเทศที่มีอำนาจ ล้วนแต่มี “ยางอาย” สงครามโลกที่กลัวกัน ก็ยังอีกไกลจึงเป็นเหตุให้ พยายามเรียนรู้ กระบวนการของกรรม...ตามหลักพุทธศาสนา เพื่อคลายความข้องใจ...ทำไมผลกรรมจึงสนองแต่ละคน...หนักเบา เร็ว ช้า ไม่เท่ากันเปิดพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์ ของอาจารย์ สมเด็จพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตโต) ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 11 ชำระเพิ่มเติม พ.ศ.2551 แต่อยากให้เริ่มทำความเข้าใจให้ตรงกันเสียก่อนกรรม หมายถึงการกระทำที่ประกอบด้วยเจตนา คือทำด้วยความจงใจ ดีก็ตาม ชั่วก็ตามถ้าขุดหลุมพรางดักคนหรือสัตว์ให้ตกลงไปตาย เป็นกรรม แต่ขุดบ่อน้ำไว้กินใช้ สัตว์ตกลงไปตายเอง ไม่เป็นกรรม ว่าโดยสาระ กรรมคือเจตนา การกระทำที่ดี เรียกว่ากรรมดี การกระทำที่ชั่ว เรียกว่ากรรมชั่วคราวนี้ก็เข้าประเด็นที่ต้องการคำตอบ...กรรมจำแนกตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้ผล พระอรรถกถาจารย์ รวบรวมไว้ 12 อย่าง หมวดที่ 1 กรรมจำแนกตามเวลาที่ให้ผล ได้แก่1 ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม กรรมให้ผลในปัจจุบันหรือในภพนี้ 2.อุปปัชชเวทนียกรรม กรรมให้ผลที่จะไปเกิด คือในภพหน้า 3.ปราปริยเวทนียกรรม กรรมให้ผลในภาพต่อๆไปและ 4.อโหสิกรรม กรรมเลิกให้ผล...(ข้อนี้ ผมขอขีดเส้นใต้ ย้ำความสนใจไว้)หมวด 2 กรรมจำแนกให้ผลตามหน้าที่ เริ่มที่ 5.ชนกกรรม กรรมแต่งให้เกิด หรือกรรมที่เป็นตัวนำไปเกิด 6.อุปัตถัมภกกรรม กรรมสนับสนุน หรือเข้าสนับสนุนหรือซ้ำเติมต่อจากชนกกรรม7.อุปปีฬกรรม กรรมบีบคั้น คือเข้ามาบีบคั้นผลแห่งชนกกรรม และอุปปัตถัมภกกรรมนั้น ให้แปรเปลี่ยนหรือทุเลาเบาลงหรือสั้นเข้า8.อุปฆาตกรรม กรรมตัดรอน หรือกรรมแรงฝ่ายตรงข้าม ที่เข้าตัดรอนการให้ผลของกรรม สองอย่างนั้น ให้หยุดหรือขาดไปทีเดียวหมวดที่ 3 กรรมจำแนกตามลำดับความแรงในการให้ผล ได้แก่9.ครุกกรรม กรรมหนักให้ผลก่อน 10.พหุลกรรม หรือ อาจิณณกรรม กรรมทำมาก หรือกรรมชินให้ผลรองลงมา11.อาสันนกรรม กรรมจวนเจียน หรือกรรมใกล้ตาย ถ้าไม่มีสองข้อก่อน ก็จะให้ผลก่อนอื่น12.กตัตตากรรม หรือ กตัตตาวาปนกรรม กรรมสักว่าทำ คือเจตนาอ่อน หรือมิใช่เจตนาอย่างนั้น ให้ผลต่อเมื่อไม่มีกรรมอื่นให้ผลผมย้อนขึ้นไปทบทวนอ่าน...กระบวนการของกรรมทุกขั้นตอน... แล้วก็เหมาคิดเอาเอง ดูๆไป จำนวนของกรรม ก็คลับคล้ายคณิตศาสตร์ มีบวก มีลบ มีคูณ มีหาร ด้วยปริมาณและจำนวนของตัวมันเช่นทำกรรมเลวไว้มากๆ แต่ก็ทำกรรมดีเอาไว้มากหรือมากกว่า ย้อนอ่านข้อ 8 อุปฆาตกรรม กรรมตัดรอน หรือกรรมแรงฝ่ายตรงข้าม ที่เข้าตัดรอนผลของกรรมสองอย่างนั้น ให้หยุดหรือขาดตอนไปทีเดียวแต่...แม้ว่าปริมาณของกรรมดีกรรมเลว ยังติดลบกลบหนี้กันอยู่ ไม่ว่าน้อยหรือมาก ก็ยังมี อโหสิกรรม...คือ เมื่อคู่เวรยอม อโหสิกรรมให้ ตามขนบชาวพุทธศาสนา ก็ถือว่า “จบกันได้”ใครที่ติดค้างข้องใจ...ทำไมความยุติธรรมจึงไม่เท่ากัน นึกถึงคำสอนเก่าๆ เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร...เอาไว้ แล้วก็น่าจะเบาใจสบายใจขึ้น.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ "ชักธงรบ" เพิ่มเติม