คงไม่มีประเทศไหนในโลกเหมือนประเทศไทย ที่การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาต้องคอยชะเง้อรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน ลำพังแค่โหวตตามขั้นตอนปกติ ยังคาดประเมินไม่ถูกเลยว่าต้องโหวตกี่ครั้งถึงจะได้นายกฯคนใหม่ น่าเศร้าอย่างยิ่งที่เลือกตั้งผ่านมาเกือบ 3 เดือนแล้ว ประเทศไทยยังย่ำอยู่กับที่ เศรษฐกิจชะงักงัน ปัญหาหลายอย่างรอการตัดสินใจแก้ไข แต่ผู้มากบารมีทั้งหลายกลับไม่แยแส แถมเอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน เพื่อแย่งชิงอำนาจการเลือกนายกฯเที่ยวนี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นชัดว่า บรรดา สว.ลากตั้ง ที่กำเนิดมาจาก คสช. รวมถึง องค์กรอิสระ ที่ต้องผ่านการกลั่นกรองจากวุฒิสภา มีฤทธิ์เดชมากมายขนาดไหนพรรคที่เคยหาเสียงไม่เอาลุง ไม่เอาเผด็จการ วันข้างหน้าอาจต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเองพรรคเพื่อไทยซึ่งยกตนเป็นฝ่ายประชาธิปไตยมาตลอดตอนนี้กำลังคิดหนักว่าจะจัดตั้งรัฐบาลแบบไหน ถ้าต้องยอมร่วมกับพรรคลุงที่ทำรัฐประหารมา จะมีคำแก้ตัวกับประชาชนอย่างไร หรือหากไม่เอาลุงมาอยู่ด้วย จะรวมเสียง สส. สว. อย่างไรให้ได้ 376 เสียงก่อนหน้านี้มีข่าวว่าพรรคเพื่อไทยเตรียมแผนตั้งรัฐบาลโดยจับมือกับ 6 พรรคเดิมคือ พรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อไทรวมพลัง พรรคเป็นธรรม พรรคพลังสังคมใหม่ และดึง พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนากล้า มาร่วม รวมกันมีกว่า 260 เสียง โดยหวังว่าจะมี สว.มาโหวตสนับสนุน เพราะไม่มีพรรคก้าวไกลอยู่ร่วมรัฐบาลแล้วขณะเดียวกันมีการปล่อยข่าวพรรคก้าวไกลที่เพิ่งถอนหมั้นกันไป และถูกผลักไปเป็นฝ่ายค้าน จะยอมโหวตช่วยแคนดิเดตนายกฯจากพรรคเพื่อไทย ตามเงื่อนไขดีลลับที่ฮ่องกงต้องไม่มีพรรคลุงอยู่ในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย อย่างไรก็ตาม สส.หลายคนในพรรคก้าวไกลเองก็อาจไม่ยอมให้แกนนำพรรคตัวจริงกดปุ่มสั่งง่ายๆ ถึงขั้นบอกว่าถ้าต้องถูกบีบไปเป็นฝ่ายค้านแล้ว ใครจะโง่ยอมโหวตให้แม้ว่าทีมเจรจาของพรรคเพื่อไทยยังมั่นใจว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ (พรรคก้าวไกลเคยมั่นใจแบบนี้เช่นกัน สุดท้ายก็ไม่ได้ติดมือซักอย่าง) แต่เมื่อนับแต้มที่ว่าชัวร์ๆแล้วก็ยังได้ไม่ถึงเป้า ไม่อย่างนั้นคงไม่เลื่อนโหวตจากวันที่ 4 ส.ค.ไปเป็นวันที่ 17 ส.ค.ยิ่ง คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองจอมแฉ ออกมาเดินเกมดิสเครดิต คุณเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ที่พรรคเพื่อไทยประกาศส่งเข้าประกวด แค่ดอกแรกโจมตีประเด็นจริยธรรมจากกรณี เลี่ยงภาษีซื้อขายที่ดิน ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มเงื่อนไขให้ชื่อคุณเศรษฐาอาจถูกตีตกได้ง่ายขึ้นไม่แปลกที่ คุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ต้องยอมเสียฟอร์ม โพสต์ลงโซเชียล ขอเลื่อนวันเดินทางกลับไทยจากวันที่ 10 ส.ค. ออกไปอีกไม่เกินสองสัปดาห์ อ้างว่าหมอเรียกไปตรวจร่างกายก่อนอาการยึกยักแบบนี้บ่งบอกว่า ผิดแผน ผิดทั้งสูตรตั้งรัฐบาล และแผนเคลียร์ทางกลับบ้าน จึงต้องขอเวลาตั้งหลักใหม่อันที่จริงสมการการเมืองวันนี้มีทางเลือกไม่มากนัก หากกลับไปเอาพรรคก้าวไกล พรรคอื่นก็ไม่อยู่ด้วย ครั้นจะไม่เอาพรรคก้าวไกล ก็ต้องพึ่งเสียง สว.พูดอีกนัยหนึ่งคือต้องง้อลุง ไม่เช่นนั้นประเทศก็จะถูกขึงพืดอยู่อย่างนี้ยิ่งทอดเวลานาน การต่อรองยิ่งสูง เผลอๆลุงไม่ได้ต้องการแค่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อมี สว.ในมือก็จ้องกินคำโต หมายปองถึงเก้าอี้นายกฯเวลาที่เหลืออีก 10 วันนี้ พรรคเพื่อไทยต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่าจะยอมมีลุงหรือไม่มีลุง.ลมกรดคลิกอ่านคอลัมน์ "หมายเหตุประเทศไทย" เพิ่มเติม