เรื่องโอ่งเอียงและกระบอกเงิน หงอิ้งหมิง ขุนนางสมัยราชวงศ์หมิง เขียนไว้ถูกเก็บไว้ในหีบหนังสือวังจิ่งหยวนกง ในพระราชวังโบราณกรุงปักกิ่ง บุญศักดิ์ แสงระวี แปลเป็นไทย ตั้งชื่อหนังสือ “สายธารแห่งศรัทธา” (สำนักพิมพ์ ก.ไก่ พ.ศ.2535)ผมอ่านแล้วคิดถึงนักการเมืองไทย ที่รู้จักสองคนวันที่ขงจื๊อ นำสานุศิษย์เดินทางท่องเที่ยว ไปถึงศาลเจ้าหลู่หวนกง พอเข้าไปถึงวิหารใหญ่ ก็เห็นโอ่งใบหนึ่ง ตั้งตะแคงไปตะแคงมาไม่คงที่ ถามคนเฝ้าศาลเจ้าก็ได้ความว่า “เขาเรียกกันว่าโอ่งเอียง”แท้จริงโอ่งเอียงใบนี้ มีตำนานเล่าขานกันมานานขงจื๊อบอกสานุศิษย์ “ครูเคยได้ยินว่า โอ่งใบนี้ ถ้าไม่ใส่น้ำจะตะแคงไปข้างหนึ่ง แต่ถ้าใส่น้ำลงไปครึ่งโอ่ง มันจะตั้งตรง” ศิษย์หูผึ่ง นี่เป็นความรู้ใหม่ขงจื๊อเล่าต่อไป “แต่ถ้าเติมน้ำใส่โอ่งต่อไป จนน้ำเต็ม โอ่งนี้จะคว่ำ”เพื่อพิสูจน์คำบอกเล่าเก่า ขงจื๊อบอกศิษย์ให้ไปตักน้ำจากบ่อ มาเทใส่ เหตุการณ์เป็นเช่นคำเล่าขาน เมื่อน้ำใส่ไปได้ครึ่งโอ่ง โอ่งก็ตั้งตรงและเมื่อเทน้ำใส่ต่อไปๆ โอ่งก็จะค่อยๆเอียง ในที่สุดเมื่อน้ำเต็ม โอ่งนั้นจึงคว่ำ น้ำไหลนองทั่วพื้นที่จริง โอ่งเอียงใบนั้น คือคำสอนของคนโบราณ ขงจื๊อบอกศิษย์ด้วยความซาบซึ้ง“ เหตุผลในโลกก็ล้วนแต่เป็นเช่นนี้ มิใช่หรือ? คนที่มีความพึงพอใจในตัวเองมากเกินไป มักจะล้มคว่ำได้ง่ายๆ”แต่ถ้ายังไม่เข้าใจปริศนาโอ่งเอียง หงอิ้งหมิง ก็ยกปริศนา ชั่วชีวิตหนึ่งของกระบอกเงิน มาไขต่อในตอนแรกกระบอกเงินจะว่างเปล่า ต่อมาเมื่อมีอีแปะใส่เพิ่มเข้าไป ทีละอันสองอัน ทุกๆวัน จนมันเต็ม“กระบอกเงินนั้นจะถูกผ่าออก มีใครที่ไหนเล่า ที่ใส่เงินลงไปในกระบอกเงินจนเต็มแล้ว จะไม่ผ่ามันออกเอาเงินออกมาใช้”ชีวิตของกระบอกเงิน เมื่อมันว่างเปล่า กลับสามารถรักษาความปลอดภัยของตนไว้ได้ครูอาจารย์จึงพร่ำสอน คนก็เป็นเช่นนั้น พึงเปิดใจให้กว้าง รับสรรพสิ่งอันสวยงามในโลกมนุษย์ ด้วยความนอบน้อมถ่อมตน อย่าคิดเอาแต่ได้ ทำแต่เรื่องเลวๆบทสรุปของเรื่องนี้ จึงถูกร้อยเรียงเป็นคำพังเพย...โอ่งเอียงเมื่อเต็มปรี่จักคว่ำ กระบอกเงินเมื่อว่างเปล่า จึงปลอดภัย ด้วยเหตุนี้ ปราชญ์พึงดำรงตนอยู่อย่างไม่มี ดีกว่ามี อยู่อย่างพร่อง ดีกว่าอยู่อย่างเต็มพ่อแม่มักยกตัวอย่างนี้สอนลูกหลาน “ถ่อมตนจึงได้ เย่อหยิ่งจักเสีย”ในพรรคพลังธรรมสมัยแรกเริ่ม ผมเห็นนักการเมืองสองคน ในที่ประชุมพรรคมักเป็นคู่ปรับโต้แย้งกันคนแรก คุณทักษิณ ชินวัตร ยิ่งนานวันยิ่งเติบใหญ่ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ทำสถิติคนเลือกตั้งสูงสุดถึง 15 ล้าน...อีกคน หมอระวี มาศฉมาดล เวลาเท่ากัน บนถนนการเมืองเดียวกัน เป็นนักการเมืองตัวเล็ก ที่พอมีคนรู้จักอยู่บ้าง เป็นส.ส.ในกติกาเลือกตั้งครั้งนั้น ด้วยคะแนนบ๊วยสุดสองหมื่นกว่าการเลือกตั้งอีกไม่กี่วันข้างหน้า หลายๆโพลบอกว่า พรรคคุณทักษิณ จะได้คะแนนมากกว่าพรรคอื่น แต่ไม่แน่ว่าจะได้เป็นนายกฯหมอระวี ผมว่านะตัวหมอเองก็ยังไม่แน่ใจว่า จะมีคะแนนพอให้เข้าไปทำงานสภาหรือไม่?ระหว่างสองนักการเมืองใหญ่มากกับเล็กสุด หากมีคำถาม ใคร? มีชีวิตที่มีความสุขกว่า คำตอบคงหาได้จากทั้งเรื่องโอ่งเอียงและเรื่องกระบอกเงิน.กิเลน ประลองเชิง