ประธานาธิบดีทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่จะขึ้นภาษีอีก 10% จาก 8 ชาติ ยุโรป เดนมาร์ก เยอรมนี ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ สวีเดน ฟินแลนด์ นอร์เวย์ และสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ตั้งแต่ 1 ก.พ. และจะเพิ่มเป็น 25% ตั้งแต่ 1 มิ.ย. โทษฐานขัดขวางการครอบครอง “กรีนแลนด์” ส่งทหารเข้าไปซ้อมรบบนเกาะกรีนแลนด์ และขู่ว่า กลุ่มประเทศ NATO จะเผชิญกับภาษีที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะมีข้อตกลงการซื้อกรีนแลนด์อย่างสมบูรณ์ ถือเป็นความพยายามอีกครั้งของทรัมป์ในการยึดเกาะกรีนแลนด์ หลังจากที่เผชิญเสียงต่อต้านของสหภาพยุโรปอย่างรุนแรงคำขู่ของทรัมป์ครั้งนี้ ก่อให้เกิดกระแส Sell America “เทขายเงินดอลลาร์ทั่วโลก” ส่งผลให้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯลดลงต่อเนื่อง เงินดอลลาร์อ่อนค่า แต่ เงินยูโร เงินเยน เงินฟรังก์สวิส แข็งค่าขึ้น และ ราคาทองคำพุ่งขึ้นทะลุ 4,700 ดอลลาร์นักวิเคราะห์ของ ANZ ในสิงคโปร์ ตั้งข้อสังเกตว่า ปกติการขู่ขึ้นภาษีของทรัมป์จะกดดันค่าเงินยูโร แต่รอบนี้ ตลาดกลับตอบสนองด้วยการ “เทขายเงินดอลลาร์” สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดโลกกำลังตั้ง “ราคาความเสี่ยงทางการเมือง” กับ “เงินดอลลาร์สหรัฐฯ” มากขึ้น นอกจากเงินดอลลาร์ถูกเทขายแล้ว สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯก็ถูกเทขายอย่างหนักในตลาดทั่วโลก ความเสี่ยงจากมาตรการภาษีทรัมป์ที่เชื่อมโยงกับเกาะกรีนแลนด์ ได้บ่อนทำลายความต้องการถือครองสินทรัพย์ สหรัฐฯ ซึ่งจะซํ้าเติมฐานะการคลังของสหรัฐฯในระยะยาวที่มีหนี้ท่วมอยู่แล้วเรื่องที่น่าสนใจอีกประเด็นคือ สหภาพยุโรป ได้ใช้ “อาวุธเงินทุน” มาต่อสู้กับสหรัฐฯปัจจุบัน ประเทศในยุโรปถือครองหุ้นสหรัฐฯและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รวมมูลค่ามากกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์ ส่วนหนึ่งอยู่ในความดูแลของกองทุนภาครัฐ ส่งผลให้เกิดการคาดการณ์ว่า ยุโรปอาจลดการถือครองสินทรัพย์สหรัฐฯ เพื่อตอบโต้สงครามภาษีระลอกใหม่ของทรัมป์ ซึ่งอาจ ผลักดันให้ต้นทุนการกู้ยืมของสหรัฐฯสูงขึ้น และกดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ (ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ฟิวเจอร์บ่าย 3 วันอังคาร 20 ม.ค. ตัวแดงติดลบไปกว่า 600 จุด) เนื่องจาก เศรษฐกิจสหรัฐฯพึ่งพาเงินทุนจากต่างชาติเป็นอย่างมาก แค่ยุโรปหยุดซื้อหุ้นสหรัฐฯเพิ่ม หยุดซื้อพันธบัตรสหรัฐฯเพิ่ม และเทขายพันธบัตรสหรัฐฯบ้าง ก็ส่งผลสะเทือนต่อตลาดทุนและเศรษฐกิจสหรัฐฯอย่างมากทีเดียวกระแส Sell America ครั้งใหญ่ ทำให้นักลงทุนหันไปหา สินทรัพย์ปลอดภัย คือ “ทองคำ” ส่งผลให้ราคาทองคำโลกพุ่งลิ่ว ทองรูปพรรณราคาก็ทะลุบาทละ 70,000 บาท16.00 น. 20 ม.ค. ขณะที่เขียนบทความนี้ ราคาทองคำโลกพุ่งขึ้นไปอีก 140 ดอลลาร์ต่อทรอยเอาซ์ บวกขึ้นไป 3% ทำสถิติใหม่ที่ราคา 4,735 ดอลลาร์ต่อทรอยเอาซ์ นักวิเคราะห์จาก Citigroup คาดว่า ราคาทองคำอาจขึ้นไปแตะที่ 5,000 ดอลลาร์ต่อทรอยเอาซ์ ภายใน 3 เดือน แต่ผมดูจากราคาทองวันนี้ ราคาทองคำน่าจะพุ่งทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อทรอยเอาซ์ ภายในเดือนมกราคมนี้ ถ้าทรัมป์ยังดึงดันจะยึดเกาะกรีนแลนด์ให้ได้อย่างใจ และ ผู้นำยุโรปฮึดสู้ หลังจากที่ ถูกประธานาธิบดีทรัมป์ยํ่ายีศักดิ์ศรียับเยินมาเป็นปี จนทนไม่ไหวแล้วนอกจากนี้มีกระแสข่าวว่า สหภาพยุโรป ยังมี “อาวุธลับ” ที่เรียกว่า “บาซูก้าทางเศรษฐกิจ” หรือ Anti–Coercion lnstrument (ACI) ซึ่งเป็น มาตรการตอบโต้ทางการค้าที่ทรงพลังที่สุดของสหภาพยุโรป เปิดทางให้สหภาพยุโรปตอบโต้สหรัฐฯได้ทุกรูปแบบกระแส Sell America ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทย ทำให้ช่วงนี้มีเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง ปิดตลาดช่วงเช้า 20 ม.ค. ดัชนีบวกขึ้นไป 18.63 จุด ทะลุ 1,301 จุด ราคาทองรูปพรรณก็ทะลุ 7 หมื่นไปที่ 70,050 บาท ผมเห็นด้วยกับยุโรปที่ใช้ “อาวุธเงินทุน” มาสู้กับสหรัฐฯ ถ้ามีจีนผสมโรงเทขายพันธบัตรสหรัฐฯด้วย สหรัฐฯจะยิ่งบอบช้ำหนักกว่านี้ แค่ภาษีนำเข้าทรัมป์อย่างเดียว ชาวอเมริกันก็อ่วมอรทัยแล้ว นี่คือผลร้ายจากการ “เลือกผู้นำที่ไม่ดี” ที่คนไทยควรดูไว้เป็นตัวอย่าง."ลม เปลี่ยนทิศ"คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม